ASRS มีกี่ประเภท? Unit Load, Mini Load, Shuttle, VLM/Carousel เลือกแบบไหนให้ตรงงาน

ASRS มีกี่ประเภท? Unit Load, Mini Load, Shuttle, VLM/Carousel เลือกแบบไหนให้ตรงงาน

ระบบ ASRS มีกี่ประเภท? Unit Load, Mini Load, Shuttle, VLM/Carousel เลือกแบบไหนให้ตรงงาน

ทำไมต้องเลือก “ประเภท ASRS” ให้ถูกตั้งแต่ต้น

ASRS ไม่ใช่ระบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคลัง หากเลือกผิดจะเจอปัญหา เช่น

  • ความเร็วไม่พอในช่วงพีค (คอขวดที่สถานีหยิบ)

  • เก็บได้ไม่คุ้มความสูงอาคาร

  • ต้นทุนต่อช่องจัดเก็บแพงเกินจำเป็น

  • ขยายในอนาคตลำบาก
    ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ควรรู้ว่าแต่ละประเภทเหมาะกับ “หน่วยจัดเก็บ” และ “รูปแบบงาน” แบบไหน


4 ประเภทหลักของ ASRS (ที่นิยมใช้จริง)

1) Unit Load ASRS (พาเลท/ของหนัก)

คืออะไร: ระบบเก็บ-เบิกจ่ายพาเลทอัตโนมัติ มักใช้ Stacker Crane วิ่งตามทางเดินแคบในชั้นสูง (High-bay)
เหมาะกับงานแบบไหน

  • สินค้าเป็น พาเลท น้ำหนักมาก

  • ต้องการ ความจุสูง ใช้ความสูงอาคารให้คุ้ม

  • งานคลังโรงงาน/ศูนย์กระจายสินค้า (DC) ที่มีล็อตใหญ่

จุดเด่น

  • ความหนาแน่นจัดเก็บสูง ลดทางเดินรถยก

  • ปลอดภัยกว่าเมื่อเทียบกับรถยกในชั้นสูง

  • สต็อกแม่น เชื่อม WMS ได้ดี

ข้อควรพิจารณา

  • เหมาะกับ “พาเลท” มากกว่า SKU ชิ้นเล็กจำนวนนับพัน

  • หากต้องการ throughput สูงมาก อาจต้องเพิ่ม aisle/เครื่อง (ลงทุนสูงขึ้น)


2) Mini Load ASRS (กล่อง/ถัง/ชิ้นเล็ก)

คืออะไร: ระบบเก็บ-หยิบ กล่อง (tote) / ถัง / ลัง แบบอัตโนมัติ มักใช้ mini-load crane หรืออุปกรณ์ยกในชั้นแคบ พร้อมสถานีหยิบ (Goods-to-Person)
เหมาะกับงานแบบไหน

  • SKU เยอะ ชิ้นเล็ก-กลาง

  • ต้องการลด Picking Error

  • อีคอมเมิร์ซ อะไหล่ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือแพทย์

จุดเด่น

  • หยิบแม่นขึ้น (สแกน/ไฟนำทาง/ระบบพามาให้)

  • ใช้พื้นที่แนวสูงได้ดีในพื้นที่จำกัด

  • รองรับ FIFO/FEFO และ traceability

ข้อควรพิจารณา

  • ต้องออกแบบสถานีหยิบให้ไม่เป็นคอขวด

  • หน่วยจัดเก็บ (tote/bin) ต้องมาตรฐานเพื่อให้ระบบทำงานลื่น


3) Shuttle ASRS (เก็บลึก-ความเร็วสูง-ขยายง่าย)

คืออะไร: ใช้ Shuttle วิ่งบนรางในแต่ละชั้น/เลน ร่วมกับ Lift ยกขึ้น-ลง เหมาะกับงานที่ต้องการทั้งความเร็วและความหนาแน่น
เหมาะกับงานแบบไหน

  • ต้องการ throughput สูง (รับเข้า/จ่ายออกเยอะ)

  • ต้องการเก็บแน่น “ลึก” ลดพื้นที่ทางเดิน

  • มีช่วงพีคชัดเจน และอยากขยายแบบเพิ่ม Shuttle ตามงาน

จุดเด่น

  • ความเร็วสูง และยืดหยุ่นในการขยาย (เพิ่ม shuttle = เพิ่มกำลัง)

  • เหมาะกับทั้งกล่อง (tote shuttle) และบางแบบรองรับพาเลท (pallet shuttle ASRS)

  • จัดการ FIFO/FEFO ได้ตามการออกแบบทางเข้า-ออก

ข้อควรพิจารณา

  • ระบบซับซ้อนกว่า ต้องดูการบำรุงรักษาและอะไหล่

  • ต้องออกแบบการไหลงาน (inbound/outbound) ให้บาลานซ์กับ Lift และสถานีงาน


4) VLM / Carousel (เก็บแนวตั้ง/หยิบเร็วในพื้นที่จำกัด)

VLM (Vertical Lift Module) คืออะไร: ตู้เก็บแนวตั้งที่มีถาดขึ้น-ลงอัตโนมัติ นำของมาที่ช่องหยิบ
Carousel คืออะไร: ระบบหมุนถาด/ชั้นเพื่อพาของมาที่จุดหยิบ (แนวนอนหรือแนวตั้ง)

เหมาะกับงานแบบไหน

  • พื้นที่จำกัดมาก ต้องการ “เก็บสูง” ใน footprint เล็ก

  • ชิ้นส่วน/อะไหล่/เครื่องมือ/คลัง MRO

  • ต้องการหยิบเร็ว ลดเวลาค้นหา และควบคุมสิทธิ์เบิก

จุดเด่น

  • ติดตั้งเร็ว ไม่ต้องทำชั้นสูงทั้งโกดัง

  • Goods-to-Person ช่วยลด picking error

  • คุมการเบิกได้ดี เหมาะกับโรงงานในไทยที่พื้นที่แพง

ข้อควรพิจารณา

  • ความจุรวมอาจไม่เท่า ASRS แบบชั้นสูงเต็มระบบ

  • เหมาะกับงานชิ้นเล็ก-กลาง มากกว่างานพาเลท


เลือกแบบไหนให้ตรงงาน? (เช็กลิสต์ 6 ข้อที่ตัดสินใจได้จริง)

1) หน่วยจัดเก็บ (Load Type)

  • พาเลทหนัก → Unit Load

  • กล่อง/ถัง SKU เยอะ → Mini Load หรือ Shuttle (tote)

  • อะไหล่/เครื่องมือ ชิ้นเล็ก พื้นที่น้อย → VLM/Carousel

2) ปริมาณงานต่อชั่วโมง (Throughput)

  • ปานกลาง เน้นความจุ → Unit Load / Mini Load

  • สูงมาก หรือพีคหนัก → Shuttle (ขยายด้วยการเพิ่ม shuttle/สถานี)

3) จำนวน SKU และความหลากหลาย (Mix)

  • SKU น้อย ล็อตใหญ่ → Unit Load หรือ Pallet Shuttle

  • SKU เยอะ หยิบบ่อย → Mini Load / VLM

4) พื้นที่และความสูงอาคาร

  • อาคารสูง ใช้แนวสูงคุ้ม → Unit Load / Mini Load

  • พื้นที่พื้นน้อย แต่อาคารไม่สูงมาก → VLM/Carousel (คุ้มสุดต่อ footprint)

5) FIFO/FEFO และ Traceability

  • ต้องคุมวันหมดอายุ/ล็อต → Mini Load, Shuttle (ออกแบบ FIFO), Unit Load (เชื่อม WMS)

  • ต้องบันทึกการเบิกเป็นรายคน → VLM เด่นเรื่องควบคุมการเข้าถึง

6) งบลงทุนและแผนขยาย

  • อยากเริ่มเล็กแล้วขยาย → Shuttle หรือ VLM (เริ่มเป็นโซน/ตู้แล้วเพิ่ม)

  • เน้นโครงการใหญ่ระยะยาว → Unit Load / Mini Load เต็มระบบ


แนวทางเริ่มต้นให้คุ้ม (ไม่ต้องทำทั้งโกดังทีเดียว)

  1. เลือกโซนที่ “คุ้มสุด” ก่อน เช่น สินค้าขายดี/หยิบผิดบ่อย/พื้นที่อัดแน่น

  2. ทำ Time Study: หยิบต่อวัน, ช่วงพีค, cut-off ขนส่ง

  3. กำหนด KPI: Pick Accuracy, Order Cycle Time, Space Utilization, OEE/Availability

  4. ทำเป็นเฟส: เริ่ม 1 aisle / 1 shuttle block / 1–2 VLM แล้วค่อยเพิ่ม


FAQ (คำถามที่คนค้นหาบ่อย)

Q: ASRS มีกี่ประเภทหลัก?
A: ที่พบใช้บ่อยมี 4 กลุ่มหลักคือ Unit Load, Mini Load, Shuttle และ VLM/Carousel โดยบางโครงการผสมกันได้ตามสินค้าและการไหลงาน

Q: E-commerce SKU เยอะควรเลือกแบบไหน?
A: Mini Load หรือ Shuttle (tote) เพราะเหมาะกับงานหยิบถี่และลด picking error ได้ดี ส่วนพื้นที่เล็กมากให้เริ่มด้วย VLM

Q: ถ้าเป็นพาเลทหนักในโรงงานควรเลือกอะไร?
A: Unit Load ASRS (High-bay + Stacker Crane) เหมาะที่สุด หากต้องการเก็บแน่นมากและล็อตใหญ่บางเคสใช้ pallet shuttle ASRS

Q: VLM ต่างจาก Mini Load ยังไง?
A: VLM เป็นตู้แนวตั้ง footprint เล็ก ติดตั้งเร็ว เหมาะกับอะไหล่/เครื่องมือ ส่วน Mini Load เป็นระบบชั้นสูงแบบ aisle รองรับปริมาณมากและเชื่อมสถานีหยิบหลายจุด


สรุป

การเลือก ASRS ให้ตรงงานให้เริ่มจาก “หน่วยจัดเก็บ + throughput + SKU + พื้นที่อาคาร”

  • พาเลทหนัก/ต้องการความจุแนวสูง → Unit Load

  • กล่อง/ชิ้นเล็ก SKU เยอะ → Mini Load

  • ต้องการความเร็วสูงและขยายง่าย → Shuttle

  • พื้นที่พื้นน้อยมาก ต้องเก็บแนวตั้งแบบเร็ว → VLM/Carousel

#ASRS #ASRSSystem #UnitLoadASRS #MiniLoadASRS #ShuttleSystem #VLM #VerticalLiftModule #CarouselSystem #คลังอัตโนมัติ #WarehouseAutomation #HighBay #StackerCrane #GoodsToPerson #WMS #WCS #โลจิสติกส์ #คลังสินค้า #โรงงาน #อุตสาหกรรมไทย #SEO #AEO #SAO #GEO #ASEO

ปรึกษาฟรีทาง  Line : @516hquje
สนใจบริการติดตั้งชั้นวางอุตสาหกรรม  >>  ดูรายละเอียด  <<
สนใจบริการติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS >>  ดูรายละเอียด  <<
ดูรายละเอียดสินค้า  ชั้นวางสินค้า

เพิ่มบันทึกการสั่งซื้อ

    กำลังมองหาสินค้าใช่ไหม?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE