ตรวจสิ่งแวดล้อม มีอะไรบ้าง? รวมรายการตรวจที่โรงงานควรรู้

ตรวจสิ่งแวดล้อม มีอะไรบ้าง? รวมรายการตรวจที่โรงงานควรรู้

ตรวจสิ่งแวดล้อม มีอะไรบ้าง? รวมรายการตรวจที่โรงงานควรรู้

โรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้มีเพียงเรื่องการผลิตและความปลอดภัยภายในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่ออากาศ น้ำ ดิน เสียง และชุมชนโดยรอบ การ ตรวจสิ่งแวดล้อม จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โรงงานทราบว่ากระบวนการผลิตหรือระบบบำบัดยังทำงานอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ และช่วยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

คำถามที่หลายโรงงานสงสัยคือ ตรวจสิ่งแวดล้อม มีอะไรบ้าง และต้องตรวจทุกอย่างหรือไม่?

คำตอบคือ โรงงานแต่ละแห่งอาจมีรายการตรวจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต เชื้อเพลิง สารเคมี แหล่งกำเนิดมลพิษ ตลอดจนเงื่อนไขตามกฎหมาย ใบอนุญาต หรือรายงานด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง

ตรวจสิ่งแวดล้อมมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไป การตรวจสิ่งแวดล้อมในโรงงานสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ได้แก่

ไม่ใช่ทุกโรงงานจะต้องตรวจครบทุกหัวข้อ การกำหนดรายการตรวจควรพิจารณาจาก แหล่งกำเนิดมลพิษจริงของโรงงานและข้อกำหนดที่กิจการนั้นอยู่ภายใต้

กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีระบบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการรายงานปริมาณสารมลพิษ PRTR การขึ้นทะเบียนบุคลากรสิ่งแวดล้อม การรายงานดินและน้ำใต้ดิน และการติดตามมลพิษอุตสาหกรรมหลายด้าน


ตารางสรุป ตรวจสิ่งแวดล้อมในโรงงานมีอะไรบ้าง?

รายการตรวจ สิ่งที่ตรวจโดยทั่วไป โรงงานที่ควรให้ความสำคัญ
อากาศจากปล่อง ฝุ่น ก๊าซ และสารมลพิษจากกระบวนการผลิตหรือการเผาไหม้ โรงงานมีปล่อง หม้อไอน้ำ เตาเผา
อากาศบริเวณโรงงาน ฝุ่น VOCs และสารมลพิษในบรรยากาศ โรงงานที่มีฝุ่น สารเคมี ตัวทำละลาย
น้ำทิ้ง pH, BOD, COD, SS และพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง โรงงานที่มีน้ำเสียจากกระบวนการผลิต
เสียง ระดับเสียงบริเวณโรงงานและพื้นที่โดยรอบ โรงงานใช้เครื่องจักรเสียงดัง
กลิ่น ความเข้มกลิ่นหรือผลกระทบจากกลิ่น อาหาร ยาง สารเคมี บำบัดน้ำเสีย ฯลฯ
ดิน ตรวจการปนเปื้อนสารเคมีหรือสารอันตราย โรงงานที่เข้าข่ายตามข้อกำหนด
น้ำใต้ดิน ตรวจสารปนเปื้อนจากกิจกรรมโรงงาน โรงงานที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วไหล
กากอุตสาหกรรม ชนิด ปริมาณ การจัดเก็บและการนำออก โรงงานที่มีกากหรือวัสดุไม่ใช้แล้ว
VOCs สารอินทรีย์ระเหยง่าย งานพ่นสี เคมี ปิโตรเคมี ตัวทำละลาย

1. ตรวจคุณภาพอากาศจากปล่องโรงงาน

โรงงานที่มีกระบวนการเผาไหม้ มีหม้อไอน้ำ เตาอบ เตาหลอม เตาเผา หรือกระบวนการผลิตที่ปล่อยมลพิษทางอากาศ ควรให้ความสำคัญกับการ ตรวจวัดอากาศจากปล่อง

พารามิเตอร์ที่ตรวจอาจแตกต่างตามกระบวนการ เช่น

  • ฝุ่นละออง

  • ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂)

  • ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx)

  • ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)

  • สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)

  • สารหรือโลหะบางชนิดที่เกิดจากกระบวนการผลิต

รายการที่ต้องตรวจจริงต้องพิจารณาจาก ประเภทโรงงาน เชื้อเพลิง วัตถุดิบ และแหล่งกำเนิดมลพิษ

การตรวจปล่องช่วยให้โรงงานเห็นประสิทธิภาพของระบบ เช่น เครื่องดักฝุ่น Scrubber หรือระบบบำบัดอากาศ ว่ายังควบคุมมลพิษได้ตามที่กำหนดหรือไม่


2. ตรวจคุณภาพอากาศบริเวณทั่วไปและแนวรั้วโรงงาน

บางกิจกรรมไม่ได้ปล่อยมลพิษออกจากปล่องเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเกิดการฟุ้งกระจายจากจุดขนถ่ายวัตถุดิบ ลานเก็บสินค้า กระบวนการผสม การใช้สารเคมี หรือการระเหยของตัวทำละลาย

จึงอาจต้องมีการตรวจคุณภาพอากาศบริเวณโรงงานหรือแนวรั้ว เช่น

  • ฝุ่นละอองรวม (TSP)

  • PM10

  • PM2.5

  • VOCs

  • H₂S

  • SO₂

  • NO₂

  • CO

ตัวอย่างการติดตามเหตุการณ์มลพิษของกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีการตรวจทั้งคุณภาพอากาศในโรงงานและบริเวณริมรั้ว รวมถึง TSP, PM10, PM2.5, VOCs และก๊าซต่าง ๆ ตามลักษณะความเสี่ยงของพื้นที่

แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงงานทุกแห่งจะต้องตรวจพารามิเตอร์เหล่านี้ทั้งหมด


3. ตรวจคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงงาน

อีกหนึ่งรายการสำคัญของการ ตรวจสิ่งแวดล้อมโรงงาน คือการตรวจคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะโรงงานที่มีน้ำเสียจากการผลิต การล้างวัตถุดิบ การล้างเครื่องจักร หรือกระบวนการอื่น ๆ

ค่าที่พบในการวิเคราะห์น้ำทิ้งโดยทั่วไปอาจมี เช่น

พารามิเตอร์ ใช้ดูอะไร
pH ความเป็นกรด-ด่าง
BOD ปริมาณสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายทางชีวภาพ
COD ปริมาณสารที่สามารถออกซิไดซ์ได้ในน้ำ
SS ปริมาณของแข็งแขวนลอย
TDS ของแข็งที่ละลายในน้ำ
Oil & Grease น้ำมันและไขมัน
โลหะหนัก ตรวจในกิจการที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม รายการวิเคราะห์ต้องเลือกให้สัมพันธ์กับวัตถุดิบและกระบวนการผลิต ไม่ควรใช้รายการตรวจเดียวกันกับโรงงานทุกประเภท

ตัวอย่างเช่น โรงงานชุบโลหะกับโรงงานแปรรูปอาหารย่อมมีสารที่ต้องเฝ้าระวังแตกต่างกัน


4. ตรวจเสียงจากการประกอบกิจการโรงงาน

เครื่องจักรขนาดใหญ่ เครื่องอัด เครื่องปั๊ม พัดลมอุตสาหกรรม คอมเพรสเซอร์ หรือการขนถ่ายวัตถุดิบ สามารถสร้างเสียงที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบได้

การตรวจอาจครอบคลุม

  • ระดับเสียงสูงสุด

  • ระดับเสียงเฉลี่ย

  • ระดับเสียงรบกวน

  • จุดที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียง

  • บริเวณแนวรั้วหรือพื้นที่รับผลกระทบ

กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีประกาศเกี่ยวกับวิธีตรวจวัดระดับเสียงรบกวน ระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และระดับเสียงสูงสุดจากการประกอบกิจการโรงงาน ซึ่งประกาศในปี พ.ศ. 2567

หากมีเครื่องจักรใหม่หรือเปลี่ยนกระบวนการผลิตจนเกิดเสียงมากขึ้น ก็ควรประเมินผลกระทบใหม่ด้วย


5. ตรวจกลิ่นจากโรงงาน

กลิ่นเป็นปัญหาที่มักนำไปสู่ข้อร้องเรียนจากชุมชน แม้ว่าบางครั้งจะมองไม่เห็นเหมือนควันหรือฝุ่นก็ตาม

แหล่งกำเนิดกลิ่นที่พบได้ เช่น

  • กระบวนการผลิตอาหาร

  • การหมัก

  • โรงงานยาง

  • บ่อบำบัดน้ำเสีย

  • การใช้สารเคมี

  • การใช้ตัวทำละลาย

  • จุดเก็บกากของเสีย

ปัจจุบันกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดด้านมาตรฐานกลิ่นจากโรงงานฉบับใหม่ในปี พ.ศ. 2568 ดังนั้นโรงงานที่มีแหล่งกำเนิดกลิ่นควรตรวจสอบว่ากิจการของตนเข้าข่ายข้อกำหนดใดบ้าง


6. ตรวจสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs

VOCs (Volatile Organic Compounds) เป็นสารที่สามารถระเหยออกสู่อากาศได้ง่าย พบได้ในหลายกิจกรรม เช่น

  • พ่นสี

  • ผสมสี

  • ผลิตสารเคมี

  • ใช้ทินเนอร์หรือตัวทำละลาย

  • ปิโตรเคมี

  • พิมพ์

  • ผลิตกาว

  • เคลือบผิว

จุดที่ต้องติดตามอาจเป็นบริเวณกระบวนการผลิต แหล่งระบาย หรือแนวรั้วโรงงาน ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีระบบรายงานสารอินทรีย์ระเหยที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมบางประเภท เช่น หอเผาทิ้ง ถังกักเก็บ และการซ่อมบำรุงด้วย


7. ตรวจคุณภาพดิน

การตรวจดินมักมีความสำคัญสำหรับโรงงานที่มีการใช้หรือเก็บสารเคมี น้ำมัน สารอันตราย หรือวัตถุดิบที่อาจปนเปื้อนลงสู่พื้นดิน

สารที่ต้องวิเคราะห์ขึ้นอยู่กับสารที่โรงงานใช้จริง เช่น

  • โลหะหนัก

  • สารอินทรีย์บางชนิด

  • สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการ

  • น้ำมันหรือสารไฮโดรคาร์บอน

จุดประสงค์ไม่ได้มีเพียงการดูว่าดิน “สะอาดหรือไม่” แต่เป็นการติดตามว่ากิจกรรมของโรงงานก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือการปนเปื้อนหรือไม่


8. ตรวจน้ำใต้ดิน

สารเคมีที่รั่วไหลอาจซึมลงดินและเข้าสู่น้ำใต้ดินได้ โดยเฉพาะโรงงานที่มีพื้นที่จัดเก็บสารเคมี ถังเก็บใต้ดิน หรือมีประวัติการรั่วไหล

การตรวจน้ำใต้ดินจึงอาจเป็นอีกหนึ่งส่วนของการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานที่เข้าข่าย

ปัจจุบันกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีระบบ SGW Report สำหรับรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใต้ดิน และในปี พ.ศ. 2569 มีประกาศใหม่เกี่ยวกับห้องปฏิบัติการที่ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำใต้ดิน


9. ตรวจการจัดการกากอุตสาหกรรม

กากอุตสาหกรรมถือเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะโรงงานที่เกิดวัสดุไม่ใช้แล้ว สารเคมีใช้แล้ว ตะกอนจากระบบบำบัด หรือของเสียจากการผลิต

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • กากเกิดจากกระบวนการใด

  • เป็นกากประเภทใด

  • มีปริมาณเท่าไร

  • จัดเก็บอยู่บริเวณใด

  • ภาชนะเหมาะสมหรือไม่

  • มีการป้องกันการรั่วไหลหรือไม่

  • มีการส่งออกไปจัดการอย่างไร

  • เอกสารการนำออกและการจัดการสอดคล้องกันหรือไม่

การจัดการผิดวิธีอาจทำให้เกิดทั้งปัญหาดิน น้ำใต้ดิน กลิ่น และสารเคมีแพร่กระจายออกนอกพื้นที่โรงงานได้


โรงงานจำเป็นต้องตรวจสิ่งแวดล้อมทุกหัวข้อหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกหัวข้อเหมือนกันทุกโรงงาน

โรงงานควรเริ่มจากการสำรวจว่าในกระบวนการของตัวเองมีแหล่งกำเนิดมลพิษอะไรบ้าง เช่น

มีหม้อไอน้ำ
→ ตรวจสอบข้อกำหนดด้านมลพิษจากปล่อง

มีระบบบำบัดน้ำเสีย
→ ตรวจคุณภาพน้ำและประสิทธิภาพระบบบำบัด

ใช้สารระเหยจำนวนมาก
→ ประเมิน VOCs และมลพิษทางอากาศ

เครื่องจักรเสียงดัง
→ ประเมินเสียงจากกิจการ

มีสารเคมีหรือของเสียอันตราย
→ ตรวจการจัดเก็บ กากอุตสาหกรรม รวมถึงความเสี่ยงต่อดินและน้ำใต้ดิน

ดังนั้นแนวทางที่ถูกต้องคือ ตรวจตามความเสี่ยงและข้อกำหนดของโรงงานแต่ละแห่ง


ควรตรวจสิ่งแวดล้อมบ่อยแค่ไหน?

ไม่มีความถี่เดียวที่สามารถใช้ได้กับโรงงานทุกประเภท

ความถี่ควรพิจารณาจาก

  1. ประเภทกิจการโรงงาน

  2. แหล่งกำเนิดมลพิษ

  3. กฎหมายหรือประกาศที่เกี่ยวข้อง

  4. เงื่อนไขใบอนุญาต

  5. เงื่อนไขในรายงาน EIA หรือมาตรการสิ่งแวดล้อม ถ้ามี

  6. การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต

  7. ประวัติผลตรวจที่ผ่านมา

  8. ข้อร้องเรียนจากชุมชนหรือเหตุผิดปกติ

บางรายการอาจเป็นการตรวจตามรอบ ขณะที่บางกิจการอาจมีระบบติดตามต่อเนื่อง

จึงไม่ควรนำคำว่า “ตรวจปีละครั้ง” หรือ “ตรวจทุก 6 เดือน” ไปใช้กับทุกโรงงานโดยอัตโนมัติ


ก่อนจ้างตรวจสิ่งแวดล้อม โรงงานควรเตรียมข้อมูลอะไร?

เพื่อกำหนดรายการตรวจได้ตรงกับกิจการ ควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้น เช่น

1. ประเภทกิจการ

ระบุว่าผลิตอะไรและมีกระบวนการหลักอะไรบ้าง

2. วัตถุดิบและสารเคมี

ตรวจสอบว่าสารใดมีโอกาสกลายเป็นมลพิษ

3. แหล่งกำเนิดมลพิษ

เช่น ปล่อง บ่อบำบัด เครื่องจักร จุดพ่นสี หรือพื้นที่จัดเก็บสารเคมี

4. ระบบบำบัด

เช่น Scrubber, Dust Collector หรือระบบบำบัดน้ำเสีย

5. ผลตรวจครั้งก่อน

ช่วยเปรียบเทียบแนวโน้มและค้นหาค่าที่ผิดปกติ

6. เอกสารหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

เพื่อเลือกพารามิเตอร์ จุดตรวจ และความถี่ให้เหมาะสม


ข้อควรรู้สำหรับโรงงานในปี 2569

ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมมีการปรับปรุงอยู่เป็นระยะ โรงงานจึงไม่ควรใช้รายการตรวจเดิมต่อเนื่องหลายปีโดยไม่ทบทวน

ตัวอย่างเช่น ในปี พ.ศ. 2569 มีการปรับปรุงข้อมูลด้านการตรวจดินและน้ำใต้ดิน ขณะที่โรงงานบางประเภทในกรุงเทพมหานครยังมีมาตรการควบคุมมลพิษอากาศเพิ่มเติม โดยมาตรฐานการระบายบางส่วนเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และโรงงานที่เข้าข่ายบางกลุ่มต้องเตรียมเชื่อมต่อระบบตรวจวัดมลพิษอากาศแบบต่อเนื่องตามกรอบเวลาที่กำหนด

ดังนั้นก่อนตรวจจริง ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดตาม ประเภทโรงงานและพื้นที่ตั้งโรงงาน อีกครั้ง


สรุป: ตรวจสิ่งแวดล้อม มีอะไรบ้าง?

หากถามแบบสั้นที่สุดว่า ตรวจสิ่งแวดล้อมโรงงานมีอะไรบ้าง?

หลัก ๆ คือ

อากาศ + น้ำ + เสียง + กลิ่น + ดิน + น้ำใต้ดิน + VOCs + กากอุตสาหกรรม

แต่หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การตรวจให้ครบทุกรายการ แต่อยู่ที่การรู้ว่า โรงงานของเรามีความเสี่ยงอะไร และกฎหมายกำหนดให้ติดตามเรื่องใด

การวางแผนตรวจให้เหมาะสมตั้งแต่ต้นช่วยให้โรงงานตรวจเฉพาะรายการที่จำเป็น ได้ข้อมูลที่นำไปใช้ปรับปรุงระบบจริง และช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหามลพิษหรือข้อร้องเรียนในอนาคต


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจสิ่งแวดล้อม

ตรวจสิ่งแวดล้อมโรงงานมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปครอบคลุมการตรวจอากาศจากปล่อง คุณภาพอากาศ น้ำทิ้ง เสียง กลิ่น VOCs ดิน น้ำใต้ดิน และการจัดการกากอุตสาหกรรม แต่รายการจริงขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและข้อกำหนดของแต่ละโรงงาน

โรงงานทุกแห่งต้องตรวจสิ่งแวดล้อมเหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน เพราะโรงงานแต่ละประเภทใช้วัตถุดิบ กระบวนการผลิต สารเคมี เชื้อเพลิง และมีแหล่งกำเนิดมลพิษแตกต่างกัน

ตรวจสิ่งแวดล้อมปีละครั้งเพียงพอหรือไม่?

ไม่สามารถกำหนดเหมือนกันทุกกิจการได้ ต้องตรวจสอบข้อกำหนดที่ใช้กับโรงงานนั้น รวมถึงเงื่อนไขใบอนุญาตและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง

โรงงานมีปล่องต้องตรวจอะไร?

ขึ้นอยู่กับกระบวนการและเชื้อเพลิง อาจต้องตรวจฝุ่น SO₂, NOx, CO, VOCs หรือสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต

โรงงานมีน้ำเสียต้องตรวจอะไร?

มักมีการตรวจ pH, BOD, COD, SS รวมถึงน้ำมัน ไขมัน โลหะหนัก หรือสารเฉพาะอื่นตามประเภทกิจการและแหล่งกำเนิดน้ำเสีย

VOCs คืออะไร?

VOCs คือสารอินทรีย์ระเหยง่าย พบได้ในตัวทำละลาย สี ทินเนอร์ กาว และสารเคมีหลายประเภท โรงงานที่ใช้สารเหล่านี้ควรประเมินแหล่งปล่อยและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

โรงงานต้องตรวจดินและน้ำใต้ดินทุกแห่งหรือไม่?

ไม่ทุกแห่ง ต้องพิจารณาว่าโรงงานเข้าข่ายตามข้อกำหนดหรือมีความเสี่ยงจากสารเคมีและสารอันตรายที่อาจปนเปื้อนลงสู่ดินหรือน้ำใต้ดินหรือไม่

ควรเริ่มตรวจสิ่งแวดล้อมจากอะไร?

เริ่มจากรวบรวมข้อมูลกระบวนการผลิต วัตถุดิบ สารเคมี เชื้อเพลิง น้ำเสีย ปล่อง ระบบบำบัด เครื่องจักร และกากอุตสาหกรรม จากนั้นจึงกำหนดรายการตรวจตามความเสี่ยงและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง


#ตรวจวัดสิ่งแวดล้อม #ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน #ตรวจวัดโรงงาน #ตรวจวัดความร้อน #ตรวจวัดแสงสว่าง #ตรวจวัดเสียง #ตรวจวัดสารเคมี #ตรวจวัดคุณภาพอากาศ #ตรวจวัดน้ำทิ้ง #ความปลอดภัยในโรงงาน #อาชีวอนามัย #สิ่งแวดล้อมโรงงาน

ความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเผยแพร่

เพิ่มบันทึกการสั่งซื้อ

    กำลังมองหาสินค้าใช่ไหม?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE