EN 136 และ EN 140 คืออะไร? มาตรฐานหน้ากากป้องกันสารเคมี

EN 136 และ EN 140 คืออะไร? มาตรฐานหน้ากากป้องกันสารเคมี

มาตรฐาน EN 136 และ EN 140 เกี่ยวข้องกับหน้ากากป้องกันสารเคมีอย่างไร? เลือกหน้ากากให้เหมาะกับงานอย่างไร

EN 136 และ EN 140 เป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Protective Devices) ที่ใช้กำหนดคุณภาพ การทดสอบ และข้อกำหนดของตัวหน้ากาก โดย EN 136 ใช้กับ หน้ากากเต็มหน้า (Full Face Mask) ส่วน EN 140 ใช้กับ หน้ากากครึ่งหน้า (Half Mask / Quarter Mask) ซึ่งทั้งสองมาตรฐานไม่ได้เป็นตัวบอกว่าสามารถป้องกันสารเคมีชนิดใดโดยตรง แต่เป็นมาตรฐานด้าน โครงสร้าง ความแนบสนิท ความทนทาน และประสิทธิภาพของตัวหน้ากาก ดังนั้นการป้องกันสารเคมีจริงต้องเลือก ไส้กรอง (Filter / Cartridge) ให้เหมาะกับชนิดสารเคมีร่วมด้วย 


มาตรฐาน EN 136 และ EN 140 คืออะไร?

ในการเลือก หน้ากากป้องกันสารเคมี หลายคนมักมองเฉพาะไส้กรองหรือราคาของสินค้า แต่จริง ๆ แล้ว “ตัวหน้ากาก” ก็เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัย เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสกับใบหน้าและเป็นตัวป้องกันไม่ให้อากาศที่ปนเปื้อนสารเคมีรั่วเข้าสู่ระบบหายใจ

มาตรฐาน EN 136 และ EN 140 เป็นมาตรฐานยุโรป (European Standard) สำหรับอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ โดยกำหนดข้อกำหนดเกี่ยวกับการออกแบบ การทดสอบ และการทำเครื่องหมายของหน้ากากแต่ละประเภท


EN 136 คืออะไร? หน้ากากเต็มหน้า (Full Face Mask)

EN 136: Respiratory protective devices – Full face masks เป็นมาตรฐานสำหรับ หน้ากากเต็มหน้า ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันทั้งระบบทางเดินหายใจและดวงตา

หน้ากากประเภทนี้จะครอบคลุมบริเวณ:

  • จมูก
  • ปาก
  • ดวงตา
  • ใบหน้าบางส่วน

เหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงจาก:

  • ไอระเหยสารเคมี
  • ก๊าซพิษ
  • ฝุ่นสารเคมี
  • ละอองของเหลว
  • งานที่มีโอกาสเกิดสารเคมีกระเด็นเข้าตา

ตัวอย่างงาน:

  • โรงงานเคมี
  • งานพ่นสีอุตสาหกรรม
  • งานผสมสารเคมี
  • งานทำความสะอาดด้วยสารเคมีเข้มข้น
  • ห้องปฏิบัติการ

EN 140 คืออะไร? หน้ากากครึ่งหน้า (Half Mask)

EN 140: Respiratory protective devices – Half masks and quarter masks เป็นมาตรฐานสำหรับ หน้ากากครึ่งหน้า

หน้ากากชนิดนี้จะป้องกันเฉพาะ:

  • จมูก
  • ปาก

แต่ไม่ครอบคลุมดวงตา

เหมาะสำหรับ:

  • งานพ่นสีทั่วไป
  • งานใช้ตัวทำละลาย
  • งานซ่อมบำรุง
  • งานที่มีฝุ่นหรือไอระเหยในระดับควบคุมได้

หากพื้นที่ทำงานมีความเสี่ยงที่สารเคมีกระเด็นเข้าหน้า หรือมีไอสารเคมีเข้มข้น ควรพิจารณาใช้หน้ากากเต็มหน้าตามความเหมาะสม


ตารางเปรียบเทียบ EN 136 กับ EN 140

รายละเอียด EN 136 EN 140
ประเภทหน้ากาก หน้ากากเต็มหน้า (Full Face Mask) หน้ากากครึ่งหน้า (Half Mask)
พื้นที่ป้องกัน จมูก ปาก ดวงตา และใบหน้า จมูกและปาก
การป้องกันดวงตา ✅ มี ❌ ไม่มี
ความครอบคลุมใบหน้า สูงกว่า ต่ำกว่า
ความสบายในการสวมใส่ อาจหนักกว่า เบากว่า
เหมาะกับความเสี่ยง งานสารเคมีเข้มข้น งานเสี่ยงสูง งานทั่วไปที่ควบคุมความเสี่ยงได้
ต้องใช้ร่วมกับไส้กรอง ✅ ใช่ ✅ ใช่

EN 136 และ EN 140 ป้องกันสารเคมีได้หรือไม่?

คำตอบคือ มาตรฐาน EN 136 และ EN 140 ไม่ได้หมายความว่าหน้ากากสามารถกันสารเคมีทุกชนิดได้

มาตรฐานเหล่านี้รับรองเรื่อง:

  • คุณภาพตัวหน้ากาก
  • ความแนบสนิทกับใบหน้า
  • ความทนทาน
  • ระบบวาล์วหายใจ
  • การทดสอบประสิทธิภาพของหน้ากาก

ส่วนการป้องกันสารเคมีขึ้นอยู่กับ ชนิดของไส้กรองที่เลือกใช้

ตัวอย่าง:

ประเภทไส้กรอง เหมาะกับ
Organic Vapor (A) สี ทินเนอร์ ตัวทำละลาย น้ำมัน
Acid Gas (E) ก๊าซกรดบางประเภท
Ammonia (K) แอมโมเนีย
Particulate Filter (P) ฝุ่น ละออง ฟูม
Multi Gas สารเคมีหลายประเภท

ดังนั้นการเลือกหน้ากากป้องกันสารเคมีต้องดูทั้ง หน้ากาก + ไส้กรอง + ลักษณะงาน ไม่ใช่เลือกจากมาตรฐานเพียงอย่างเดียว


เลือก EN 136 หรือ EN 140 สำหรับงานแบบไหนดี?

เลือก EN 140 เมื่อ:

เหมาะกับงานที่:

  • มีการควบคุมพื้นที่ทำงาน
  • ความเข้มข้นสารเคมีไม่สูง
  • ต้องใส่หน้ากากเป็นเวลานาน
  • ต้องการความคล่องตัว

ตัวอย่าง:

✅ งานพ่นสีทั่วไป
✅ งานซ่อมเครื่องจักร
✅ งานใช้สารเคมีปริมาณน้อย


เลือก EN 136 เมื่อ:

เหมาะกับงานที่:

  • มีความเสี่ยงสูงกว่า
  • ต้องการป้องกันดวงตาด้วย
  • มีโอกาสเกิดสารเคมีกระเด็น
  • มีไอระเหยจำนวนมาก

ตัวอย่าง:

✅ โรงงานเคมี
✅ งานผสมสาร
✅ งานฉุกเฉินสารเคมีรั่วไหล
✅ งานในพื้นที่ที่ต้องการการป้องกันสูง


สิ่งที่ต้องดูเพิ่มเติมก่อนซื้อหน้ากากป้องกันสารเคมี

1. ตรวจสอบชนิดสารเคมี

ควรทราบก่อนว่าเป็น:

  • สารอินทรีย์
  • ก๊าซกรด
  • ฝุ่นสารเคมี
  • ไอระเหย
  • สารพิษชนิดใด

เพราะไส้กรองแต่ละประเภทออกแบบมาสำหรับสารแตกต่างกัน


2. ตรวจสอบความกระชับของหน้ากาก

แม้หน้ากากจะผ่านมาตรฐาน แต่หากมีช่องว่างระหว่างหน้ากากกับใบหน้า อาจทำให้อากาศที่ปนเปื้อนสารเคมีรั่วเข้าไปได้

ควรตรวจสอบ:

  • สายรัดแน่นพอดี
  • ไม่มีช่องว่างบริเวณขอบหน้ากาก
  • ซีลหน้ากากไม่เสียหาย

3. ตรวจสอบสภาพไส้กรอง

ไส้กรองสารเคมีมีอายุการใช้งานจำกัด

ควรเปลี่ยนเมื่อ:

  • มีกลิ่นสารเคมีเข้ามา
  • หายใจลำบากขึ้น
  • ใช้งานถึงระยะเวลาที่กำหนด

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: EN 136 กับ EN 140 ต่างกันอย่างไร?

EN 136 เป็นมาตรฐานสำหรับหน้ากากเต็มหน้า ส่วน EN 140 เป็นมาตรฐานสำหรับหน้ากากครึ่งหน้า โดย EN 136 จะมีพื้นที่ป้องกันมากกว่า รวมถึงป้องกันดวงตาได้ด้วย


Q2: หน้ากาก EN 136 สามารถกันสารเคมีทุกชนิดได้หรือไม่?

ไม่ได้ เพราะ EN 136 รับรองเฉพาะตัวหน้ากาก ต้องเลือกไส้กรองที่เหมาะกับชนิดสารเคมีเพิ่มเติม


Q3: งานพ่นสีควรใช้ EN 136 หรือ EN 140?

ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง หากเป็นงานพ่นสีทั่วไปอาจใช้หน้ากาก EN 140 ร่วมกับไส้กรอง Organic Vapor แต่ถ้าเป็นพื้นที่ปิดหรือมีสารเข้มข้นสูง ควรเลือก EN 136


Q4: หน้ากากเต็มหน้าดีกว่าหน้ากากครึ่งหน้าเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป การเลือกควรขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง หากงานมีความเสี่ยงต่ำ หน้ากากครึ่งหน้าอาจเพียงพอและสวมใส่สบายกว่า


Q5: สามารถใช้หน้ากาก EN 140 กับสารเคมีได้หรือไม่?

สามารถใช้ได้ หากเลือกไส้กรองที่ถูกต้องและใช้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม


สรุป

มาตรฐาน EN 136 และ EN 140 เป็นมาตรฐานที่ช่วยยืนยันคุณภาพของตัวหน้ากากป้องกันระบบหายใจ โดย EN 136 เหมาะสำหรับหน้ากากเต็มหน้าและงานที่ต้องการการป้องกันสูง ส่วน EN 140 เหมาะสำหรับหน้ากากครึ่งหน้าและงานทั่วไปที่ควบคุมความเสี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม การป้องกันสารเคมีที่มีประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานหน้ากากเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเลือก ชนิดไส้กรองให้ตรงกับสารเคมี ลักษณะงาน และระดับความเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน


#หน้ากากป้องกันสารเคมี#หน้ากากกันสารเคมี#มาตรฐานEN136#มาตรฐานEN140#อุปกรณ์เซฟตี้#ความปลอดภัยในการทำงาน#PPEโรงงาน#SafetyFirst#โรงงานอุตสาหกรรม#อาชีวอนามัย

ความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเผยแพร่

เพิ่มบันทึกการสั่งซื้อ

    กำลังมองหาสินค้าใช่ไหม?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE