คำนวณ ROI ระบบ ASRS: สูตรคิดต้นทุน–แรงงาน–พื้นที่–ความเสียหาย (พร้อมตัวอย่าง)

ASRS

คำนวณ ROI ระบบ ASRS: สูตรคิดต้นทุน–แรงงาน–พื้นที่–ความเสียหาย (พร้อมตัวอย่าง)

การคำนวณ ROI ระบบ ASRS ทำได้โดยสรุป “ประโยชน์ที่เป็นเงินต่อปี” (ลดแรงงาน, ลดค่าเช่าพื้นที่/สร้างคลัง, ลดความเสียหายและหยิบผิด, เพิ่ม Throughput) แล้วเทียบกับ “ต้นทุนรวม” (CAPEX ระบบ + งานโครงสร้าง/อาคาร + ซอฟต์แวร์ + OPEX ดูแล/พลังงาน) สูตรพื้นฐานคือ ROI% = (กำไรสุทธิจากโครงการต่อปี ÷ เงินลงทุนรวม) × 100 และ Payback Period = เงินลงทุนรวม ÷ ประโยชน์สุทธิต่อปี จุดสำคัญคือแยกให้ชัดว่าอะไรเป็น “ประหยัดเงินจริง” vs “เพิ่มกำลังผลิต” แล้วใส่ตัวเลขจากข้อมูลคลังจริง

หลายบริษัทสนใจ ASRS เพราะอยาก “เก็บได้มากขึ้น หยิบเร็วขึ้น คนเดินน้อยลง รถยกลดลง” แต่คำถามที่ผู้บริหารต้องการคือ คุ้มไหม? คืนทุนกี่ปี?
บทความนี้ให้สูตรคิดแบบใช้งานจริง พร้อมตัวอย่างตัวเลข เพื่อทำไฟล์เสนออนุมัติได้เร็ว

แนวคิด: ROI ที่ดีต้องมาจาก “ตัวเลขจริงของคลัง” ไม่ใช่เดาจากความรู้สึก


1) นิยามผลตอบแทน: ROI / Payback / NPV (เลือกใช้ให้เหมาะ)

  • ROI%: วัดผลตอบแทนเทียบเงินลงทุน (ดูภาพรวมเร็ว)

  • Payback Period: กี่ปีคืนทุน (ผู้บริหารชอบ)

  • NPV/IRR: เหมาะงานลงทุนใหญ่ (ถ้าต้องเทียบหลายโปรเจกต์)

ในงานคลังส่วนใหญ่ เริ่มด้วย Payback + ROI% ก็พอสำหรับรอบแรก


2) สูตรหลัก (จำให้ขึ้นใจ)

2.1 ประโยชน์สุทธิต่อปี (Annual Net Benefit)

ประโยชน์สุทธิต่อปี = (ประหยัด/กำไรเพิ่มต่อปี) − (ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มต่อปี)

2.2 ROI (%)

ROI% = (ประโยชน์สุทธิต่อปี ÷ เงินลงทุนรวม) × 100

2.3 ระยะเวลาคืนทุน (Payback)

Payback (ปี) = เงินลงทุนรวม ÷ ประโยชน์สุทธิต่อปี


3) รายการ “ต้นทุน” ที่ต้องใส่ให้ครบ (CAPEX + OPEX)

3.1 CAPEX (เงินลงทุนครั้งแรก)

  • ค่าเครื่องจักร/ระบบ ASRS (Stacker Crane, Shuttle, VLM ฯลฯ)

  • โครงสร้างชั้นวาง/ราง/สถานีรับ-จ่าย

  • สายพาน/Sorter/AMR ที่เชื่อมระบบ (ถ้ามี)

  • ซอฟต์แวร์ WMS/WCS + Integrations (ERP/OMS)

  • งานโยธา/ปรับพื้น/ไฟ/เครน/ความปลอดภัย

  • ติดตั้ง/ทดสอบ/เทรนนิ่ง

  • สำรองอะไหล่เริ่มต้น

3.2 OPEX (ค่าใช้จ่ายต่อปี)

  • ค่าบำรุงรักษา (PM/Service Contract)

  • ค่าไฟ/พลังงาน

  • ค่า License/Support ซอฟต์แวร์

  • ค่าอะไหล่/Consumables

  • ค่าประกัน/ตรวจสอบความปลอดภัย

ทริค: บางโครงการ “คืนทุนดูสวย” เพราะลืมใส่ OPEX ให้ครบ


4) รายการ “ผลประโยชน์” ที่คำนวณเป็นเงินได้

ให้แยกเป็น 4 ก้อนหลักตามที่คุณขอ: แรงงาน–พื้นที่–ความเสียหาย–ความผิดพลาด/คุณภาพ (+ เพิ่ม throughput ถ้าจำเป็น)

4.1 ลดต้นทุนแรงงาน (Labor Saving)

ประหยัดแรงงานต่อปี = (จำนวนคนลดได้ × ต้นทุนรวมต่อคนต่อปี)
ต้นทุนรวมต่อคนควรรวม: เงินเดือน+OT+สวัสดิการ+ประกันสังคม+ชุด/อุปกรณ์

ถ้าลดคนไม่ได้ทันที ให้คิดแบบ “หลีกเลี่ยงการเพิ่มคน” (Avoided Hiring) ก็ได้

4.2 ประหยัดพื้นที่ (Space Saving / Avoided Expansion)

ASRS มักทำให้ เก็บแนวสูงและหนาแน่นขึ้น → ไม่ต้องเช่าคลังเพิ่ม/สร้างอาคารเพิ่ม

ประหยัดพื้นที่ต่อปี = (พื้นที่ที่ไม่ต้องเช่าเพิ่ม × ค่าเช่า/ตร.ม./เดือน × 12)
หรือถ้าเป็นการเลี่ยงสร้างคลังใหม่ ให้คำนวณเป็น “ค่าเสื่อม/ค่าใช้เงินลงทุน” ที่หลีกเลี่ยง

4.3 ลดความเสียหายสินค้า + อุบัติเหตุ (Damage Reduction)

ลดจากการชนพาเลท/ตกหล่น/กดทับ/รถยกชนชั้นวาง
ประหยัดความเสียหายต่อปี = (มูลค่าความเสียหายเดิม − มูลค่าความเสียหายหลังทำ)
ใช้ข้อมูลจาก QA/เคลม/ตัดสต็อก/Incident report

4.4 ลดหยิบผิด/คืนสินค้า/งานแก้ไข (Accuracy / Rework)

ประหยัดจากความผิดพลาดต่อปี = (จำนวนเคสผิด × ต้นทุนต่อเคส)
ต้นทุนต่อเคสรวม: ค่าขนส่งกลับ/ส่งใหม่ + แรงงานแก้ + ส่วนลด/ชดเชย + เสียลูกค้า (ถ้าจะ conservative ให้ใส่แค่ต้นทุนตรง)

4.5 (เสริม) เพิ่มกำลังการจ่าย (Throughput Gain)

ถ้า ASRS ทำให้ส่งได้มากขึ้นจน “เพิ่มยอดขาย” ได้จริง:
กำไรเพิ่มต่อปี = (ยอดเพิ่ม × %กำไรขั้นต้น)
แต่ต้องระวัง: ถ้า “ตลาดไม่โต” throughput ที่เพิ่มอาจไม่แปลเป็นเงินทันที


5) ตัวอย่างคำนวณ ROI แบบง่าย (ใส่ตัวเลขให้เห็นภาพ)

สมมติคลังสินค้ากลางในไทย (ตัวอย่างเพื่อทำความเข้าใจ)

5.1 เงินลงทุนรวม

  • CAPEX ASRS + ชั้นวาง + WCS/WMS + ติดตั้ง: 30,000,000 บาท

  • OPEX เพิ่มต่อปี (บำรุง+ไฟ+ซอฟต์แวร์): 1,200,000 บาท/ปี

เงินลงทุนรวม = 30,000,000 บาท
(หมายเหตุ: OPEX จะไปหักในประโยชน์สุทธิ)

5.2 ผลประโยชน์ต่อปี

A) ลดแรงงาน

  • ลดได้ 6 คน

  • ต้นทุนรวมต่อคน 300,000 บาท/ปี
    ประหยัดแรงงาน = 6 × 300,000 = 1,800,000 บาท/ปี

B) ประหยัดพื้นที่ (เลี่ยงเช่าคลังเพิ่ม)

  • ไม่ต้องเช่าเพิ่ม 600 ตร.ม.

  • ค่าเช่า 220 บาท/ตร.ม./เดือน
    ประหยัดพื้นที่ = 600 × 220 × 12 = 1,584,000 บาท/ปี

C) ลดความเสียหาย

  • ก่อนทำเสียหาย 1,500,000/ปี

  • หลังทำคาดเหลือ 700,000/ปี
    ประหยัดความเสียหาย = 800,000 บาท/ปี

D) ลดหยิบผิด/คืนสินค้า

  • ก่อนทำ 250 เคส/ปี ต้นทุนเคสละ 2,500 บาท

  • หลังทำเหลือ 80 เคส/ปี
    ประหยัด = (250−80) × 2,500 = 170 × 2,500 = 425,000 บาท/ปี

รวมประโยชน์ (ก่อนหัก OPEX)
= 1,800,000 + 1,584,000 + 800,000 + 425,000
= 4,609,000 บาท/ปี

5.3 ประโยชน์สุทธิต่อปี

ประโยชน์สุทธิ = 4,609,000 − 1,200,000
= 3,409,000 บาท/ปี

5.4 ROI และ Payback

  • ROI% = (3,409,000 ÷ 30,000,000) × 100
    = 0.113633… × 100 = 11.36% ต่อปี (ปัดสองตำแหน่ง)

  • Payback = 30,000,000 ÷ 3,409,000
    8.80 ปี

ถ้าต้องการคืนทุน 3–5 ปี ต้องเพิ่ม benefit: เช่น ลดพื้นที่มากขึ้น, ลดแรงงานมากขึ้น, หรือทำ throughput ให้เพิ่มยอดขายจริง


6) วิธีทำให้ตัวเลข “น่าเชื่อ”

คำถามยอดฮิตเวลาพรีเซนต์ ROI:

  • ลดคนได้จริงไหม หรือแค่ย้ายงาน? → ใส่แผน redeploy/avoid hiring

  • พื้นที่ที่ประหยัด แปลเป็นเงินจริงไหม? → ถ้าไม่ได้ลดค่าเช่า ให้คิดเป็น avoided expansion แทน

  • ตัวเลขเสียหาย/ผิดพลาดเอามาจากไหน? → แนบแหล่งข้อมูล (เคลม, stock adjustment, incident)

  • มี downtime ไหม? → ใส่สมมติฐาน uptime และค่าเสียโอกาสแบบ conservative


7) มุมมองสำหรับคลังในไทย (ช่วยทำเคสให้คุ้ม)

  • กรุงเทพฯ/ปริมณฑล: ค่าเช่าพื้นที่สูง → “ประหยัดพื้นที่” มักเป็นก้อนใหญ่ของ ROI

  • EEC (ชลบุรี/ระยอง/ฉะเชิงเทรา): โรงงานผลิต → ROI มักมาจาก “ลดความเสียหาย + ความแม่น + throughput”

  • อยุธยา/ปทุมธานี: DC/กระจายสินค้า → ROI มักมาจาก “ลดหยิบผิด + เพิ่มสปีดจ่าย”


FAQ

Q1: ROI ของ ASRS โดยทั่วไปควรอยู่ที่กี่ปีถึงถือว่าคุ้ม?
A: แล้วแต่ธุรกิจ แต่หลายที่ตั้งเป้า Payback 3–7 ปี หากพื้นที่แพงหรือความเสียหายสูง มักคืนทุนเร็วกว่า

Q2: ถ้าลดคนไม่ได้ จะคำนวณ ROI ยังไง?
A: ใช้แนวคิด Avoided Hiring (ไม่ต้องเพิ่มคนตามยอดงานที่โต) และนับประโยชน์จากความแม่นยำ/ลดเสียหาย/ประหยัดพื้นที่แทน

Q3: ต้องรวมค่าเช่าพื้นที่เดิมไหม?
A: ไม่จำเป็น ให้รวมเฉพาะ “ส่วนที่ประหยัดได้จริง” เช่น ไม่ต้องเช่าเพิ่ม/คืนพื้นที่บางส่วน/เลี่ยงสร้างคลังใหม่

Q4: ความเสียหายคิดยังไงให้ไม่เว่อร์?
A: ใช้ตัวเลขย้อนหลัง 6–12 เดือนจากบันทึกจริง และคาดการณ์แบบ conservative (ลดลงบางส่วน ไม่ใช่ลดเป็นศูนย์)

Q5: ทำไม ROI ดูไม่สวยแต่ยังควรทำ?
A: บางอุตสาหกรรมต้องทำเพื่อความปลอดภัย/มาตรฐาน/ลดความเสี่ยงเชิงธุรกิจ (เช่น error แพงมาก) แม้ ROI ตรงๆ จะไม่สั้น

Q6: ต้องมี WMS/WCS ไหมถึงจะได้ ROI จริง?
A: ส่วนใหญ่จำเป็น เพราะเป็นตัวคุมตำแหน่ง ล็อต FIFO/FEFO และคำสั่งงาน ทำให้ความเร็วและความแม่นเกิดจริง

#ASRS #ROI #คำนวณROI #คลังอัตโนมัติ #WMS #WCS #โลจิสติกส์ #คลังสินค้า #ลดแรงงาน #ประหยัดพื้นที่ #ลดความเสียหาย #ลดหยิบผิด #EEC #ชลบุรี #ระยอง #อยุธยา #ปทุมธานี #กรุงเทพ

ปรึกษาฟรีทาง  Line : @516hquje
สนใจบริการติดตั้งชั้นวางอุตสาหกรรม  >>  ดูรายละเอียด  <<
สนใจบริการติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS >>  คลังอัตโนมัติ ASRS  <<
ดูรายละเอียดสินค้า  ชั้นวางสินค้า

เพิ่มบันทึกการสั่งซื้อ

    กำลังมองหาสินค้าใช่ไหม?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE