Checklist ก่อนลงทุน ASRS: ข้อมูลที่ต้องเตรียมเพื่อให้ผู้รับเหมาประเมินได้แม่น

Checklist ก่อนลงทุน ASRS: ข้อมูลที่ต้องเตรียมเพื่อให้ผู้รับเหมาประเมินได้แม่น

Checklist ก่อนลงทุน ASRS: ข้อมูลที่ต้องเตรียมเพื่อให้ผู้รับเหมาประเมินได้แม่น

ก่อนลงทุน ASRS ควรเตรียมข้อมูลสินค้าและหน่วยจัดเก็บ (ขนาด/น้ำหนัก min-avg-max, จำนวน SKU, สินค้าเคลื่อนไหวสูง), ปริมาณงานรับเข้า-จ่ายออก (ต่อวันและช่วงพีค), ข้อกำหนด FIFO/ล็อต/ซีเรียล, ข้อมูลอาคารและพื้น (แปลน, ความสูงใช้งาน, พื้นรับน้ำหนักและความเรียบ), กระบวนการทำงานปัจจุบันและคอขวด รวมถึงระบบ IT ที่ต้องเชื่อม (WMS/ERP) และเงื่อนไขโครงการ (งบ, ไทม์ไลน์, ทำเป็นเฟส) เพื่อให้ผู้รับเหมาประเมินสเปกและราคาได้แม่น ลดงบบานและลดงานแก้หน้างาน

การลงทุน ASRS (Automated Storage and Retrieval System) ไม่ใช่แค่ “ซื้อเครื่อง” แต่คือการออกแบบระบบคลังทั้งชุด ตั้งแต่โครงสร้างชั้นวาง เครื่องจักร ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการทำงานจริงหน้างาน สิ่งที่ทำให้หลายโปรเจกต์ประเมินราคา “แกว่ง” หรือสเปก “เกิน/ขาด” มักเกิดจากข้อมูลตั้งต้นไม่ครบ

บทความนี้สรุปเป็น Checklist ข้อมูลสำคัญที่ต้องเตรียม เพื่อให้ผู้รับเหมา/ผู้ให้บริการ ASRS ประเมินได้แม่น ลดงานแก้ ลดงบบาน และทำให้เทียบข้อเสนอหลายเจ้าได้ยุติธรรม


1) นิยามโจทย์ธุรกิจให้ชัด (Business Goal)

ก่อนคุยราคา ต้องตอบให้ได้ว่า “ทำ ASRS เพื่ออะไร”

  • เพิ่มความจุ (Storage Density) หรือเพิ่มความเร็ว (Throughput)?

  • ลดคน/ลดการเดิน/ลดอุบัติเหตุ?

  • ลดพื้นที่เช่า หรือทำคลังสูงเพื่อใช้พื้นที่แนวตั้ง?

  • ต้องการรองรับการเติบโตอีกกี่ปี (เช่น 3–5 ปี)?

ผลลัพธ์ที่ต้องระบุให้ชัด: KPI เป้าหมาย เช่น พาเลท/ชั่วโมง, ออเดอร์ไลน์/ชั่วโมง, ความแม่นยำสต็อก, ลดพื้นที่กี่ %


2) ข้อมูลสินค้าและหน่วยจัดเก็บ (SKU / Unit Load Data)

นี่คือข้อมูลที่ “ขาดไม่ได้” เพราะกำหนดชนิดระบบและขนาดเครื่องจักร

2.1 ประเภทหน่วยจัดเก็บ

  • เก็บแบบ พาเลท / กล่อง / ลัง / ถาด (tote) / ชิ้นงานยาว

  • หน่วยมาตรฐานที่ใช้จริง (เช่น pallet 1000×1200, 1100×1100)

2.2 ขนาดและน้ำหนัก (ต้องมี “จริง” ไม่ใช่เฉลี่ยลอยๆ)

  • ขนาด L×W×H ต่อหน่วย (รวมแพ็กกิ้ง/ฟิล์ม/พาเลทแล้ว)

  • น้ำหนักต่อหน่วย (min/avg/max)

  • สินค้าที่ “หนักสุด/ใหญ่สุด” และสัดส่วนที่เจอจริง

2.3 จำนวน SKU และรูปแบบการกระจาย

  • จำนวน SKU ทั้งหมด

  • Top 20% SKU ที่เคลื่อนไหวสูง (Fast moving)

  • สินค้าที่ต้องแยกโซน (อุณหภูมิ, อันตราย, แตกหัก, มีวันหมดอายุ)

ถ้าข้อมูล SKU ไม่ชัด ผู้รับเหมาจะเผื่อสเปกสูง → ราคาแพงขึ้น หรือเผื่อต่ำ → ระบบตัน


3) ปริมาณงานและความเร็วที่ต้องการ (Throughput / Capacity)

ให้เตรียมเป็น “ตัวเลขต่อวัน/ต่อชั่วโมง” และ “ช่วงพีค”

3.1 รับเข้า (Inbound)

  • พาเลท/กล่องเข้า ต่อวัน และ ต่อชั่วโมงช่วงพีค

  • เวลาเข้าจริง (เช่น 9:00–12:00 หนักสุด)

  • วิธีตรวจรับ/ติดฉลาก/สแกน (มีหรือไม่มี)

3.2 จ่ายออก (Outbound)

  • พาเลท/กล่องออกต่อวัน

  • จำนวนออเดอร์/วัน, order lines/วัน (ถ้าเป็น e-commerce)

  • Cut-off time (ต้องส่งก่อนกี่โมง)

3.3 กฎ FIFO/LIFO และความต้องการด้านคุณภาพ

  • ต้อง FIFO ไหม? (อาหาร/ยา/หมดอายุ)

  • ต้อง traceability ระดับล็อต/ซีเรียลไหม?


4) Layout & อาคาร (Building / Site Data)

ข้อมูลหน้างานส่งผลต่อราคามากกว่าที่คิด

4.1 แบบอาคาร/พื้นที่

  • แบบแปลนอาคาร (CAD ถ้ามี) + ขนาดพื้นที่จริง

  • ความสูงใต้คาน/ใต้หลังคา (clear height)

  • เสา/คาน/ประตู/ทางหนีไฟ/พื้นที่ห้ามวาง

  • พื้นรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ (floor load), ความเรียบ (flatness)

4.2 สภาพแวดล้อม

  • อุณหภูมิ/ความชื้น/ฝุ่น

  • พื้นที่มีลม/ฝนสาด หรือใกล้ไลน์ผลิต

  • ข้อจำกัดเรื่องเสียง/การสั่นสะเทือน

4.3 งานโครงสร้างประกอบ

  • ต้องทำ ชั้นลอย, รั้วกันชน, พื้นยก, กันกระแทก, ไฟส่องสว่าง เพิ่มหรือไม่


5) กระบวนการทำงานปัจจุบัน (Process) และ Pain Point

ให้ผู้รับเหมารู้ “คอขวดจริง” จะช่วยออกแบบไม่เกินจำเป็น

  • ตอนนี้ใช้คนกี่คนต่อกะ (Receiving/Put-away/Picking/Packing)

  • จุดที่ช้าที่สุดคืออะไร (หาของ, เดินไกล, ตรวจนับ, คิวรถยก)

  • ปัญหาเสียหาย/หยิบผิด/ของหายเกิดบ่อยแค่ไหน

  • ใช้รถยกชนิดใด ทางเดินกว้างเท่าไหร่


6) ระบบ IT ที่ต้องเชื่อม (WMS/WCS/ERP Integration)

ASRS ที่ดีต้อง “คุยกับระบบ” ได้

  • มี WMS หรือยัง? ใช้อะไร (หรือใช้ Excel)

  • ERP ที่ใช้อยู่ (เช่น SAP, Odoo, Zoho, Oracle ฯลฯ)

  • ต้องการเชื่อม Marketplace/OMS ไหม

  • ระดับข้อมูลที่ต้องการ: ล็อต/ซีเรียล/วันหมดอายุ

แนะนำเตรียม: ตัวอย่างไฟล์ master data (SKU, location, UOM) และ flow ข้อมูล (รับเข้า→จ่ายออก)


7) ความปลอดภัยและมาตรฐานที่ต้องการ

  • มาตรฐานความปลอดภัยหน้างาน (รั้ว, interlock, emergency stop)

  • ต้องมี fire protection แบบไหน (sprinkler/ระบบดับเพลิง)

  • ข้อกำหนดอาคาร/ประกันภัย/ข้อกำหนดโรงงาน


8) เงื่อนไขโครงการและงบประมาณ (Project Constraints)

เพื่อให้ผู้รับเหมาประเมินได้ตรง:

  • งบประมาณเป้าหมาย (ช่วงงบก็ได้)

  • ระยะเวลาที่ต้องการติดตั้ง/Go-live

  • ทำงานกะกลางคืนได้ไหม ต้องหยุดไลน์ผลิตหรือไม่

  • ต้องการ phased implementation (ทำทีละเฟส) หรือทำทีเดียว


9) Checklist สรุป (ส่งให้ผู้รับเหมาได้เลย)

A) ข้อมูลสินค้า

  • ประเภทหน่วยจัดเก็บ (พาเลท/กล่อง/ถาด)

  • ขนาด L×W×H (min/avg/max) รวมแพ็กกิ้ง

  • น้ำหนัก (min/avg/max)

  • จำนวน SKU + Fast moving Top 20%

  • เงื่อนไขพิเศษ (FIFO/หมดอายุ/แตกหัก/อันตราย)

B) ปริมาณงาน

  • Inbound ต่อวัน/ชั่วโมงพีค

  • Outbound ต่อวัน/ชั่วโมงพีค

  • Cut-off time และจำนวนกะ

  • Target throughput (พาเลท/ชม. หรือ lines/ชม.)

C) อาคาร/ไซต์

  • แปลนพื้นที่ + จุดเสา/คาน/ประตู

  • ความสูงใช้งานจริง (clear height)

  • พื้นรับน้ำหนัก + ความเรียบ

  • สภาพแวดล้อม (ฝุ่น/ชื้น/อุณหภูมิ)

D) ระบบงาน/IT

  • Process ปัจจุบัน + Pain point

  • WMS/ERP ที่ใช้ + ต้องการเชื่อมอะไร

  • ระดับ Traceability (ล็อต/ซีเรียล)

E) เงื่อนไขโครงการ

  • งบประมาณช่วง

  • Timeline + วัน Go-live

  • ทำเป็นเฟสได้ไหม / ข้อจำกัดการติดตั้ง

1) ข้อมูลอะไรสำคัญที่สุดในการประเมิน ASRS?

สำคัญสุดคือ ขนาด/น้ำหนักของหน่วยจัดเก็บ (รวมแพ็กกิ้ง), ปริมาณงานช่วงพีค (throughput), และข้อจำกัดอาคาร (ความสูง/พื้น/พื้นที่จริง) เพราะกำหนดสเปกเครื่องและโครงสร้างโดยตรง

2) ทำไมต้องให้ข้อมูล “min/avg/max” ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยอย่างเดียว?

เพราะระบบต้องรองรับ “ของหนักสุด/ใหญ่สุด” หากให้เฉลี่ยอย่างเดียว ผู้รับเหมาอาจออกแบบต่ำไปจนใช้งานจริงติดขัด หรือเผื่อสูงเกินจนราคาแพง

3) ถ้าไม่มี WMS จะทำ ASRS ได้ไหม?

ทำได้ แต่ควรวางแผนอย่างน้อยให้มี โครงสร้างข้อมูล SKU/Location และการเชื่อมต่อขั้นต่ำ เพราะ ASRS ต้องใช้ข้อมูลตำแหน่งและคำสั่งงานที่ชัดเจนเพื่อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

4) ต้องเตรียมแบบอาคารอะไรให้ผู้รับเหมา?

อย่างน้อยควรมี แปลนพื้นที่, ความสูงใช้งาน (clear height), ตำแหน่งเสา/ประตู/ทางหนีไฟ และข้อมูลพื้นรับน้ำหนัก/ความเรียบ ถ้ามี CAD จะช่วยให้ประเมินแม่นขึ้นมาก

5) Throughput คืออะไร และทำไมต้องสนใจ?

Throughput คือ “ความเร็วการรับ-จ่าย” เช่น พาเลทต่อชั่วโมง ถ้าประเมินต่ำ ระบบจะ ตันช่วงพีค แต่ถ้าประเมินสูงเกิน จะได้เครื่องใหญ่ราคาแพงเกินจำเป็น

6) FIFO/LIFO มีผลกับการออกแบบ ASRS ไหม?

มีผล โดยเฉพาะสินค้าที่มีวันหมดอายุ/ล็อต ต้องออกแบบ flow และซอฟต์แวร์ให้รองรับ FIFO/FEFO และการ traceability

7) ทำไมพื้นและความเรียบของพื้นถึงสำคัญ?

เพราะส่งผลต่อการติดตั้งราง/โครงสร้างและความเสถียรของเครื่อง หากพื้นไม่เรียบหรือรับน้ำหนักไม่พอ ต้องมีงานปรับพื้นเพิ่ม ซึ่งกระทบงบและเวลา

8) ต้องระบุการทำงานเป็นกี่กะไหม?

ต้องระบุ เพราะจำนวนกะและเวลาพีคกระทบขนาดระบบและการคำนวณกำลังผลิต เช่น 1 กะ vs 2–3 กะ จะต่างกันมาก

9) เลือกทำแบบ “เฟส” ได้ไหมเพื่อคุมงบ?

ได้ และเป็นแนวทางที่ดีสำหรับหลายธุรกิจ โดยเริ่มจากโซนที่คืนทุนเร็ว/คอขวดหนักสุด แล้วค่อยขยายเมื่อยอดโต

10) ถ้าอยู่ต่างจังหวัด/นิคมอุตสาหกรรม ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม?

ควรแจ้ง เงื่อนไขหน้างาน เช่น ข้อจำกัดเวลาติดตั้ง, การขนส่งเครื่องจักรเข้าไซต์, และทีมซัพพอร์ตในพื้นที่ เพื่อให้ประเมิน timeline และค่าใช้จ่ายได้ตรง

#ASRS #คลังสินค้าอัตโนมัติ #WarehouseAutomation #ระบบจัดเก็บอัตโนมัติ #WMS #WCS #โลจิสติกส์ #คลังสินค้า #StackerCrane #ShuttleSystem #PalletRacking #ออกแบบคลังสินค้า #เพิ่มประสิทธิภาพ #ลดต้นทุน #Industry40

ปรึกษาฟรีทาง  Line : @516hquje
สนใจบริการติดตั้งชั้นวางอุตสาหกรรม  >>  ดูรายละเอียด  <<
สนใจบริการติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS >>  คลังอัตโนมัติ ASRS  <<
ดูรายละเอียดสินค้า  ชั้นวางสินค้า

Add Order Note

    คุณกำลังมองหาสินค้าไหน?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE