รองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นเหล็กและตะแกรง ควรเลือกพื้นแบบไหน

รองเท้าเซฟตี้ สำหรับงานบนพื้นเหล็กและตะแกรง ควรเลือกพื้นแบบไหน?

สำหรับงานที่ต้องเดินหรือยืนบน พื้นเหล็ก แผ่นเหล็กลาย ตะแกรงเหล็ก ทางเดินเครื่องจักร หรือแพลตฟอร์มโลหะ ควรให้ความสำคัญกับรองเท้าเซฟตี้ที่มี พื้นกันลื่น ลายดอกยางที่ยึดเกาะได้หลายทิศทาง และวัสดุพื้นเหมาะกับสภาพหน้างาน โดยเฉพาะบริเวณที่อาจมีน้ำ น้ำมัน หรือสารหล่อลื่น
ไม่ควรตัดสินจากคำว่า “พื้นยาง”, “ทนน้ำมัน” หรือ “Anti-slip” เพียงอย่างเดียว เพราะประสิทธิภาพการกันลื่นขึ้นอยู่กับทั้ง วัสดุของพื้นรองเท้า รูปแบบดอกยาง พื้นผิวที่เดิน และสิ่งปนเปื้อนบนพื้น HSE ระบุว่ารองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีในสภาพเปียก อาจไม่ได้ให้ผลเหมือนกันเมื่อใช้งานบนพื้นน้ำมัน และพื้นเหล็กลายเองก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่ลื่นเสมอไป
ทำไม “พื้นเหล็ก” ถึงต้องเลือกรองเท้าเซฟตี้เป็นพิเศษ?
หลายคนมองว่าพื้นเหล็กลายหรือตะแกรงมีผิวไม่เรียบ จึงน่าจะเกาะรองเท้าได้ดีอยู่แล้ว แต่ในสถานการณ์จริง พื้นประเภทนี้สามารถลื่นกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อเกิดการสึกจนผิวโค้งมน หรือมีน้ำ น้ำมัน จาระบี และฝุ่นเข้าไปลดแรงเสียดทาน
HSE ระบุว่าพื้นโลหะแบบมีลายสามารถช่วยเกิดการยึดเกี่ยวเชิงกลกับดอกพื้นรองเท้าบางรูปแบบได้ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับรองเท้าทุกคู่ และเมื่อผิวโลหะสึก ประสิทธิภาพการยึดเกาะก็สามารถลดลงได้
ดังนั้นในโรงงาน คลังสินค้า โรงซ่อม งาน Maintenance โรงไฟฟ้า หรือพื้นที่ทางเดินเครื่องจักร การเลือกรองเท้าเซฟตี้จึงควรพิจารณาพร้อมกันทั้ง พื้นหน้างาน + สิ่งปนเปื้อน + รูปแบบพื้นรองเท้า
พื้นรองเท้าเซฟตี้แบบไหนเหมาะกับพื้นเหล็กและตะแกรง?
ไม่มีวัสดุชนิดใดที่สามารถบอกได้ว่า “ดีที่สุดทุกสถานการณ์” เพราะแม้แต่พื้นรองเท้าที่ระบุว่า Slip Resistant ก็อาจให้ผลแตกต่างกันบนพื้นแต่ละชนิด HSE จึงแนะนำให้ดูทั้ง sole compound และ tread pattern และหากเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงควรทดลองกับพื้นจริงก่อนเลือกใช้เป็นมาตรฐานขององค์กร
| ประเภทพื้นรองเท้า | จุดเด่นโดยทั่วไป | เหมาะกับพื้นเหล็ก | สิ่งที่ควรตรวจเพิ่ม |
|---|---|---|---|
| Rubber / พื้นยาง | ให้ความยืดหยุ่นและสามารถออกแบบดอกยางสำหรับงานกันลื่นได้หลากหลาย | ★★★★★ | ดูสูตรยางและผลทดสอบของแต่ละรุ่น |
| Nitrile Rubber | นิยมใช้ในรองเท้างานอุตสาหกรรมที่ต้องเจอกับสภาพงานหนัก | ★★★★★ | ต้องแยกคำว่า Oil Resistant ออกจาก Slip Resistant |
| PU | น้ำหนักค่อนข้างเบา เดินและยืนเป็นเวลานานได้สบาย | ★★★★☆ | ต้องดูความแข็งของพื้นและลายดอกยาง |
| TPU | เน้นความทนต่อการสึกและให้สมดุลระหว่างความยืดหยุ่นกับความแข็งแรง | ★★★★☆ | ตรวจความเหมาะสมกับสภาพพื้นจริง |
| PU + Rubber แบบสองชั้น | ชั้นกลางช่วยเรื่องความสบาย ส่วนชั้นนอกออกแบบเพื่อการยึดเกาะ | ★★★★★ | เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานเดินมาก |
หมายเหตุ: คะแนนในตารางเป็นแนวทางในการพิจารณา ไม่ใช่การรับรองว่ารองเท้าทุกคู่ที่ใช้วัสดุนั้นจะกันลื่นเท่ากัน เพราะองค์ประกอบของพื้นและรูปแบบดอกยางมีผลอย่างมาก HSE ระบุชัดว่าทั้งสองปัจจัยต้องพิจารณาร่วมกัน
ถ้าให้เลือก ควรเลือก “พื้นยาง” หรือ “พื้น PU”?
ถ้าเป็นงานบน พื้นเหล็กและตะแกรงที่มีโอกาสเปียกหรือน้ำมันเป็นประจำ รองเท้าที่ใช้พื้นยางหรือพื้นสองชั้นที่มี Rubber Outsole ถือเป็นตัวเลือกที่ควรนำมาพิจารณาก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าพื้น PU จะใช้ไม่ได้
รองเท้า PU คุณภาพดีที่มีการออกแบบดอกยางและสูตรวัสดุเหมาะสมก็สามารถใช้งานได้ดีเช่นกัน สิ่งสำคัญกว่าชื่อวัสดุคือ ผลการทดสอบการกันลื่นของรองเท้ารุ่นนั้นกับสภาพใกล้เคียงหน้างาน
จึงไม่ควรซื้อเพราะเห็นคำว่า “Rubber Sole” เพียงอย่างเดียว
ลายดอกยางสำคัญกว่าวัสดุหรือไม่?
สำคัญมาก และต้องดูควบคู่กับวัสดุ
สำหรับพื้นเหล็กที่อาจมีน้ำหรือของเหลว ดอกยางควรสามารถช่วยให้น้ำหรือสิ่งปนเปื้อนเคลื่อนออกจากพื้นที่สัมผัสได้ และไม่ควรอุดตันง่าย
HSE ให้แนวทางว่า พื้นรองเท้าที่ค่อนข้างนุ่มและลายดอกยางถี่สามารถเหมาะกับสภาพที่มีของเหลวและพื้นที่ภายในอาคาร ขณะที่ลายที่เปิดกว้างขึ้นสามารถเหมาะกับงานกลางแจ้งหรือพื้นที่ที่มีสิ่งปนเปื้อนเป็นของแข็งมากกว่า ทั้งนี้ต้องทดลองในสภาพหน้างานจริงเพื่อยืนยัน
ลักษณะดอกยางที่ควรมองหา
-
มีร่องดอกยางชัดเจน ไม่ใช่พื้นเรียบ
-
มีทิศทางของร่องหลายด้าน เพื่อรองรับการเดิน หมุนตัว และเปลี่ยนทิศ
-
ร่องไม่ตื้นจนหมดเร็ว
-
สามารถระบายของเหลวออกจากพื้นที่สัมผัสได้
-
ไม่เกิดการสะสมของเศษโลหะ โคลน หรือสิ่งสกปรกง่าย
-
พื้นบริเวณส้นมีพื้นที่สัมผัสและการยึดเกาะเพียงพอ
งานบน “ตะแกรงเหล็ก” ต้องดูอะไรเพิ่ม?
ตะแกรงเหล็กแตกต่างจากพื้นปูนหรือพื้นกระเบื้อง เพราะพื้นที่สัมผัสระหว่างรองเท้ากับพื้นไม่ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งฝ่าเท้า
จุดที่ควรให้ความสำคัญคือ ดอกพื้นรองเท้าต้องสามารถสร้างการยึดเกาะกับแนวตะแกรงได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรพึ่งความเรียบของพื้นรองเท้าเพียงอย่างเดียว
HSE เคยทดสอบรองเท้าสำหรับบริษัทในอุตสาหกรรมน้ำมันกับพื้นหลายประเภท รวมถึงตะแกรงและแผ่นเหล็ก และพบว่ารองเท้าแต่ละแบบให้ผลต่างกัน จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการเลือกจากคุณสมบัติบนกระดาษเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
หากองค์กรมีพนักงานจำนวนมาก การขอรองเท้าตัวอย่างมาทดลองเดินบนตะแกรงหรือพื้นจริงก่อนสั่งซื้อจำนวนมากจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า
พื้นเหล็กมีน้ำมัน ต้องเลือกรองเท้าแบบ Oil Resistant ใช่ไหม?
ยังไม่พอ
คำว่า Oil Resistant โดยทั่วไปใช้บอกว่าพื้นรองเท้าสามารถทนต่อการสัมผัสน้ำมันได้ในระดับที่กำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าจะ “กันลื่นบนคราบน้ำมัน” โดยอัตโนมัติ
HSE เตือนโดยตรงว่า Oil-resistant ไม่ได้หมายถึง Slip-resistant จึงต้องดูคุณสมบัติทั้งสองแยกกัน
หากทำงานในบริเวณที่มีน้ำมันหรือจาระบี ควรมองหาอย่างน้อย 2 เรื่องพร้อมกันคือ
-
พื้นรองเท้าทนต่อสภาพแวดล้อมที่สัมผัสน้ำมัน
-
มีข้อมูลหรือผลทดสอบเรื่องการกันลื่นที่เหมาะกับพื้นและสิ่งปนเปื้อนของหน้างาน
แล้วมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ควรดูอะไร?
มาตรฐานหลักสำหรับ Safety Footwear คือ ISO 20345:2021 ซึ่งครอบคลุมข้อกำหนดด้านรองเท้านิรภัย เช่น ความเสี่ยงทางกล การกันลื่น ความเสี่ยงจากความร้อน และคุณสมบัติด้านการใช้งาน โดยมี ISO 20345:2021/Amd 1:2024 เป็น Amendment ที่เผยแพร่เพิ่มเติมในปี 2024
ส่วนวิธีการทดสอบรองเท้า PPE อยู่ภายใต้ ISO 20344:2021 และมี Amendment 1:2024 เช่นกัน
อีกจุดที่ควรรู้คือ ISO 20345:2021 มีการปรับระบบด้านการกันลื่นจากมาตรฐานรุ่นเดิม โดยยกเลิกเครื่องหมาย SRA, SRB และ SRC และมีการนำเครื่องหมาย SR มาใช้ในระบบมาตรฐานใหม่
ดังนั้นถ้าเลือกซื้อรองเท้ารุ่นใหม่ ไม่ควรใช้คำว่า “ต้องเป็น SRC เท่านั้น” เป็นเกณฑ์ตายตัว เพราะระบบมาตรฐานมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว
ตารางเลือกพื้นรองเท้าตามสภาพหน้างาน
| สภาพการทำงาน | ลักษณะพื้นรองเท้าที่ควรเน้น |
|---|---|
| พื้นเหล็กแห้ง | ดอกยางชัด มีการยึดเกาะหลายทิศทาง |
| พื้นเหล็กเปียก | พื้น Slip Resistant + ร่องช่วยระบายของเหลว |
| พื้นเหล็กมีน้ำมัน | Slip Resistant ที่เหมาะกับน้ำมัน + วัสดุพื้นทนสภาพงาน |
| ตะแกรงเหล็ก | ดอกยางที่สร้างการยึดเกาะกับแนวตะแกรงได้ดี |
| แผ่นเหล็กลาย | พื้นรองเท้าที่ไม่เรียบและสามารถทำงานร่วมกับผิวลายได้ |
| พื้นเหล็กกลางแจ้ง | ดอกค่อนข้างเปิดเพื่อจัดการน้ำ ดิน และเศษสิ่งสกปรก |
| ต้องเดินทั้งวัน | พื้นชั้นกลางช่วยซับแรง + Outsole กันลื่น |
| งานบนแพลตฟอร์มหรือบันไดเหล็ก | เน้นการเกาะพื้นบริเวณหน้าเท้าและส้นเป็นพิเศษ |
6 จุดที่ควรเช็กก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นเหล็ก
1. ดูสภาพพื้นจริงก่อน
พื้นแห้ง พื้นเปียก พื้นน้ำมัน และตะแกรงเหล็กต้องการรองเท้าไม่เหมือนกัน
2. อย่าดูเพียงคำว่า Anti-Slip
ควรถามผู้จำหน่ายว่ารองเท้าผ่านการทดสอบแบบใด และใช้กับสภาพพื้นประเภทใด
3. เช็กลายดอกยาง
ดอกยางต้องไม่เรียบและควรช่วยระบายสิ่งปนเปื้อนออกจากพื้นที่สัมผัสได้
4. เช็กความสบายด้วย
รองเท้าที่กันลื่นดีแต่หนักหรือแข็งจนพนักงานไม่อยากใส่ ก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม HSE แนะนำให้พิจารณาความสบาย ความทนทาน และความปลอดภัยด้านอื่นควบคู่กัน
5. ทดลองกับพื้นที่จริง
หากต้องจัดซื้อจำนวนมาก ควรขอตัวอย่างให้พนักงานหลายคนทดลองใช้งานในสภาพจริงก่อนตัดสินใจ
6. ตรวจดอกยางเป็นระยะ
เมื่อพื้นรองเท้าสึกและดอกยางตื้นลง ความสามารถในการยึดเกาะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรกำหนดรอบตรวจและเปลี่ยนรองเท้าก่อนสึกจนเกิดความเสี่ยง
รองเท้ากันลื่นดีแค่ไหน ก็ไม่ควรใช้แทนการจัดการพื้น
รองเท้าเซฟตี้เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของการลดความเสี่ยงการลื่น
หากพื้นมีน้ำมันรั่วอยู่ตลอด ต่อให้รองเท้ากันลื่นดีมากก็ไม่ควรปล่อยให้รองเท้าเป็นมาตรการป้องกันเพียงอย่างเดียว
การลดความเสี่ยงควรจัดการตั้งแต่ต้นทาง เช่น ป้องกันการรั่ว ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม เลือกพื้นหรือทางเดินที่เหมาะกับงาน และใช้รองเท้าที่เหมาะสมร่วมกัน HSE ก็แนะนำให้ควบคุมทั้งสิ่งปนเปื้อน พื้น การทำความสะอาด และรองเท้าไปพร้อมกัน
สรุป: รองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นเหล็ก ควรเลือกพื้นแบบไหน?
ถ้าต้องทำงานบน พื้นเหล็ก ตะแกรงเหล็ก แผ่นเหล็กลาย หรือแพลตฟอร์มโลหะ เป็นประจำ ควรให้ความสำคัญกับรองเท้าเซฟตี้ที่มีพื้นกันลื่นและดอกยางออกแบบมาเหมาะกับสภาพหน้างาน
พื้นยางหรือพื้นแบบ PU/Rubber เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานอุตสาหกรรม แต่ไม่ควรตัดสินจากวัสดุเพียงอย่างเดียว เพราะ สูตรวัสดุ ความแข็ง ลายดอกยาง ของเหลวบนพื้น และลักษณะพื้นจริง ล้วนส่งผลต่อการยึดเกาะ
ถ้าหน้างานมีน้ำหรือน้ำมันบ่อย ยิ่งควรเลือกรุ่นที่มีข้อมูลการทดสอบการกันลื่นชัดเจน และสำหรับองค์กรที่ต้องจัดซื้อจำนวนมาก การทดลองใช้งานบนพื้นที่จริงก่อนถือเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นเหล็ก
รองเท้าพื้นยางกันลื่นบนพื้นเหล็กได้ดีที่สุดหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องดีที่สุดทุกกรณี เพราะความสามารถในการกันลื่นขึ้นอยู่กับสูตรยาง ดอกยาง สภาพพื้น และสิ่งปนเปื้อนร่วมกัน จึงควรดูผลทดสอบและทดลองกับพื้นที่จริงด้วย
พื้น PU ใช้บนพื้นเหล็กได้ไหม?
ใช้ได้ หากรองเท้ารุ่นนั้นมีการออกแบบพื้นและดอกยางที่เหมาะสมกับหน้างาน ไม่ควรตัดสินจากคำว่า PU เพียงอย่างเดียว
ทำงานบนตะแกรงเหล็กควรเลือกรองเท้าแบบไหน?
ควรเลือกพื้นรองเท้าที่มีดอกยางชัด สามารถยึดเกาะกับแนวตะแกรงได้ดี และควรทดลองกับตะแกรงจริง เพราะรองเท้าแต่ละแบบสามารถให้ผลแตกต่างกันบนพื้นประเภทนี้
รองเท้า Oil Resistant กันลื่นน้ำมันได้หรือไม่?
ไม่เสมอไป คำว่า Oil Resistant กับ Slip Resistant เป็นคนละคุณสมบัติ รองเท้าที่พื้นทนน้ำมันไม่ได้หมายความว่าจะกันลื่นบนคราบน้ำมันโดยอัตโนมัติ
ดอกยางยิ่งลึกยิ่งกันลื่นดีจริงไหม?
ไม่จำเป็น เพราะรูปแบบดอกยางต้องสัมพันธ์กับสิ่งปนเปื้อนและพื้นผิวด้วย ลายถี่และลายเปิดกว้างเหมาะกับสภาพการใช้งานต่างกัน
รองเท้าเซฟตี้มาตรฐาน SRC ยังใช้เป็นเกณฑ์ได้ไหม?
SRC เป็นเครื่องหมายจากระบบมาตรฐานรุ่นเดิม สำหรับ ISO 20345:2021 มีการยกเลิกเครื่องหมาย SRA/SRB/SRC และปรับมาใช้ระบบที่มีเครื่องหมาย SR ดังนั้นเมื่อตรวจรองเท้ารุ่นใหม่ควรดูว่าผู้ผลิตอ้างอิงมาตรฐานฉบับใด
รองเท้ากันลื่นต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่?
ควรเปลี่ยนเมื่อดอกยางสึกจนตื้น รูปแบบดอกยางเสียหาย พื้นแข็งหรือเสื่อม หรือเริ่มรู้สึกว่าการยึดเกาะลดลง เพราะประสิทธิภาพการกันลื่นสามารถเปลี่ยนไปตามการสึกของพื้นรองเท้า
#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้าเซฟตี้กันลื่น #รองเท้านิรภัย #รองเท้าSafety #รองเท้าเซฟตี้พื้นยาง #พื้นรองเท้าเซฟตี้ #รองเท้าโรงงาน #รองเท้าเซฟตี้โรงงาน #รองเท้ากันลื่น #รองเท้าทำงาน #SafetyShoes #SlipResistant #PPE #ความปลอดภัยในการทำงาน
- ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
- สนใจสินค้ารองเท้าเซฟตี้ >> ดูรายละเอียด <<
- Facebook : Master Safety ตัวแทนนำเข้า Safety Jogger รายใหญ่ที่สุดในไทย
- บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ : รองเท้าเซฟตี้
-
Posted in
รองเท้านิรภัย, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าเซฟตี้





