วิธีตรวจพื้นรองเท้าพยาบาลก่อนใช้งาน ป้องกันการลื่น

วิธีตรวจสอบพื้นรองเท้าพยาบาลก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่น
การทำงานในโรงพยาบาลต้องอาศัยความคล่องตัวตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเดินตรวจผู้ป่วย เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ หรือรีบไปช่วยเหลือในสถานการณ์เร่งด่วน สิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องให้ความสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงความสบายของรองเท้า แต่รวมถึงความสามารถในการยึดเกาะพื้นด้วย
แม้จะเลือกรองเท้าพยาบาลที่ระบุว่ามีคุณสมบัติกันลื่น แต่เมื่อใช้งานไปนาน ๆ พื้นรองเท้าอาจสึก มีคราบสะสม หรือเกิดความเสียหายจนไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมเดิม
การตรวจสอบพื้นรองเท้าก่อนเริ่มงานจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก และลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการลื่นล้ม
วิธีตรวจสอบพื้นรองเท้าพยาบาลก่อนใช้งาน ให้เริ่มจากพลิกรองเท้าดูดอกยางบริเวณส้นและหน้าเท้า ตรวจรอยแตกร้าว พื้นหลุดล่อน และคราบสกปรกที่ติดตามร่องพื้น จากนั้นตรวจความมั่นคงเมื่อสวมใส่บนพื้นแห้งที่ปลอดภัย หากพบว่าดอกยางสึกมาก พื้นเสียรูป หรือรองเท้าลื่นผิดปกติแม้ทำความสะอาดแล้ว ควรหยุดใช้งานและพิจารณาเปลี่ยนรองเท้า
ทำไมต้องตรวจสอบพื้นรองเท้าพยาบาลก่อนเริ่มงาน?
รองเท้าพยาบาลเป็นอุปกรณ์ที่ต้องรองรับการเดิน การยืน และการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ตลอดกะทำงาน โดยพื้นรองเท้าชั้นนอกหรือ Outsole มีหน้าที่สัมผัสกับพื้นทางเดินโดยตรง
ความเสี่ยงของพื้นภายในโรงพยาบาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเรียบหรือความมันเงาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับน้ำ คราบน้ำยาทำความสะอาด สารคัดหลั่ง และสิ่งปนเปื้อนอื่นที่อาจทำให้แรงเสียดทานลดลง
หน่วยงาน HSE ของสหราชอาณาจักรอธิบายว่า การเลือกพื้นรองเท้าที่เหมาะสมต้องพิจารณาทั้งรูปแบบดอกยาง วัสดุพื้นรองเท้า และลักษณะพื้นผิวที่ใช้งานจริง โดยคุณสมบัติต้านการลื่นสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อรองเท้าเกิดการสึกหรอ
พื้นที่ในโรงพยาบาลที่ควรระวังเป็นพิเศษ
-
ทางเดินหน้าหอผู้ป่วย: อาจมีความชื้นจากการทำความสะอาดหรือรองเท้าที่เปียกจากภายนอก
-
ห้องน้ำและพื้นที่ล้างมือ: มีโอกาสพบหยดน้ำบนพื้น
-
ห้องตรวจและพื้นที่ปฏิบัติงาน: อาจมีของเหลวหกหรือสิ่งปนเปื้อนเฉพาะงาน
-
ทางเชื่อมอาคาร: อาจได้รับน้ำฝนหรือความชื้นจากภายนอก
-
จุดทำความสะอาดและพื้นที่บริการ: อาจมีคราบน้ำยาหรือพื้นเปียกระหว่างปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ ความเสี่ยงจริงขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และมาตรการควบคุมของแต่ละโรงพยาบาล ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ดังกล่าวจะมีพื้นลื่นอยู่ตลอดเวลา
7 วิธีตรวจสอบพื้นรองเท้าพยาบาลก่อนใช้งาน
การตรวจพื้นรองเท้าควรทำในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ โดยถอดรองเท้าออกเพื่อตรวจให้เห็นรายละเอียดได้ครบทั้งสองข้าง
1. ตรวจดูดอกยางว่าตื้นหรือสึกจนผิดรูปหรือไม่
ดอกยางหรือ Tread Pattern คือร่องและลวดลายที่อยู่ใต้พื้นรองเท้า ซึ่งมีส่วนช่วยในการสัมผัสพื้นและจัดการสิ่งปนเปื้อนระหว่างการเดินตามลักษณะการออกแบบ
เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน บริเวณส้นเท้าและหน้าเท้าอาจสึกมากกว่าส่วนอื่น เพราะเป็นบริเวณที่รับแรงระหว่างการก้าวเดิน
วิธีตรวจสอบคือพลิกรองเท้าขึ้นแล้วสังเกตว่าเส้นดอกยางยังมีรูปทรงชัดเจนหรือไม่ มีส่วนใดเรียบกว่าบริเวณอื่น หรือมีการสึกจนลวดลายบางส่วนหายไปหรือไม่
หากดอกยางสึกจนสูญเสียรูปทรงที่จำเป็นต่อการยึดเกาะ ควรหยุดใช้งานเพื่อประเมินหรือเปลี่ยนรองเท้า
ไม่ควรนำเกณฑ์ความลึกของดอกยางรถยนต์มาใช้กับรองเท้าพยาบาล เพราะรูปแบบพื้นและข้อกำหนดของผู้ผลิตแตกต่างกัน
2. ตรวจหาคราบสกปรกที่อุดตันร่องพื้นรองเท้า
พื้นรองเท้าที่สภาพยังดีอาจให้การยึดเกาะลดลงได้หากมีสิ่งสกปรกสะสม เช่น ฝุ่นละเอียด เศษวัสดุ หรือคราบเหนียวจากการใช้งาน
คราบเหล่านี้อาจปิดร่องดอกยาง ทำให้พื้นสัมผัสกับทางเดินในลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิม
ควรตรวจร่องพื้นบริเวณส้นเท้า หน้าเท้า และขอบด้านข้าง หากพบสิ่งสกปรกทั่วไปให้ทำความสะอาดตามวิธีที่ผู้ผลิตรองเท้าแนะนำ ก่อนประเมินสภาพอีกครั้ง
หากมีเลือด สารคัดหลั่ง หรือสารเคมีที่ไม่ทราบชนิดปนเปื้อน ต้องปฏิบัติตามระเบียบควบคุมการติดเชื้อและขั้นตอนจัดการสารหกของโรงพยาบาล ไม่ควรใช้มือเปล่าสัมผัสหรือทำความสะอาดโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
3. ตรวจรอยแตกร้าวบริเวณหน้าเท้าและส้นเท้า
ขณะเดิน พื้นรองเท้าจะเกิดการงอตามธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณหน้าเท้า เมื่อใช้งานต่อเนื่องอาจเกิดรอยแตกหรือความเสียหายสะสมตามวัสดุและสภาพการใช้งาน
จุดที่ควรสังเกต ได้แก่ รอยต่อบริเวณหน้าเท้า ขอบพื้นด้านข้าง และบริเวณส้นรองเท้า
หากพบรอยแตกลึก รอยแตกที่เปิดกว้างเมื่อพื้นงอตามการใช้งาน หรือมีวัสดุหลุดออกมา ไม่ควรฝืนสวมใช้งานต่อ
แนวทางการตรวจรองเท้าจาก OSHA ระบุให้ตรวจรอยแตก รู รอยฉีกขาด การสูญเสียลายดอกยาง และการแยกตัวของพื้นรองเท้าออกจากส่วนบนด้วย
4. ตรวจการหลุดล่อนระหว่างพื้นกับตัวรองเท้า
รองเท้าที่พื้นแยกออกจากตัวรองเท้าอาจทำให้การเดินไม่มั่นคงและเพิ่มโอกาสสะดุด
วิธีตรวจสอบให้พิจารณาตามขอบพื้นรองเท้ารอบทั้งคู่ โดยเฉพาะบริเวณหัวรองเท้า ด้านข้าง และส้นเท้า
หากพบช่องว่างที่ไม่ควรมี พื้นเริ่มเปิด หรือชั้นวัสดุแยกจากกัน ควรนำรองเท้าออกจากการใช้งานและให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบ
การใช้กาวทั่วไปติดพื้นรองเท้าเองไม่ได้ยืนยันว่ารองเท้าจะกลับมามีคุณสมบัติต้านการลื่นหรือความแข็งแรงเท่าเดิม
5. สังเกตความแข็ง การเสียรูป และสภาพวัสดุพื้นรองเท้า
วัสดุพื้นรองเท้าพยาบาลอาจแตกต่างกันตามรุ่น เช่น ยาง PU หรือวัสดุพอลิเมอร์ชนิดอื่น ซึ่งมีคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นและการยึดเกาะไม่เหมือนกัน
สิ่งที่ควรตรวจคือพื้นรองเท้ามีลักษณะผิดปกติจากเดิมหรือไม่ เช่น แข็งหรือเปราะผิดปกติ มีชิ้นส่วนแตก บวม หรือยุบตัวจนรูปทรงเปลี่ยนไป
บางครั้งรองเท้าอาจมีหน้าตาภายนอกยังดี แต่พื้นรองเท้าเสื่อมจากการจัดเก็บหรือการสัมผัสสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
ไม่ควรตัดสินว่ารองเท้าปลอดภัยจากอายุการซื้อเพียงอย่างเดียว เพราะสภาพจริงขึ้นอยู่กับวัสดุ ความถี่ในการใช้งาน และการดูแลรักษา
6. ตรวจความสึกที่ไม่เท่ากันของรองเท้าทั้งสองข้าง
หากส้นรองเท้าข้างหนึ่งสึกมากกว่าอีกข้างอย่างชัดเจน หรือพื้นเริ่มเอียง อาจส่งผลให้การลงน้ำหนักและความมั่นคงระหว่างเดินเปลี่ยนแปลง
ลองวางรองเท้าทั้งสองข้างบนพื้นเรียบที่มั่นคง แล้วเปรียบเทียบระดับส้นและลักษณะพื้น
หากพบการเอียงหรือเสียรูปอย่างชัดเจน ควรตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ควรสรุปทันทีว่าเกิดจากลักษณะการเดินของผู้สวมใส่ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการเสื่อมของวัสดุหรือความเสียหายของรองเท้า
7. ตรวจความกระชับและความมั่นคงเมื่อสวมใส่
หลังจากตรวจสภาพพื้นรองเท้าด้วยสายตาแล้ว ให้สวมรองเท้าและตรวจความกระชับ
รองเท้าควรยึดบริเวณส้นเท้าได้เหมาะสม ไม่หลวมจนเท้าเลื่อนภายในรองเท้า และไม่คับจนรบกวนการเคลื่อนไหว
จากนั้นทดลองเดินตามปกติบนพื้นสะอาด แห้ง และปลอดภัย เพื่อสังเกตว่ารองเท้ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น พื้นโยก ส้นหลุด หรือมีชิ้นส่วนที่ทำให้สะดุด
ข้อควรระวัง: การเดินบนพื้นแห้งไม่สามารถใช้ยืนยันประสิทธิภาพการกันลื่นบนพื้นเปียกได้ และไม่ควรทดลองลื่นบนพื้นน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมีเพื่อทดสอบรองเท้าด้วยตนเอง
ตารางตรวจสภาพพื้นรองเท้าพยาบาลก่อนเข้ากะ
ตารางนี้เป็นแนวทางคัดกรองเบื้องต้นสำหรับการตรวจด้วยสายตา ไม่ใช่เกณฑ์รับรองประสิทธิภาพการกันลื่นตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการ
|
จุดตรวจ |
สภาพที่ควรพบ |
สัญญาณเตือน |
แนวทางปฏิบัติ |
|---|---|---|---|
|
ดอกยาง |
ลวดลายยังเหมาะสมตามสภาพเดิม |
สึกเรียบหรือผิดรูปมาก |
หยุดใช้เพื่อประเมิน |
|
ร่องพื้นรองเท้า |
ไม่มีสิ่งอุดตัน |
ฝุ่นหรือคราบสะสม |
ทำความสะอาดตามคู่มือ |
|
หน้าเท้า |
ไม่พบรอยแตกที่มีนัยสำคัญ |
รอยแตกลึกหรือวัสดุหลุด |
หยุดใช้งาน |
|
ขอบพื้นรองเท้า |
ยึดติดกับตัวรองเท้า |
พื้นอ้าหรือหลุดล่อน |
หยุดใช้งาน |
|
ส้นรองเท้า |
รูปทรงมั่นคง |
สึกเอียงหรือยุบผิดปกติ |
ประเมินหรือเปลี่ยน |
|
วัสดุพื้น |
ไม่มีความเสียหายผิดปกติ |
เปราะ แตก บวม เสียรูป |
หยุดใช้เพื่อประเมิน |
|
การสวมใส่ |
กระชับและมั่นคง |
เท้าเลื่อนหรือส้นหลวม |
ปรับความกระชับหรือเปลี่ยนรุ่น |
Checklist ตรวจรองเท้าพยาบาลก่อนเริ่มงาน
พื้นรองเท้าพยาบาลลื่นเกิดจากอะไร ทั้งที่ยังไม่เก่า?
รองเท้าที่เพิ่งซื้อหรือใช้งานไม่นานไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกพื้นผิวเสมอไป
การลื่นเกิดจากปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน โดยเฉพาะลักษณะพื้น วัสดุพื้นรองเท้า ของเหลวหรือสิ่งปนเปื้อน รวมถึงลักษณะการเคลื่อนไหว
ตัวอย่างเช่น รองเท้าที่ให้การยึดเกาะได้ดีบนพื้นแห้งอาจมีประสิทธิภาพต่างออกไปเมื่อสัมผัสกับพื้นกระเบื้องที่มีคราบน้ำยาทำความสะอาด
ในทางกลับกัน รองเท้าที่ดอกยางยังสมบูรณ์อาจมีคราบเหนียวหรือฝุ่นละเอียดอุดตันจนให้ความรู้สึกลื่นผิดปกติ
หากเกิดเหตุการณ์ลื่นซ้ำในบริเวณเดิม ควรตรวจสอบทั้งรองเท้าและสภาพพื้น ไม่ควรสรุปว่าเป็นปัญหาจากรองเท้าเพียงอย่างเดียว
วิธีแยกปัญหารองเท้าออกจากปัญหาพื้นทางเดิน
|
ลักษณะที่พบ |
สาเหตุที่ควรตรวจ |
สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
|
รองเท้าลื่นหลังเดินผ่านคราบสกปรก |
สิ่งปนเปื้อนที่พื้นรองเท้า |
จัดการคราบอย่างปลอดภัยและทำความสะอาดรองเท้า |
|
รองเท้าหลายคู่ลื่นในจุดเดียวกัน |
สภาพพื้นหรือคราบบนพื้น |
กั้นพื้นที่ แจ้งผู้รับผิดชอบและตรวจมาตรการควบคุม |
|
พื้นรองเท้าสึกเรียบและเริ่มลื่น |
ดอกยางเสื่อม |
นำออกจากการใช้งานเพื่อประเมิน |
|
รองเท้าไม่มั่นคงขณะเดิน |
ความกระชับหรือโครงสร้างรองเท้า |
ตรวจขนาด การยึดส้น และความเสียหาย |
|
ลื่นแม้ทำความสะอาดรองเท้าแล้ว |
ความเหมาะสมของรองเท้าต่อพื้นหรือรองเท้าเสื่อม |
หยุดใช้งานเพื่อประเมินสาเหตุ |
หน่วยงาน HSE แนะนำให้สถานประกอบการจัดการต้นตอของสิ่งปนเปื้อน รวมถึงเลือกวิธีทำความสะอาดและรองเท้าที่เหมาะกับสภาพการทำงานจริง
รองเท้าพยาบาลกันลื่นต้องดูมาตรฐานอะไร?
การเลือกซื้อรองเท้าพยาบาลไม่ควรพิจารณาจากคำโฆษณาว่า “กันลื่น” หรือ “พื้นยาง” เพียงอย่างเดียว เพราะการทดสอบความต้านทานการลื่นมีเงื่อนไขเฉพาะ
หนึ่งในมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับรองเท้าสำหรับการทำงานคือ EN ISO 20347 ซึ่งกำหนดข้อกำหนดสำหรับ Occupational Footwear โดยไม่ได้หมายความว่ารองเท้าทุกคู่จะต้องมีหัวป้องกันแรงกระแทกแบบรองเท้าเซฟตี้
ความแตกต่างระหว่าง SRC และ SR
|
เครื่องหมาย |
ความหมาย |
|---|---|
|
SRA |
การทดสอบบนกระเบื้องเซรามิกกับสารละลายที่กำหนด ตามมาตรฐานรุ่นเดิม |
|
SRB |
การทดสอบบนพื้นเหล็กกับกลีเซอรอล ตามมาตรฐานรุ่นเดิม |
|
SRC |
ผ่านทั้ง SRA และ SRB ตามมาตรฐานรุ่นเดิม |
|
SR |
การทดสอบการต้านการลื่นเพิ่มเติมบนพื้นเซรามิกกับกลีเซอรอล ตามมาตรฐานฉบับปี 2022 |
สำหรับมาตรฐาน EN ISO 20347:2022 ได้ปรับการทดสอบการลื่น โดยมีการทดสอบพื้นฐานบนกระเบื้องเซรามิกกับสารละลาย NaLS และใช้เครื่องหมาย SR สำหรับข้อกำหนดการทดสอบเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด
ข้อควรรู้: เครื่องหมาย SRC และ SR ไม่ใช่ระดับคะแนนที่นำมาเรียงว่าแบบใดเหนือกว่าได้โดยตรง เพราะมาจากข้อกำหนดการทดสอบคนละฉบับ และไม่รับประกันว่าจะไม่ลื่นในสภาพแวดล้อมจริงทุกประเภท
หากโรงพยาบาลต้องการจัดซื้อรองเท้ากันลื่นสำหรับบุคลากรจำนวนมาก ควรขอเอกสารมาตรฐานและข้อมูลการทดสอบของรุ่นที่กำลังพิจารณา รวมถึงทดลองสวมใส่ภายใต้สภาพการใช้งานที่ควบคุมความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
วิธีทำความสะอาดพื้นรองเท้าพยาบาลอย่างถูกต้อง
การทำความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสภาพพื้นรองเท้า เพราะคราบสะสมอาจส่งผลต่อการยึดเกาะของรองเท้าได้
ขั้นตอนที่ 1 แยกประเภทสิ่งสกปรกก่อนทำความสะอาด
หากเป็นฝุ่นหรือคราบทั่วไป ให้ทำความสะอาดตามคู่มือผู้ผลิต แต่ถ้าเป็นสารคัดหลั่ง สารเคมี หรือสิ่งปนเปื้อนทางชีวภาพ ต้องใช้กระบวนการที่หน่วยงานกำหนด
ขั้นตอนที่ 2 ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับวัสดุ
สำหรับคราบทั่วไป อาจใช้ผ้านุ่มหรือแปรงขนอ่อนร่วมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ผู้ผลิตอนุญาต โดยหลีกเลี่ยงการขูดแรงจนทำลายดอกยาง
ขั้นตอนที่ 3 ทำความสะอาดร่องดอกยาง
สังเกตร่องหน้าเท้า ส้นเท้า และขอบพื้น ซึ่งอาจมีฝุ่นหรือเศษวัสดุติดอยู่ การทำความสะอาดควรไม่ทำให้วัสดุพื้นรองเท้าเสียหาย
ขั้นตอนที่ 4 ทำให้รองเท้าแห้งตามคำแนะนำผู้ผลิต
ไม่ควรใช้ความร้อนสูงหรือวิธีเร่งแห้งที่ผู้ผลิตไม่ได้อนุญาต เพราะวัสดุรองเท้าแต่ละชนิดมีข้อจำกัดต่างกัน
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสภาพอีกครั้ง
หลังทำความสะอาด ให้ตรวจรอยแตก ดอกยาง และขอบพื้นอีกครั้ง หากยังพบความเสียหายหรือความผิดปกติ ไม่ควรนำกลับไปใช้งานทันที
รองเท้าพยาบาลควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?
ไม่มีระยะเวลาเปลี่ยนรองเท้าพยาบาลที่ใช้ได้เหมือนกันทุกคู่ เพราะการเสื่อมขึ้นอยู่กับรุ่น วัสดุ สภาพการใช้งาน และวิธีดูแลรักษา
การตัดสินใจเปลี่ยนรองเท้าจึงควรพิจารณาจากสภาพจริงและคำแนะนำของผู้ผลิตเป็นหลัก
สัญญาณที่ควรพิจารณาหยุดใช้งาน ได้แก่ ดอกยางสึกจนสูญเสียรูปทรงสำคัญ พื้นแตกลึก พื้นรองเท้าหลุดล่อน วัสดุแตกหรือเสียรูป และมีอาการลื่นผิดปกติที่ยังไม่ทราบหรือยังไม่ได้แก้ไขสาเหตุ
นอกจากการตรวจด้วยสายตาแล้ว ควรคำนึงถึงเหตุการณ์เกือบลื่นล้ม (Near Miss) ด้วย หากผู้สวมใส่รู้สึกว่ารองเท้าไม่มั่นคงบ่อยครั้ง แม้จะยังไม่ล้มจริง ก็ควรแจ้งผู้รับผิดชอบเพื่อประเมิน
เลือกรองเท้าพยาบาลอย่างไรให้เหมาะกับการทำงานในโรงพยาบาล?
การเลือกรองเท้าคู่ใหม่ควรพิจารณามากกว่าความสวยงามหรือน้ำหนักเบา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินตลอดกะ
คุณสมบัติที่ควรพิจารณาร่วมกัน ได้แก่ การต้านการลื่นที่เหมาะกับพื้นผิวงาน ความกระชับของรองเท้า ความมั่นคงบริเวณส้น ความสบายเมื่อยืนหรือเดินเป็นเวลานาน และวิธีทำความสะอาดที่เหมาะกับข้อกำหนดของโรงพยาบาล
สำหรับผู้ที่ทำงานในพื้นที่มีความเสี่ยงจากของเหลว ควรสอบถามข้อมูลการป้องกันหรือการสัมผัสของเหลวของรองเท้าแต่ละรุ่น ไม่ควรตีความว่ารองเท้ากันลื่นจะต้องกันน้ำหรือป้องกันสารคัดหลั่งได้โดยอัตโนมัติ
หากต้องการเปรียบเทียบรุ่นที่เหมาะสม สามารถดูรายละเอียดได้ที่ รองเท้าแพทย์และพยาบาล Master Safety โดยตรวจสอบมาตรฐานของสินค้าแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ
การป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นในโรงพยาบาล ไม่ได้จบแค่รองเท้า
แม้รองเท้าที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังต้องทำงานร่วมกับการดูแลสภาพแวดล้อม
โรงพยาบาลควรมีมาตรการจัดการน้ำและสิ่งปนเปื้อนบนพื้นอย่างรวดเร็ว กั้นบริเวณที่กำลังทำความสะอาด ใช้วิธีทำความสะอาดที่เหมาะกับพื้นแต่ละชนิด และเปิดช่องทางให้บุคลากรรายงานจุดเสี่ยงหรือเหตุการณ์เกือบลื่นล้มได้
สำหรับพื้นที่ที่เกิดปัญหาซ้ำ ควรตรวจสอบทั้งวัสดุปูพื้น ขั้นตอนการทำความสะอาด ความถี่ในการเดิน และรองเท้าของผู้ปฏิบัติงานร่วมกัน
รองเท้ากันลื่นเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการควบคุมความเสี่ยง ไม่ใช่สิ่งทดแทนการจัดการพื้นทางเดินที่ปลอดภัย
สรุป วิธีตรวจพื้นรองเท้าพยาบาลให้ปลอดภัยก่อนทุกกะ
การตรวจพื้นรองเท้าพยาบาลก่อนใช้งานเป็นเรื่องเล็กที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มจากตรวจดอกยาง คราบสกปรก รอยแตก การหลุดล่อนของพื้น และความมั่นคงเมื่อสวมใส่
หากพบว่ารองเท้ามีความเสียหายหรือเริ่มลื่นผิดปกติ ควรหยุดใช้งานเพื่อหาสาเหตุ ไม่ควรฝืนใช้จนเกิดอุบัติเหตุ
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกรองเท้าให้เหมาะกับสภาพพื้นที่จริง ดูแลรักษาตามคำแนะนำผู้ผลิต และตรวจสภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น
กำลังมองหารองเท้าพยาบาลที่เหมาะกับการเดินและยืนทำงานตลอดกะ? สามารถเลือกดูรองเท้าแพทย์และพยาบาลหลายรูปแบบ พร้อมตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและมาตรฐานเฉพาะรุ่นได้ที่ Master Safety
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. ควรตรวจพื้นรองเท้าพยาบาลบ่อยแค่ไหน?
ควรตรวจสภาพเบื้องต้นก่อนเริ่มใช้งานแต่ละกะ และตรวจเพิ่มเติมเมื่อรองเท้าสัมผัสสิ่งปนเปื้อนหรือมีอาการลื่นผิดปกติ เพื่อให้พบความเสียหายได้เร็วขึ้น
2. พื้นรองเท้าพยาบาลสึกเรียบยังใส่ต่อได้ไหม?
หากดอกยางสึกจนลดความสามารถในการยึดเกาะหรือผิดไปจากสภาพที่ผู้ผลิตกำหนด ควรหยุดใช้งานและประเมินการเปลี่ยนรองเท้า ไม่ควรรอจนพื้นขาดหรือทะลุ
3. รองเท้าพยาบาลกันลื่นสามารถเดินบนพื้นเปียกได้ทุกแบบหรือไม่?
ไม่สามารถรับประกันได้ รองเท้ากันลื่นมีประสิทธิภาพแตกต่างกันตามวัสดุพื้น สภาพดอกยาง ชนิดของของเหลว และเงื่อนไขการทดสอบ
4. พื้นรองเท้าพยาบาลมีคราบสกปรก ควรทำอย่างไร?
หากเป็นคราบทั่วไปให้ทำความสะอาดตามคำแนะนำผู้ผลิต แต่หากเป็นสารคัดหลั่งหรือสารเคมี ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนควบคุมการปนเปื้อนของโรงพยาบาล
5. รองเท้าใหม่จำเป็นต้องตรวจพื้นก่อนใช้งานหรือไม่?
จำเป็น เพราะรองเท้าใหม่อาจมีข้อบกพร่องจากการผลิต การขนส่ง หรือการจัดเก็บ รวมถึงอาจไม่เหมาะกับพื้นผิวการทำงานที่ต้องใช้งานจริง
6. รองเท้าพยาบาลพื้นยางกันลื่นกว่าพื้น PU เสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไป ประสิทธิภาพการต้านการลื่นขึ้นอยู่กับสูตรวัสดุ ลวดลายดอกยาง พื้นผิวที่สัมผัส และสิ่งปนเปื้อน ควรดูข้อมูลทดสอบของรองเท้าแต่ละรุ่น
7. รองเท้าพยาบาลมีเครื่องหมาย SRC หรือ SR แล้ว ยังต้องตรวจพื้นรองเท้าหรือไม่?
ยังต้องตรวจ เพราะเครื่องหมายเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการทดสอบ แต่รองเท้าสามารถสึกหรอ เสียหาย หรือมีสิ่งสกปรกสะสมได้ระหว่างใช้งาน
#รองเท้าพยาบาล #รองเท้าพยาบาลกันลื่น #พื้นรองเท้ากันลื่น #รองเท้าแพทย์ #ความปลอดภัยในโรงพยาบาล #วิธีตรวจรองเท้า #MasterSafety
- ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
- สนใจสินค้ารองเท้าเซฟตี้ >> ดูรายละเอียด <<
- Facebook : Master Safety ตัวแทนนำเข้า Safety Jogger รายใหญ่ที่สุดในไทย
- บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ : รองเท้าเซฟตี้
-
Posted in
รองเท้าพยาบาล





