รองเท้าพยาบาลเสื่อมสภาพ ดูอย่างไร? 8 สัญญาณที่ควรรู้

รองเท้าพยาบาลเริ่มเสื่อมสภาพ สังเกตได้จากสัญญาณอะไรบ้าง?
รองเท้าพยาบาลเป็นอุปกรณ์สำคัญที่อยู่กับบุคลากรทางการแพทย์ตลอดเวลาทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินตรวจผู้ป่วย ยืนปฏิบัติงานในหอผู้ป่วย หรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ภายในโรงพยาบาล รองเท้าที่เหมาะสมช่วยให้เคลื่อนไหวได้สะดวกและลดความเสี่ยงบางอย่างจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน
แต่เมื่อใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน รองเท้าก็เริ่มเสื่อมสภาพได้ แม้ภายนอกจะยังดูดี ไม่มีรอยขาด หรือยังสามารถสวมใส่ได้ตามปกติก็ตาม
รองเท้าพยาบาลที่เริ่มเสื่อมสภาพมักสังเกตได้จากพื้นรองเท้าสึกจนดอกยางตื้น พื้นลื่นผิดปกติ พื้นชั้นกลางยุบตัว ส้นรองเท้าเอียง โครงสร้างเสียรูป หรือพื้นรองเท้าเริ่มแยกออกจากตัวรองเท้า หากสวมแล้วรู้สึกไม่มั่นคงหรือปวดเท้ามากขึ้น ควรตรวจสอบสภาพรองเท้าและพิจารณาเปลี่ยนตามระดับความเสียหาย
ทำไมต้องตรวจสอบสภาพรองเท้าพยาบาลเป็นประจำ?
การทำงานในโรงพยาบาลมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากงานสำนักงานทั่วไป พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์อาจต้องเดินระหว่างหอผู้ป่วย ยืนทำหัตถการ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในบางสถานการณ์
พื้นทางเดินบางบริเวณอาจเปียกจากน้ำหรือของเหลวที่หก รวมถึงมีการทำความสะอาดพื้นเป็นประจำ ซึ่งทำให้คุณสมบัติการยึดเกาะของรองเท้ามีความสำคัญ
รองเท้าที่เสื่อมสภาพอาจส่งผลต่อการใช้งานได้หลายด้าน เช่น
-
การยึดเกาะพื้นลดลงเมื่อดอกยางสึกหรือวัสดุพื้นเสียหาย
-
ความสบายลดลงเมื่อแผ่นรองเท้าหรือพื้นชั้นกลางยุบตัว
-
ความมั่นคงในการเดินเปลี่ยนไปเมื่อพื้นรองเท้าสึกไม่เท่ากัน
-
ความสามารถในการปกป้องเท้าลดลงเมื่อวัสดุฉีกขาดหรือพื้นรองเท้าแยก
อย่างไรก็ตาม อาการปวดเท้าไม่ได้หมายความว่ารองเท้าเสื่อมสภาพเสมอไป เพราะอาจเกี่ยวข้องกับขนาดรองเท้า รูปเท้า ภาระงาน หรือปัจจัยสุขภาพอื่นร่วมด้วย
8 สัญญาณที่บอกว่ารองเท้าพยาบาลเริ่มเสื่อมสภาพ
1. พื้นรองเท้าสึกจนดอกยางตื้นหรือเรียบ
พื้นรองเท้าชั้นนอก (Outsole) เป็นส่วนที่สัมผัสพื้นโดยตรง จึงต้องรับแรงเสียดทานจากการเดินและการเปลี่ยนทิศทางอยู่ตลอดเวลา
เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ลวดลายดอกยางอาจค่อย ๆ ตื้นลง โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าและหน้าเท้าที่สัมผัสพื้นบ่อย
วิธีตรวจสอบเบื้องต้นคือพลิกรองเท้าดูทั้งสองข้าง เปรียบเทียบลักษณะดอกยางกับบริเวณที่ยังสึกน้อย หากพบว่าดอกยางเรียบผิดปกติ หรือสึกจนถึงชั้นวัสดุด้านใน ควรพิจารณาเปลี่ยนรองเท้า
การสึกของดอกยางไม่ใช่ตัวชี้วัดความสามารถกันลื่นเพียงอย่างเดียว เพราะการยึดเกาะยังขึ้นอยู่กับวัสดุพื้นรองเท้า ลักษณะพื้นผิว และสิ่งปนเปื้อนบนพื้นด้วย
2. รู้สึกว่ารองเท้าลื่นง่ายกว่าปกติ
รองเท้าที่เคยเดินบนพื้นโรงพยาบาลได้อย่างมั่นคง แต่กลับเริ่มลื่นในบริเวณเดิม อาจเป็นสัญญาณว่าคุณสมบัติการยึดเกาะเปลี่ยนแปลงไป
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่ ดอกยางสึก มีคราบสบู่หรือสารทำความสะอาดติดพื้นรองเท้า หรือวัสดุพื้นรองเท้าเสื่อมจากการใช้งานและการสัมผัสสารบางชนิด
ควรเริ่มจากตรวจสอบและทำความสะอาดพื้นรองเท้าตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากยังพบปัญหาการลื่น ควรหยุดใช้ในพื้นที่เสี่ยงและเปลี่ยนเป็นรองเท้าที่เหมาะกับสภาพพื้น
ข้อควรระวัง: ไม่ควรทดลองเดินบนพื้นเปียกหรือพื้นลื่นเพื่อทดสอบรองเท้าด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ
3. พื้นรองเท้าชั้นกลางยุบตัวและรองรับแรงกระแทกได้น้อยลง
พื้นรองเท้าชั้นกลาง (Midsole) มีบทบาทในการรองรับแรงและส่งผลต่อความรู้สึกขณะเดิน วัสดุบางประเภทอาจเกิดการยุบตัวหรือเสียรูปเมื่อรับแรงกดซ้ำ ๆ
สัญญาณที่สังเกตได้ เช่น
-
พื้นรองเท้ามีรอยย่นลึกหรือยุบไม่เท่ากัน
-
ส้นรองเท้าดูเตี้ยลงหรือเอียงเมื่อเทียบกับสภาพเดิม
-
รู้สึกว่าพื้นรองเท้าแข็งหรือบางลงอย่างชัดเจน
-
ความสบายขณะเดินลดลง แม้ลักษณะการทำงานไม่ได้เปลี่ยนไป
อย่างไรก็ตาม รอยย่นบนพื้นชั้นกลางบางชนิดอาจเกิดขึ้นได้ตามการใช้งานปกติ จึงควรพิจารณาร่วมกับการเสียรูป ความมั่นคง และความรู้สึกขณะสวมใส่ ไม่ใช่ตัดสินจากรอยย่นเพียงอย่างเดียว
4. ส้นรองเท้าสึกเอียงหรือไม่สมดุล
หากวางรองเท้าบนพื้นเรียบแล้วพบว่าส้นรองเท้าเอียงมากผิดปกติ หรือรองเท้าสองข้างมีระดับความสูงแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด อาจบ่งบอกถึงการสึกของพื้นหรือการเสียรูปของโครงสร้าง
การสึกของรองเท้าแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเท่ากัน เนื่องจากรูปแบบการเดินและการลงน้ำหนักแตกต่างกัน
แต่ถ้าพื้นรองเท้าสึกจนทำให้รู้สึกไม่มั่นคงขณะเดิน หรือรองเท้าเอียงอย่างชัดเจน ควรเปลี่ยนรองเท้าแทนการฝืนใช้งานต่อ
5. พื้นรองเท้าเริ่มแยก กาวหลุด หรือมีรอยแตกร้าว
รอยแยกระหว่างพื้นรองเท้ากับตัวรองเท้าเป็นสัญญาณที่ควรให้ความสำคัญ เพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคงและเพิ่มโอกาสสะดุด
ปัญหานี้อาจเกิดจากการใช้งานต่อเนื่อง ความชื้น ความร้อน หรือการเสื่อมของกาวและวัสดุ โดยขึ้นอยู่กับโครงสร้างรองเท้าแต่ละรุ่น
หากพบว่าพื้นรองเท้าแยกจนเกิดช่องว่าง มีชิ้นส่วนหลวม หรือมีรอยแตกที่กระทบต่อโครงสร้าง ควรหยุดใช้และเปลี่ยนรองเท้าหรือส่งให้ผู้ผลิตประเมิน ไม่ควรใช้กาวทั่วไปซ่อมแล้วนำกลับไปใช้ในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีการตรวจสอบ
6. ตัวรองเท้าเสียรูปหรือไม่กระชับเหมือนเดิม
ส่วนหุ้มส้น (Heel Counter) และโครงสร้างตัวรองเท้ามีส่วนช่วยรักษารูปทรงและความกระชับ
เมื่อใช้งานไปนาน ๆ วัสดุอาจอ่อนตัว ยุบ หรือเสียรูป โดยเฉพาะรองเท้าที่ถูกเหยียบส้นบ่อยหรือไม่ได้เก็บรักษาตามคำแนะนำ
สัญญาณที่พบได้คือส้นเท้าหลุดง่ายขณะเดิน ตัวรองเท้าบิดเบี้ยว หรือรู้สึกว่าเท้าเคลื่อนไปมาภายในรองเท้ามากกว่าเดิม
ควรตรวจสอบทั้งขนาด ความกระชับ ระบบยึดรองเท้า และสภาพโครงสร้าง หากตัวรองเท้าไม่สามารถประคองเท้าได้อย่างเหมาะสมแล้ว ควรพิจารณาเปลี่ยนคู่ใหม่
7. แผ่นรองด้านในบาง ยุบ หรือฉีกขาด
แผ่นรองรองเท้า (Insole) เป็นส่วนที่สัมผัสกับฝ่าเท้าโดยตรง จึงอาจสึกจากแรงกดและแรงเสียดทาน
สัญญาณที่พบได้ เช่น ผิวแผ่นรองหลุดลอก บริเวณส้นเท้าบางลง มีรอยฉีกขาด หรือเกิดจุดกดทับที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ในรองเท้าบางรุ่นสามารถเปลี่ยนแผ่นรองได้ แต่ควรใช้แผ่นรองที่ผู้ผลิตรับรองว่าเหมาะสมกับรุ่นนั้น เนื่องจากความหนาและรูปทรงของแผ่นรองอาจส่งผลต่อความกระชับและพื้นที่ภายในรองเท้า
หากเปลี่ยนแผ่นรองแล้วปัญหายังคงอยู่ ควรตรวจสอบโครงสร้างรองเท้าส่วนอื่นร่วมด้วย
8. ใส่รองเท้าคู่เดิมแล้วเริ่มปวดเท้าหรือเมื่อยมากขึ้น
อาการปวดส้นเท้า ฝ่าเท้า หรือความเมื่อยล้าที่เพิ่มขึ้นหลังทำงาน อาจเป็นสัญญาณให้กลับมาตรวจสอบรองเท้าที่ใช้อยู่
โดยเฉพาะเมื่อพบร่วมกับพื้นรองเท้ายุบ ส้นเอียง หรือแผ่นรองด้านในเสียรูป
อย่างไรก็ตาม อาการปวดอาจมีสาเหตุอื่น เช่น การยืนต่อเนื่องนานขึ้น รองเท้าขนาดไม่เหมาะสม หรือปัญหาทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
หากอาการปวดเกิดซ้ำ รุนแรง มีอาการบวม ชา หรือรบกวนการเดิน ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากรองเท้าเพียงอย่างเดียว
ตารางสรุปสัญญาณรองเท้าพยาบาลเสื่อมสภาพ และแนวทางแก้ไข
|
สัญญาณ |
สิ่งที่ควรตรวจสอบ |
แนวทาง |
|---|---|---|
|
ดอกยางสึกมาก |
พื้นเรียบหรือสึกถึงชั้นใน |
พิจารณาเปลี่ยน |
|
พื้นลื่นผิดปกติ |
คราบสกปรกและการยึดเกาะ |
ทำความสะอาด หากยังลื่นให้หยุดใช้ในพื้นที่เสี่ยง |
|
พื้นชั้นกลางยุบ |
รูปทรงและความมั่นคง |
ประเมินการเปลี่ยน |
|
ส้นรองเท้าเอียง |
การสึกไม่เท่ากัน |
เปลี่ยนหากกระทบการเดิน |
|
พื้นรองเท้าแยก |
รอยเปิดและชิ้นส่วนหลวม |
หยุดใช้และเปลี่ยนหรือให้ผู้ผลิตประเมิน |
|
ตัวรองเท้าเสียรูป |
ความกระชับและส่วนหุ้มส้น |
เปลี่ยนหากไม่มั่นคง |
|
แผ่นรองด้านในเสียหาย |
การยุบและรอยฉีก |
เปลี่ยนแผ่นรองที่เหมาะสมหรือเปลี่ยนรองเท้า |
|
ปวดเท้ามากขึ้น |
รองเท้า ภาระงาน และอาการร่วม |
ตรวจรองเท้าและประเมินสาเหตุอื่น |
รองเท้าพยาบาลควรเปลี่ยนทุกกี่เดือน?
ไม่มีระยะเวลาเปลี่ยนรองเท้าพยาบาลที่ใช้ได้กับทุกคนและทุกรุ่น เพราะอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับวัสดุ ความถี่ในการใช้งาน ลักษณะพื้น น้ำหนักที่รองเท้ารับ การดูแลรักษา และคำแนะนำของผู้ผลิต
ตัวอย่างเช่น พยาบาลที่เดินและยืนทำงานหลายชั่วโมงต่อกะ อาจมีรูปแบบการสึกของรองเท้าต่างจากบุคลากรที่ทำงานประจำจุดเป็นส่วนใหญ่
รองเท้าที่ใช้งานเพียงไม่กี่เดือนก็อาจต้องเปลี่ยน หากพื้นแยกหรือเกิดความเสียหายที่กระทบความปลอดภัย ในทางกลับกัน รองเท้าที่ใช้งานมานานแต่ยังมีสภาพเหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องตัดสินจากอายุเพียงอย่างเดียว เว้นแต่ผู้ผลิตหรือหน่วยงานกำหนดรอบเปลี่ยนไว้
หลักการที่เหมาะสมคือ ตรวจสอบจากสภาพจริง ควบคู่กับคำแนะนำของผู้ผลิตและนโยบายความปลอดภัยของสถานพยาบาล
วิธีตรวจสอบรองเท้าพยาบาลก่อนเริ่มกะ ใช้เวลาไม่นาน
หากพบรอยแยกขนาดใหญ่ พื้นรองเท้าหลวม หรือความเสียหายที่อาจทำให้สะดุด ควรแยกรองเท้าคู่นั้นออกจากการใช้งานจนกว่าจะได้รับการประเมิน
การตรวจสอบด้วยตนเองเป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น ไม่สามารถยืนยันค่าความต้านทานการลื่นหรือประสิทธิภาพการป้องกันตามมาตรฐานได้
รองเท้าพยาบาลเสื่อมสภาพ ควรซ่อมหรือซื้อใหม่?
การตัดสินใจขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระดับความเสียหาย ไม่ใช่เพียงราคาซ่อม
|
ลักษณะปัญหา |
แนวทางที่เหมาะสม |
|---|---|
|
เชือกรองเท้าขาด |
เปลี่ยนเชือกชนิดที่เหมาะสม |
|
แผ่นรองด้านในสึก |
เปลี่ยนตามคำแนะนำผู้ผลิต |
|
พื้นรองเท้ามีคราบสกปรก |
ทำความสะอาดตามคู่มือ |
|
พื้นชั้นนอกสึกมาก |
เปลี่ยนรองเท้า |
|
พื้นรองเท้าแยกจากตัวรองเท้า |
หยุดใช้และให้ผู้ผลิตประเมินหรือเปลี่ยน |
|
โครงสร้างเสียรูปมาก |
เปลี่ยนรองเท้า |
สำหรับรองเท้าที่มีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเฉพาะ เช่น การต้านทานการลื่นตามมาตรฐาน การดัดแปลงหรือซ่อมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตอาจทำให้ไม่สามารถยืนยันคุณสมบัติเดิมได้
วิธีดูแลรองเท้าพยาบาลให้ใช้งานได้นานขึ้น
ทำความสะอาดให้เหมาะกับวัสดุ
รองเท้าพยาบาลบางรุ่นผลิตจากหนังสังเคราะห์ วัสดุสิ่งทอ หรือวัสดุโพลิเมอร์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการทำความสะอาดแตกต่างกัน
ควรทำตามคู่มือของผู้ผลิต โดยเฉพาะเรื่องชนิดน้ำยาทำความสะอาด อุณหภูมิ และวิธีทำให้แห้ง หากสถานพยาบาลมีข้อกำหนดด้านการควบคุมการติดเชื้อ ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดนั้นร่วมด้วย
หลีกเลี่ยงความร้อนสูงโดยไม่จำเป็น
ไม่ควรวางรองเท้าใกล้เครื่องทำความร้อนหรือใช้ความร้อนสูงเพื่อเร่งให้แห้ง เว้นแต่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถทำได้ เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อกาวและวัสดุบางประเภท
เก็บรองเท้าในบริเวณที่เหมาะสม
หลังใช้งานควรเก็บในพื้นที่สะอาด แห้ง และมีการระบายอากาศตามความเหมาะสม ไม่ควรเก็บรองเท้าที่เปียกชื้นไว้ในภาชนะปิดเป็นเวลานาน
หลีกเลี่ยงการเหยียบส้นรองเท้า
การเหยียบส้นเป็นประจำอาจทำให้ส่วนหุ้มส้นเสียรูปและลดความกระชับ ควรสวมรองเท้าให้ถูกวิธีทุกครั้ง
เมื่อเปลี่ยนรองเท้าพยาบาลคู่ใหม่ ควรเลือกอย่างไร?
การเปลี่ยนรองเท้าควรเป็นโอกาสในการประเมินว่ารองเท้ารุ่นเดิมเหมาะกับลักษณะงานจริงหรือไม่
คุณสมบัติสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่
-
การยึดเกาะพื้น: เลือกรองเท้าที่มีคุณสมบัติต้านทานการลื่นเหมาะกับพื้นและสิ่งปนเปื้อนในพื้นที่ทำงาน โดยตรวจสอบข้อมูลการทดสอบของรุ่นนั้น
-
ความกระชับ: รองเท้าควรมีพื้นที่สำหรับนิ้วเท้าอย่างเหมาะสมและไม่หลวมจนส้นหลุดขณะเดิน
-
การรองรับเท้า: เลือกรูปแบบพื้นและแผ่นรองที่เหมาะกับความสบายและลักษณะการใช้งานของตนเอง
-
วัสดุและการทำความสะอาด: ควรเหมาะกับข้อกำหนดด้านสุขอนามัยของหน่วยงาน
-
ความเหมาะสมกับงาน: ตรวจสอบข้อกำหนดของโรงพยาบาล เช่น สีรองเท้า รูปแบบรองเท้าหุ้มส้น และคุณสมบัติด้านความปลอดภัย
รองเท้าที่ระบุว่าเป็นรองเท้าพยาบาลไม่ได้หมายความว่าผ่านมาตรฐานต้านทานการลื่นทุกคู่ หากต้องการคุณสมบัติเฉพาะ ควรตรวจสอบมาตรฐานและเอกสารผลิตภัณฑ์ของรุ่นที่เลือก
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารองเท้าคู่ใหม่ สามารถศึกษาคุณสมบัติและเปรียบเทียบรองเท้าสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ได้ที่ Master Safety โดยควรตรวจสอบรายละเอียดสินค้าจริงก่อนตัดสินใจ
สรุป: รองเท้าพยาบาลที่ยังใส่ได้ อาจไม่ได้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมเสมอไป
รองเท้าพยาบาลไม่จำเป็นต้องขาดหรือพังจนเห็นชัดจึงจะถึงเวลาต้องเปลี่ยน สัญญาณอย่างดอกยางสึก พื้นรองเท้ายุบ ส้นเอียง โครงสร้างเสียรูป หรือความกระชับที่ลดลง ล้วนเป็นเหตุผลให้ตรวจสอบรองเท้าอย่างละเอียด
การตรวจสภาพเป็นประจำช่วยให้พบความเสียหายก่อนที่จะส่งผลต่อการใช้งาน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ต้องเดิน ยืน และเคลื่อนไหวตลอดกะทำงาน
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การใช้รองเท้าให้นานที่สุด แต่คือการเลือกรองเท้าที่เหมาะกับงาน ดูแลอย่างถูกวิธี และเปลี่ยนเมื่อสภาพไม่เหมาะสมกับการใช้งานอีกต่อไป
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเท้าพยาบาลเสื่อมสภาพ
1. รองเท้าพยาบาลควรเปลี่ยนทุกกี่เดือน?
ไม่มีระยะเวลาเปลี่ยนที่แน่นอนสำหรับรองเท้าทุกรุ่น ควรพิจารณาจากความถี่ในการใช้งาน สภาพพื้นรองเท้า การเสียรูป และคำแนะนำของผู้ผลิต หากรองเท้าเสียหายจนกระทบความปลอดภัย ควรเปลี่ยนทันทีโดยไม่ต้องรอครบกำหนด
2. รองเท้าพยาบาลพื้นสึก แต่ยังใส่สบาย ใช้ต่อได้ไหม?
หากพื้นรองเท้าสึกมากจนดอกยางเรียบหรือกระทบความมั่นคง ควรเปลี่ยนรองเท้า แม้ยังรู้สึกสบาย เพราะความสบายไม่ได้ยืนยันว่ารองเท้ายังคงมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเหมือนเดิม
3. รองเท้าพยาบาลใส่แล้วปวดส้นเท้า แปลว่าเสื่อมสภาพหรือไม่?
ไม่เสมอไป อาการปวดส้นเท้าอาจเกี่ยวข้องกับพื้นรองเท้ายุบ ความกระชับไม่เหมาะสม ภาระงาน หรือปัญหาสุขภาพ ควรตรวจสอบรองเท้าและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
4. รองเท้าพยาบาลพื้นลื่น สามารถแก้ไขได้อย่างไร?
เริ่มจากตรวจสอบคราบสกปรกและทำความสะอาดตามคู่มือผู้ผลิต หากยังลื่นหรือพบว่าพื้นสึกมาก ควรหยุดใช้ในพื้นที่เสี่ยงและพิจารณาเปลี่ยนรองเท้าที่มีคุณสมบัติต้านทานการลื่นเหมาะกับงาน
5. เปลี่ยนเฉพาะแผ่นรองด้านในแทนการซื้อรองเท้าใหม่ได้ไหม?
ทำได้ในรองเท้าบางรุ่น หากโครงสร้างส่วนอื่นยังอยู่ในสภาพเหมาะสม และผู้ผลิตอนุญาตให้เปลี่ยนแผ่นรอง ควรเลือกแผ่นรองที่เข้ากันได้กับรุ่นรองเท้าเพื่อไม่ให้กระทบความกระชับ
6. รองเท้าพยาบาลไม่มีรอยขาด จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือไม่?
อาจจำเป็น เพราะพื้นชั้นกลาง แผ่นรอง และโครงสร้างภายในสามารถเสื่อมสภาพได้แม้ภายนอกยังดูดี ควรตรวจสอบความมั่นคง การเสียรูป และการสึกของพื้นรองเท้าร่วมด้วย
7. ควรตรวจสอบรองเท้าพยาบาลบ่อยแค่ไหน?
ควรสังเกตความเสียหายที่มองเห็นได้ก่อนใช้งาน โดยเฉพาะพื้นรองเท้า รอยแยก และความกระชับ หากพบความผิดปกติระหว่างทำงาน ควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนนำกลับมาใช้
#รองเท้าพยาบาล #รองเท้าพยาบาลเสื่อมสภาพ #รองเท้าพยาบาลกันลื่น #รองเท้าพยาบาลใส่สบาย #วิธีดูแลรองเท้า #รองเท้าบุคลากรทางการแพทย์ #MasterSafety
- ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
- สนใจสินค้ารองเท้าเซฟตี้ >> ดูรายละเอียด <<
- Facebook : Master Safety ตัวแทนนำเข้า Safety Jogger รายใหญ่ที่สุดในไทย
- บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ : รองเท้าเซฟตี้
-
Posted in
รองเท้าพยาบาล





