พื้นลื่นในที่ทำงาน เลือก รองเท้าเซฟตี้ อย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น

พื้นลื่นในที่ทำงาน เลือก รองเท้าเซฟตี้ อย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น

พื้นลื่นในที่ทำงาน เลือกรองเท้าเซฟตี้อย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น

พื้นเปียก คราบน้ำมัน ฝุ่นผง หรือเศษวัสดุที่กระจายอยู่บนพื้น อาจดูเหมือนปัญหาเล็กน้อย แต่สามารถทำให้พนักงานลื่นล้ม บาดเจ็บ และเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ โดยเฉพาะในโรงงาน คลังสินค้า ห้องครัวอุตสาหกรรม ศูนย์บริการ และพื้นที่ที่ต้องทำความสะอาดด้วยน้ำเป็นประจำ

การเลือก รองเท้าเซฟตี้กันลื่น จึงไม่ควรพิจารณาเพียงว่าพื้นรองเท้ามีดอกยางหรือมีข้อความว่า “Oil Resistant” เท่านั้น แต่ต้องดูให้เหมาะกับชนิดของพื้น สารที่ปนเปื้อน ลักษณะการเดิน และอันตรายอื่นในหน้างานด้วย

รองเท้าที่เหมาะสมอาจช่วยเพิ่มการยึดเกาะและลดโอกาสลื่นไถลได้ แต่ต้องใช้งานร่วมกับการดูแลพื้น การจัดการคราบหก และมาตรการความปลอดภัยภายในพื้นที่ทำงานอย่างเป็นระบบ


ทำไมพื้นลื่นจึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม?

อุบัติเหตุจากการลื่นไม่ได้เกิดเฉพาะตอนที่พื้นมีน้ำขังอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งคราบบาง ๆ ที่มองแทบไม่เห็น เช่น น้ำมันหล่อลื่น ไขมัน ผงแป้ง ฝุ่นโลหะ หรือสารทำความสะอาด ก็สามารถลดแรงเสียดทานระหว่างพื้นรองเท้ากับพื้นได้

เมื่อพนักงานต้องเดินเร็ว เลี้ยวตัว ยกของหนัก หรือเข็นรถ อาการเสียการทรงตัวเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การล้ม การชนเครื่องจักร หรือทำสิ่งของหลุดมือได้

พื้นที่ที่พบความเสี่ยงบ่อย ได้แก่

  • โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม
  • ห้องครัวและพื้นที่ล้างภาชนะ
  • อู่ซ่อมรถและศูนย์บริการ
  • คลังสินค้าที่มีจุดรับและส่งสินค้า
  • โรงงานที่มีน้ำมันหรือสารหล่อลื่น
  • พื้นที่ผลิตที่มีผง ฝุ่น หรือเศษวัสดุ
  • ห้องน้ำ ห้องเย็น และพื้นที่เปียก
  • ทางลาด จุดขึ้นลงรถ และลานโหลดสินค้า

OSHA ระบุว่าพื้นที่เดินและพื้นที่ทำงานควรได้รับการดูแลให้สะอาด เป็นระเบียบ และปราศจากอันตรายจากการรั่วไหลหรือสิ่งกีดขวาง ดังนั้นการใช้รองเท้ากันลื่นจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการทั้งหมด ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว


รองเท้ากันน้ำมันกับรองเท้ากันลื่นเหมือนกันหรือไม่?

ไม่เหมือนกัน และเป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิด

คำว่า พื้นรองเท้าทนน้ำมัน หรือ Oil Resistant โดยทั่วไปหมายถึงวัสดุพื้นรองเท้าสามารถทนต่อการเสื่อมสภาพจากน้ำมันได้ในระดับที่กำหนด ไม่ได้แปลว่ารองเท้าจะยึดเกาะบนพื้นเปื้อนน้ำมันได้ดีเสมอไป

HSE ระบุอย่างชัดเจนว่าคุณสมบัติทนน้ำมันไม่ได้มีความหมายเดียวกับการป้องกันการลื่น ดังนั้นก่อนสั่งซื้อควรดูข้อมูลผลการทดสอบการยึดเกาะและสภาพพื้นผิวที่รองเท้ารองรับด้วย

คุณสมบัติ ความหมาย สิ่งที่ควรตรวจสอบเพิ่ม
พื้นทนน้ำมัน วัสดุพื้นรองเท้าทนต่อการสัมผัสน้ำมันและการเสื่อมสภาพ ผลทดสอบการกันลื่นบนพื้นเปื้อนน้ำมัน
พื้นกันลื่น ออกแบบและทดสอบเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ ทดสอบบนพื้นและสารปนเปื้อนชนิดใด
รองเท้ากันน้ำ ช่วยลดน้ำซึมเข้าสู่รองเท้า ไม่ได้หมายความว่าจะกันลื่นเสมอไป
ดอกยางลึก ช่วยระบายของเหลวหรือสิ่งปนเปื้อนออกจากใต้ฝ่าเท้า รูปแบบดอกยางต้องเหมาะกับหน้างาน
พื้นนุ่ม ช่วยลดแรงกระแทกและความเมื่อยล้า นุ่มเกินไปอาจทำให้ทรงตัวไม่มั่นคงในบางงาน

7 วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นที่มีความเสี่ยงจากการลื่น

1. เริ่มจากสำรวจว่าพื้นลื่นเพราะอะไร

ก่อนเลือกรองเท้า ควรหาสาเหตุให้ชัดว่าพื้นลื่นจากน้ำ น้ำมัน ไขมัน สารเคมี ฝุ่น หรือเศษวัสดุ เพราะพื้นรองเท้าแต่ละแบบอาจให้ประสิทธิภาพไม่เท่ากันในสภาพแวดล้อมเหล่านี้

ตัวอย่างเช่น รองเท้าที่เหมาะกับพื้นเปียกในห้องน้ำ อาจไม่ได้ให้การยึดเกาะที่ดีที่สุดบนพื้นโรงงานซึ่งมีคราบน้ำมันหรือเศษโลหะปะปนอยู่

ควรบันทึกข้อมูลอย่างน้อยดังนี้

  • ประเภทของพื้น เช่น กระเบื้อง คอนกรีต เหล็ก หรืออีพ็อกซี
  • สารที่ทำให้ลื่น
  • จุดที่เกิดการลื่นบ่อย
  • ลักษณะการเคลื่อนไหวของพนักงาน
  • มีทางลาด บันได หรือพื้นที่ต่างระดับหรือไม่

2. ตรวจสอบมาตรฐานของรองเท้า

รองเท้าเซฟตี้ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมควรมีข้อมูลมาตรฐานและผลการทดสอบที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรเลือกจากรูปลักษณ์หรือข้อความโฆษณาบนกล่องเพียงอย่างเดียว

มาตรฐาน ISO 20345:2021 ครอบคลุมข้อกำหนดพื้นฐานและคุณสมบัติเสริมของรองเท้านิรภัย รวมถึงความเสี่ยงทางกล การกันลื่น ความเสี่ยงด้านความร้อน และความเหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์

เมื่อตรวจสอบสินค้า ควรดูว่า

  • ระบุมาตรฐานรุ่นใด
  • มีเอกสารรับรองหรือผลทดสอบหรือไม่
  • ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบทั้งคู่รองเท้าหรือเฉพาะวัสดุพื้น
  • คุณสมบัติที่ระบุตรงกับสภาพหน้างานหรือไม่
  • มีคำแนะนำเกี่ยวกับพื้นผิวที่เหมาะสมหรือไม่

3. เลือกลายดอกยางที่ช่วยระบายของเหลว

ดอกยางที่ดีไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้รองเท้าดูแข็งแรง แต่ช่วยสร้างช่องทางให้ของเหลวหรือสิ่งปนเปื้อนเคลื่อนออกจากบริเวณสัมผัสใต้ฝ่าเท้า

ควรพิจารณาลักษณะดังต่อไปนี้

  • ดอกยางมีช่องเปิดเพื่อระบายน้ำหรือของเหลว
  • ลายพื้นไม่เรียบจนเกินไป
  • ร่องพื้นไม่ตื้นจนสึกหายเร็ว
  • ไม่มีพื้นที่เรียบขนาดใหญ่บริเวณส้นหรือหน้าเท้า
  • ทำความสะอาดเศษดิน ไขมัน หรือเศษวัสดุออกได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม ดอกยางที่ลึกมากอาจเก็บเศษวัสดุหรือสิ่งสกปรกได้ จึงควรเลือกให้เหมาะกับสถานที่ ไม่ใช่พิจารณาว่ายิ่งลึกยิ่งดีเสมอไป


4. พิจารณาวัสดุพื้นรองเท้า

วัสดุพื้นรองเท้ามีผลต่อความแข็ง ความยืดหยุ่น การยึดเกาะ น้ำหนัก และความทนทาน ตัวอย่างวัสดุที่พบได้บ่อย ได้แก่ PU, TPU และยาง

วัสดุพื้นรองเท้า จุดเด่นทั่วไป ข้อควรพิจารณา
PU น้ำหนักค่อนข้างเบา รองรับแรงกระแทกดี ต้องตรวจสอบสูตรวัสดุและผลทดสอบของแต่ละรุ่น
TPU ทนการสึกหรอและคงรูปได้ดี อาจให้ความรู้สึกแข็งกว่าวัสดุบางประเภท
Rubber ทนความร้อนและสารบางประเภทได้ดี ให้การยึดเกาะได้หลากหลาย อาจมีน้ำหนักมากขึ้น
PU/Rubber รวมความเบาของชั้นกลางกับความแข็งแรงของพื้นสัมผัส ราคามักสูงกว่าพื้นโครงสร้างชั้นเดียว

ชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่ารองเท้าจะกันลื่นได้ดี เพราะสูตรวัสดุ ความแข็ง รูปแบบดอกยาง และโครงสร้างพื้นรองเท้าล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพ


5. รองเท้าต้องกระชับ ไม่หลวมหรือแน่นเกินไป

แม้พื้นรองเท้าจะยึดเกาะดี แต่หากรองเท้าหลวมจนส้นเท้าขยับ หรือแน่นจนผู้สวมใส่เดินผิดธรรมชาติ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการสะดุดหรือเสียการทรงตัวได้

รองเท้าที่เหมาะสมควรมีลักษณะดังนี้

  • ส้นเท้าไม่หลุดขณะเดิน
  • หน้าเท้ามีพื้นที่ขยับนิ้วได้พอเหมาะ
  • จุดงอของรองเท้าตรงกับตำแหน่งข้อเท้า
  • ระบบเชือกหรือระบบล็อกกระชับได้
  • ไม่กดทับบริเวณหัวแม่เท้าหรือหลังเท้า
  • ทดลองพร้อมถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง

หากพนักงานต้องยืนหรือเดินตลอดวัน ควรให้ความสำคัญกับแผ่นรองเท้า การรองรับอุ้งเท้า และการดูดซับแรงกระแทกด้วย เพราะความเมื่อยล้าอาจทำให้ยกเท้าไม่พ้นพื้นและเพิ่มโอกาสสะดุดได้


6. เลือกคุณสมบัติป้องกันอื่นให้ตรงกับงาน

รองเท้ากันลื่นอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากพื้นที่ทำงานมีความเสี่ยงจากของตก ของมีคม ไฟฟ้าสถิต ความร้อน หรือสารเคมี

ลักษณะงาน คุณสมบัติที่ควรพิจารณา
คลังสินค้า พื้นกันลื่น หัวรองเท้าป้องกันแรงกระแทก และแผ่นป้องกันการแทงทะลุ
โรงงานอาหาร พื้นกันลื่น ทำความสะอาดง่าย และวัสดุทนต่อความชื้นหรือไขมัน
อู่ซ่อมรถ พื้นกันลื่นบนคราบน้ำมัน พื้นทนน้ำมัน และหัวรองเท้าป้องกัน
งานก่อสร้าง ดอกยางเหมาะกับพื้นที่ขรุขระ ป้องกันการแทงทะลุ และรองรับข้อเท้า
ห้องเย็น พื้นยึดเกาะบนพื้นที่เย็นหรือเปียก พร้อมวัสดุช่วยรักษาความอบอุ่น
งานอิเล็กทรอนิกส์ พิจารณาคุณสมบัติ ESD ตามข้อกำหนดของพื้นที่
งานสารเคมี ตรวจสอบความเข้ากันได้ของวัสดุรองเท้ากับสารเคมีที่ใช้งาน

ควรประเมินความเสี่ยงทั้งหมดในพื้นที่ก่อนเลือกรุ่น ไม่ควรเพิ่มคุณสมบัติโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้รองเท้าหนัก แข็ง หรือไม่เหมาะกับการทำงานจริง


7. ทดลองใช้งานจริงก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก

การทดลองรองเท้าในหน้างานเป็นวิธีที่ช่วยให้เห็นผลได้ชัดกว่าการอ่านข้อมูลจากแคตตาล็อกเพียงอย่างเดียว

องค์กรอาจเลือกพนักงานกลุ่มเล็ก ๆ จากแต่ละพื้นที่มาทดลองใช้ แล้วเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ

  • การยึดเกาะบนพื้นจริง
  • ความกระชับและความสบาย
  • ความเมื่อยล้าหลังใช้งาน
  • ความสะดวกในการทำความสะอาด
  • การสึกของดอกยาง
  • ปัญหาที่เกิดขณะเดิน เลี้ยว หรือเข็นของ
  • ความเต็มใจของพนักงานที่จะสวมใส่ต่อเนื่อง

กรณีศึกษาของ HSE พบว่าการเลือกและทดลองรองเท้ากันลื่นร่วมกับผู้ปฏิบัติงาน ช่วยให้องค์กรพิจารณาได้ทั้งเรื่องการยึดเกาะ ความสบาย และความพอดี ไม่ใช่ดูเฉพาะคุณสมบัติบนเอกสาร


เลือกรองเท้ากันลื่นตามลักษณะพื้นอย่างไร?

สภาพพื้น ความเสี่ยงหลัก ลักษณะรองเท้าที่ควรพิจารณา
กระเบื้องเปียก น้ำคั่นระหว่างพื้นกับรองเท้า พื้นที่มีช่องระบายน้ำและผลทดสอบบนพื้นเปียก
พื้นอีพ็อกซีมีน้ำมัน ลื่นจากน้ำมันหรือสารหล่อลื่น พื้นกันลื่นที่ออกแบบสำหรับสารปนเปื้อนประเภทน้ำมัน
คอนกรีตมีฝุ่น ฝุ่นลดแรงเสียดทาน ดอกยางที่ยึดเกาะและไม่อุดตันง่าย
พื้นเหล็ก พื้นแข็งและลื่นเมื่อเปียก วัสดุพื้นรองเท้าที่ให้แรงเสียดทานเหมาะสมบนโลหะ
ทางลาด น้ำหนักตัวถ่ายไปด้านหน้าและด้านหลังมากขึ้น พื้นยึดเกาะดีทั้งบริเวณส้นและหน้าเท้า
พื้นนอกอาคาร น้ำ ดิน โคลน และเศษหิน ดอกยางลึกพอเหมาะ ระบายโคลนได้ และรองรับข้อเท้า
ห้องเย็น ความชื้น น้ำแข็ง หรือหยดน้ำ รองเท้าที่ผู้ผลิตระบุว่าเหมาะกับอุณหภูมิและพื้นลักษณะดังกล่าว

ตารางนี้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น การเลือกขั้นสุดท้ายควรอ้างอิงผลการประเมินความเสี่ยงและข้อมูลการทดสอบของรองเท้าแต่ละรุ่น


จุดสังเกตว่ารองเท้าเซฟตี้เริ่มกันลื่นได้ไม่ดีเหมือนเดิม

รองเท้ากันลื่นไม่ได้รักษาประสิทธิภาพเดิมได้ตลอดอายุการใช้งาน เมื่อพื้นรองเท้าสึก แข็ง หรือมีสิ่งสกปรกอุดอยู่ในร่องดอกยาง การยึดเกาะอาจลดลง

ควรตรวจสอบและพิจารณาเปลี่ยนรองเท้าเมื่อพบว่า

  • ดอกยางบริเวณส้นหรือหน้าเท้าสึกจนเกือบเรียบ
  • ร่องระบายของเหลวตื้นลงอย่างเห็นได้ชัด
  • พื้นรองเท้าแตกร้าว แข็ง หรือแยกชั้น
  • มีน้ำมัน ไขมัน หรือวัสดุติดแน่นในดอกยาง
  • รองเท้าเสียรูปหรือเริ่มเอียงข้าง
  • ผู้สวมใส่รู้สึกลื่นง่ายกว่าปกติ
  • ส่วนบนฉีกขาดจนรองเท้าไม่กระชับ
  • แผ่นรองด้านในยุบตัวหรือเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม

องค์กรควรกำหนดรอบตรวจรองเท้าและเปิดโอกาสให้พนักงานแจ้งเปลี่ยนก่อนถึงกำหนด เมื่อพบว่ารองเท้าเสื่อมจนไม่ปลอดภัย


วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ให้รักษาการยึดเกาะได้นานขึ้น

หลังเลิกงานควรทำความสะอาดดอกยางเพื่อกำจัดน้ำมัน โคลน ฝุ่น และเศษวัสดุที่ติดอยู่ ไม่ควรปล่อยให้คราบแข็งตัวจนปิดร่องระบายของพื้นรองเท้า

แนวทางดูแลเบื้องต้น ได้แก่

  1. เช็ดคราบสกปรกหลังใช้งาน
  2. ใช้แปรงทำความสะอาดร่องดอกยาง
  3. ผึ่งรองเท้าในบริเวณที่อากาศถ่ายเท
  4. หลีกเลี่ยงการตากใกล้ความร้อนสูงโดยตรง
  5. ใช้น้ำยาทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  6. ตรวจพื้นรองเท้าก่อนเริ่มงานเป็นประจำ
  7. ไม่ใช้รองเท้าที่พื้นแตก แยก หรือสึกจนเรียบ

หากรองเท้าสัมผัสสารเคมี ควรตรวจสอบคำแนะนำเฉพาะของผู้ผลิต เพราะน้ำยาทำความสะอาดบางชนิดอาจทำให้วัสดุพื้นรองเท้าเสื่อมเร็วขึ้น


รองเท้าเซฟตี้ช่วยแก้ปัญหาพื้นลื่นได้ทั้งหมดหรือไม่?

ไม่ได้ทั้งหมด

รองเท้ากันลื่นเป็นอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่ช่วยลดความเสี่ยงในระดับหนึ่ง แต่ต้นเหตุของพื้นลื่นยังต้องได้รับการแก้ไขควบคู่กันไป เช่น

  • ซ่อมจุดรั่วและควบคุมแหล่งกำเนิดของเหลว
  • เช็ดคราบหกทันที
  • ติดตั้งระบบระบายน้ำที่เหมาะสม
  • เลือกวัสดุปูพื้นที่มีแรงเสียดทานเพียงพอ
  • ใช้แผ่นกันลื่นในจุดที่จำเป็น
  • จัดทางเดินให้ปราศจากสิ่งกีดขวาง
  • ติดป้ายเตือนในช่วงทำความสะอาด
  • ฝึกอบรมวิธีเดินและเคลื่อนย้ายสิ่งของอย่างปลอดภัย

OSHA แนะนำให้รักษาพื้นให้สะอาดและแห้ง รวมถึงใช้พื้นหรือรองเท้าที่ช่วยลดการลื่นในพื้นที่ซึ่งมีโอกาสเปียก ขณะที่ HSE ระบุว่าการใช้รองเท้ากันลื่นเป็นหนึ่งในหลายมาตรการที่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้


เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อรองเท้าเซฟตี้กันลื่นให้องค์กร

ก่อนอนุมัติการสั่งซื้อ ควรตรวจสอบคำถามต่อไปนี้

  • พื้นที่ทำงานเป็นพื้นชนิดใด?
  • สารใดเป็นสาเหตุหลักของความลื่น?
  • รองเท้าได้รับการทดสอบตามมาตรฐานใด?
  • มีข้อมูลผลทดสอบการกันลื่นหรือไม่?
  • คุณสมบัติทนน้ำมันและกันลื่นแยกกันชัดเจนหรือไม่?
  • ดอกยางระบายของเหลวและทำความสะอาดง่ายหรือไม่?
  • รองเท้ามีหัวป้องกันและแผ่นกันทะลุตามความเสี่ยงหรือไม่?
  • มีขนาดรองรับรูปเท้าของพนักงานอย่างเพียงพอหรือไม่?
  • สามารถทดลองใช้ในพื้นที่จริงก่อนสั่งจำนวนมากได้หรือไม่?
  • มีแผนตรวจสอบและเปลี่ยนรองเท้าเมื่อสึกหรือไม่?

สรุป

การเลือกรองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นที่ลื่น ไม่ควรเลือกจากคำว่า “กันลื่น” หรือ “ทนน้ำมัน” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการสำรวจสภาพพื้น สารปนเปื้อน รูปแบบการทำงาน และอันตรายอื่นที่พนักงานต้องเผชิญ

รองเท้าที่เหมาะสมควรมีผลการทดสอบที่ตรวจสอบได้ ดอกยางช่วยระบายสิ่งปนเปื้อน วัสดุพื้นเหมาะกับหน้างาน และมีขนาดกระชับกับผู้สวมใส่ ที่สำคัญควรทดลองในสภาพแวดล้อมจริงก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก

เพราะรองเท้าเซฟตี้ที่ดีไม่ใช่เพียงรองเท้าที่ผ่านมาตรฐาน แต่ต้องเป็นรองเท้าที่พนักงานสวมใส่ได้อย่างมั่นคง สบาย และเหมาะกับความเสี่ยงของพื้นที่นั้นจริง ๆ


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเท้าเซฟตี้กันลื่น

1. รองเท้าที่มีดอกยางลึกจะกันลื่นได้ดีกว่าหรือไม่?

ไม่เสมอไป ดอกยางลึกอาจช่วยระบายน้ำ โคลน หรือสิ่งปนเปื้อนได้ แต่ประสิทธิภาพยังขึ้นอยู่กับรูปแบบของดอกยาง วัสดุพื้นรองเท้า ชนิดของพื้น และสารที่ทำให้ลื่น ควรพิจารณาผลการทดสอบและทดลองใช้จริงร่วมด้วย

2. รองเท้าพื้นทนน้ำมันสามารถใช้บนพื้นเปื้อนน้ำมันได้อย่างปลอดภัยหรือไม่?

คุณสมบัติทนน้ำมันหมายถึงวัสดุพื้นรองเท้าทนต่อการเสื่อมจากน้ำมัน ไม่ได้ยืนยันว่ารองเท้าจะกันลื่นบนคราบน้ำมัน ควรตรวจสอบข้อมูลการทดสอบการยึดเกาะเพิ่มเติม

3. รองเท้ากันลื่นใช้ได้กับพื้นทุกประเภทหรือไม่?

ไม่มีรองเท้ารุ่นใดที่เหมาะกับทุกพื้นผิว รองเท้าบางรุ่นอาจทำงานได้ดีบนกระเบื้องเปียก แต่ให้ผลต่างกันบนพื้นเหล็ก พื้นอีพ็อกซี หรือพื้นมีคราบไขมัน จึงควรเลือกตามสภาพหน้างานจริง

4. ควรเปลี่ยนรองเท้าเซฟตี้กันลื่นเมื่อใด?

ควรเปลี่ยนเมื่อดอกยางสึกจนตื้น พื้นเริ่มเรียบ แตกร้าว แข็ง แยกชั้น หรือรองเท้าเสียรูป ไม่ควรรอให้ครบอายุใช้งานที่กำหนดหากพบว่ารองเท้าเสื่อมจนไม่ปลอดภัย

5. รองเท้าเซฟตี้ควรเผื่อขนาดใหญ่กว่ารองเท้าปกติหรือไม่?

ไม่ควรเผื่อจนหลวม รองเท้าควรมีพื้นที่บริเวณปลายเท้าพอเหมาะ แต่ส้นเท้าต้องไม่หลุดและตัวรองเท้าต้องกระชับ ควรทดลองพร้อมถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง

6. พื้นรองเท้าแบบยางหรือ PU แบบไหนกันลื่นดีกว่า?

ไม่สามารถตัดสินจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว เพราะสูตรวัสดุ ความแข็ง ลายดอกยาง และโครงสร้างรองเท้ามีผลร่วมกัน ควรดูข้อมูลผลทดสอบของรองเท้าแต่ละรุ่น

7. รองเท้ากันลื่นจำเป็นสำหรับพนักงานทุกคนหรือไม่?

ควรจัดให้ตามผลการประเมินความเสี่ยง พนักงานที่ทำงานในครัว โรงงานอาหาร อู่ซ่อม พื้นที่เปียก หรือจุดที่มีน้ำมันและสารหล่อลื่น มักมีความจำเป็นมากกว่าพื้นที่สำนักงานทั่วไป

8. การใส่รองเท้ากันลื่นแล้วไม่ต้องเช็ดพื้นได้หรือไม่?

ไม่ได้ การทำความสะอาดคราบหก ซ่อมจุดรั่ว ปรับปรุงพื้น และจัดการพื้นที่เดินยังเป็นมาตรการหลัก รองเท้ากันลื่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบป้องกันอุบัติเหตุ


#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้าเซฟตี้งานกลางแจ้ง #รองเท้าเซฟตี้กันน้ำ #รองเท้าเซฟตี้กันลื่น #รองเท้าเซฟตี้ทนแดด #รองเท้าเซฟตี้ทนฝน #อุปกรณ์เซฟตี้ #PPE #SafetyShoes #รองเท้าทำงาน #รองเท้า safety

ฝากความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเผยแพร่

Add Order Note

    คุณกำลังมองหาสินค้าไหน?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE