WMS กับ WCS ต่างกันยังไง? และเกี่ยวอะไรกับ ASRS ให้ระบบลื่นจริง

WMS กับ WCS ต่างกันยังไง? และเกี่ยวอะไรกับ ASRS ให้ระบบลื่นจริง
ทำไมหลายคลังติด ASRS แล้ว “ยังไม่ลื่น”
หลายโครงการติดตั้ง ASRS แล้วพบว่า
-
หยิบยังช้าในช่วงพีค
-
คิวติดที่สถานีหยิบ/แพ็ก
-
สต็อกไม่ตรง เพราะข้อมูลอัปเดตไม่เรียลไทม์
-
เครื่องทำงานได้ แต่ “งานทั้งระบบ” ไม่ไหล
สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ใช่เครื่องจักรอย่างเดียว แต่เป็น “สมองของระบบ” ที่เชื่อม WMS + WCS + ASRS ให้ทำงานเป็นทีม
WMS คืออะไร (Warehouse Management System)
WMS คือระบบบริหารคลังในภาพรวม เน้น “การวางแผนและกติกาการทำงาน” ของคลัง เช่น
-
รับสินค้าเข้า (Receiving) / ตรวจรับ
-
กำหนดตำแหน่งจัดเก็บ (Put-away) และ Location
-
บริหารสต็อกแบบเรียลไทม์ (On-hand/Available)
-
หยิบสินค้า (Picking) / รวมออเดอร์ (Wave/Batch)
-
แพ็กและจัดส่ง (Packing/Shipping)
-
คุมล็อต/ซีเรียล/วันหมดอายุ (FIFO/FEFO)
-
Cycle Count / นับสต็อก
-
รายงาน KPI: Pick accuracy, Order cycle time, Fill rate
สรุป: WMS ตอบคำถาม “ต้องทำอะไร เก็บที่ไหน หยิบอะไร ก่อน-หลังอย่างไร”
WCS คืออะไร (Warehouse Control System)
WCS คือระบบควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อัตโนมัติในคลังแบบเรียลไทม์ เน้น “การคุมจังหวะและคิวงานของเครื่องจักร” เช่น
-
ควบคุม ASRS (Crane/Shuttle/Lift) ให้หยิบ-เก็บตามคำสั่ง
-
ควบคุม Conveyor/Sorter/Put wall/AMR ให้เคลื่อนย้ายตามเส้นทาง
-
จัดคิวงาน ลดการชนกันของงานหลายเลน
-
บาลานซ์โหลดระหว่างหลายสถานี (Station balancing)
-
จัดการสัญญาณหน้างาน (sensor, jam, fault, stop)
-
สื่อสารกับ PLC/อุปกรณ์ผ่านโปรโตคอลต่าง ๆ
สรุป: WCS ตอบคำถาม “จะสั่งเครื่องยังไงให้ทำงานทันทีและไม่ติดคอขวด”
ตารางสรุป: WMS vs WCS (จำง่าย)
| หัวข้อ | WMS | WCS |
|---|---|---|
| บทบาทหลัก | บริหารกระบวนการคลัง | ควบคุมเครื่องจักร/การไหลงาน |
| โฟกัส | กติกา + สต็อก + ออเดอร์ | คิวงาน + จังหวะ + real-time control |
| ตอบคำถาม | What / Where / When | How (machine execution) |
| ใช้กับ | คน + ระบบคลัง | ASRS/Conveyor/Sorter/Robot/PLC |
| ตัวชี้วัด | สต็อกตรง, ส่งทัน, accuracy | throughput, station balance, downtime |
เกี่ยวอะไรกับ ASRS? (ทำไมต้องมีทั้ง WMS และ WCS)
ASRS คือ “แขนขา” ที่เก็บและหยิบได้เร็ว แต่ต้องมี “สมอง 2 ชั้น” เพื่อให้ลื่นจริง
1) WMS เป็นคนวางแผนและตัดสินใจระดับคลัง
-
เลือกว่าจะเก็บเข้าช่องไหน (slotting)
-
เลือกว่าจะหยิบออเดอร์ไหนก่อน (prioritization)
-
ทำ wave/batch ให้เหมาะกับรอบรถขนส่ง
-
คุม FIFO/FEFO และความพร้อมสต็อก
2) WCS เป็นคนสั่งงาน ASRS แบบเรียลไทม์
-
แปลงคำสั่งจาก WMS ให้กลายเป็นคำสั่งเครื่อง (retrieve/store/move)
-
จัดคิว: ไม่ให้เครื่องติดรอหรือชนกัน
-
บาลานซ์งาน: ไม่ให้สถานีหนึ่งล้น อีกสถานีว่าง
-
จัดการเหตุขัดข้อง: jam, fault, stop แล้ว reroute งาน
ถ้ามี ASRS แต่ไม่มี WCS ที่ดี มักเกิด “เครื่องเร็ว แต่ระบบรวมช้า” เพราะคิวไม่บาลานซ์และข้อมูลหน้างานไม่ทัน
โครงสร้างที่ทำให้ ASRS “ลื่นจริง” (ภาพรวมการไหลงาน)
OMS/ERP (ออเดอร์/การขาย)
→ WMS (วางแผนหยิบ-กติกาคลัง-สต็อก)
→ WCS (คิวงาน/สั่งเครื่อง/คุมอุปกรณ์)
→ ASRS + Conveyor/Sorter/Station (ปฏิบัติการ)
→ Feedback กลับ WCS → WMS (ยืนยันหยิบ-สต็อกอัปเดต)
7 จุดสำคัญที่ทำให้ระบบ “ลื่น” จริง (เชิงปฏิบัติ)
1) สต็อกต้องเป็น Real-time จริง
-
ทุกการเก็บ/หยิบต้องยืนยัน (scan/confirm) แล้วอัปเดตกลับ WMS ทันที
-
ลดปัญหา oversell / ของไม่อยู่ตามระบบ
2) Slotting + ABC ต้องแม่น
WMS ควรจัดตำแหน่งให้สินค้าขายดีอยู่ใกล้/อยู่ในโซนที่ระบบดึงออกได้เร็ว ลดรอบการเคลื่อนย้าย
3) Wave/Batch ให้สอดคล้อง Cut-off ไทย
การจัด wave ที่เหมาะกับรอบรถขนส่ง (บ่าย-เย็น) ทำให้ throughput ชนะ ไม่ค้างส่ง
4) WCS ต้องทำ Station Balancing ได้
ถ้ามีหลายสถานีหยิบ/แพ็ก WCS ต้องกระจายงานให้เท่ากัน ไม่ให้เกิดคิวตันที่สถานีเดียว
5) ต้องมี Buffer และกติกาการปล่อยงาน
ระบบควรมีพื้นที่พัก tote/pallet ชั่วคราว (buffer) และกติกาว่าจะปล่อยงานเข้า station เมื่อไหร่ เพื่อกันล้น
6) จัดการ Exception แบบมาตรฐาน
เช่น สินค้าไม่ผ่าน QC, ขาดสต็อก, ฉลากเสีย, tote ผิดปกติ ต้องมี flow ชัด ไม่ให้ค้างในระบบ
7) Monitoring & KPI ที่จับปัญหาได้เร็ว
-
Throughput ต่อชั่วโมง
-
Pick accuracy / order accuracy
-
Jam rate / fault downtime
-
Queue time ต่อ station
วัดแล้วแก้ได้ทัน ไม่ปล่อยให้ “ลื่นแค่วันแรก”
คำแนะนำการเริ่มระบบให้คุ้ม
-
เริ่มจากโซนที่ SKU เยอะ/หยิบถี่/ผิดบ่อย (เห็นผลชัดสุด)
-
ตั้ง KPI เป้าหมายก่อนติดตั้ง เช่น ส่งทัน cut-off + ลดคืนสินค้า
-
ทำ UAT หน้างานช่วงเวลาพีคจริง (ไม่ทดสอบแค่ช่วงเบา)
-
วางแผนอะไหล่/ทีมซ่อมบำรุงและ SLA ให้ชัด เพราะงานไทยมักพีคตามแคมเปญ
FAQ (คำถามยอดฮิต)
Q: WMS กับ WCS ต่างกันยังไงแบบสั้นที่สุด?
A: WMS บริหาร “งานคลังและสต็อก” ส่วน WCS ควบคุม “เครื่องจักรและคิวงาน” ให้ทำงานแบบเรียลไทม์
Q: มี ASRS จำเป็นต้องมี WCS ไหม?
A: ถ้าเป็น ASRS ที่มีหลายอุปกรณ์/หลายสถานี หรือ throughput สูง แนะนำให้มี WCS เพื่อคุมคิว บาลานซ์สถานี และลดคอขวด
Q: ถ้าใช้ WMS อย่างเดียวจะเกิดอะไร?
A: มักคุมสต็อกได้ แต่เครื่องจักรอาจทำงานไม่ลื่น เพราะไม่มีระบบคุมจังหวะ/คิวและสัญญาณหน้างานแบบเรียลไทม์
สรุป
WMS คือ “ผู้จัดการคลัง” วางกติกาและแผนงาน ส่วน WCS คือ “ผู้ควบคุมเครื่อง” ที่ทำให้ ASRS และอุปกรณ์อัตโนมัติทำงานต่อเนื่องไม่ติดคอขวด หากต้องการให้ ASRS ลื่นจริง ต้องออกแบบการเชื่อม WMS–WCS ให้สต็อก real-time จัด wave ให้ตรง cut-off และทำ station balancing พร้อมระบบจัดการ exception ครบ
#WMS #WCS #ASRS #WarehouseAutomation #คลังอัตโนมัติ #ระบบคลังสินค้า #InventoryManagement #GoodsToPerson #MiniLoadASRS #ShuttleSystem #StackerCrane #Conveyor #Sorter #PickingError #Throughput #Logistics #คลังสินค้าอีคอมเมิร์ซ #โรงงาน #อุตสาหกรรมไทย
ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
สนใจบริการติดตั้งชั้นวางอุตสาหกรรม >> ดูรายละเอียด <<
สนใจบริการติดตั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ASRS >> ดูรายละเอียด <<
ดูรายละเอียดสินค้า ชั้นวางสินค้า






