รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้า เกิดจากอะไร? 7 วิธีแก้ให้ใส่สบาย

รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้า เกิดจากอะไร? 7 วิธีแก้ให้ใส่สบาย

รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้า เกิดจากอะไรและมีวิธีแก้อย่างไร?

รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้าเป็นปัญหาที่พบได้ในผู้ที่ต้องสวมรองเท้านิรภัยเป็นเวลานาน โดยเฉพาะพนักงานโรงงาน คลังสินค้า และช่างเทคนิคที่ต้องเดินหรือยืนตลอดวัน แม้รองเท้าจะออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายจากการทำงาน แต่หากขนาด รูปทรง หรือวัสดุไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดการเสียดสีจนเจ็บหรือเป็นแผลได้

รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้ามักเกิดจากขนาดรองเท้าไม่พอดี ขอบรองเท้าแข็ง ส้นเท้าเลื่อนขณะเดิน หรือแรงเสียดสีสะสม วิธีแก้เบื้องต้นคือปรับการผูกเชือก เลือกถุงเท้าที่เหมาะสม และป้องกันบริเวณที่เสียดสี หากมีแผลควรหยุดการเสียดสีและดูแลแผลอย่างถูกวิธี หากยังเจ็บซ้ำควรเปลี่ยนรองเท้าให้เหมาะกับรูปเท้าและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของงาน

ทำไมรองเท้าเซฟตี้ถึงกัดข้อเท้า?

รองเท้าเซฟตี้มีส่วนประกอบหลายจุดที่แตกต่างจากรองเท้าทั่วไป เช่น หัวรองเท้านิรภัย พื้นรองเท้าที่ออกแบบเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการทำงาน และโครงสร้างส่วนส้นที่ช่วยประคองเท้า

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแรงของรองเท้าไม่ได้หมายความว่าจะต้องกัดเท้าเสมอไป ปัญหามักเกิดจากความไม่พอดีระหว่างรูปทรงรองเท้ากับเท้าของผู้สวมใส่ รวมถึงลักษณะการเดินและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

1. ขนาดรองเท้าเซฟตี้ไม่พอดีกับเท้า

รองเท้าที่เล็กเกินไปอาจกดบริเวณข้อเท้าและส้นเท้า ขณะที่รองเท้าหลวมเกินไปอาจทำให้ส้นเท้าเลื่อนขึ้นลงทุกครั้งที่เดิน ส่งผลให้เกิดการเสียดสีซ้ำบริเวณด้านหลังข้อเท้า

การเลือกขนาดรองเท้าจึงไม่ควรพิจารณาเพียงความยาวเท้า แต่ต้องคำนึงถึงความกว้าง ความสูงหลังเท้า และรูปทรงส้นเท้าด้วย

2. ขอบรองเท้าหรือส่วนหุ้มข้อแข็งเกินไป

รองเท้าเซฟตี้บางรุ่นมีขอบรองเท้าที่ค่อนข้างแข็ง โดยเฉพาะบริเวณ Ankle Collar หรือขอบรอบข้อเท้า หากตำแหน่งขอบรองเท้าตรงกับจุดที่เคลื่อนไหวบ่อย อาจเกิดแรงกดหรือการเสียดสีระหว่างเดิน

ปัญหานี้อาจชัดเจนขึ้นเมื่อขึ้นลงบันได ย่อตัว หรือเดินบนพื้นต่างระดับ

3. ส้นเท้าเลื่อนขณะเดิน

หากส้นเท้าขยับขึ้นลงมากเกินไปภายในรองเท้า ผิวหนังจะสัมผัสและเสียดสีกับวัสดุด้านหลังซ้ำ ๆ

สาเหตุอาจเกิดจากรองเท้าหลวม รูปทรงส่วนส้นไม่รับกับเท้า หรือการผูกเชือกที่ไม่สามารถยึดเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

4. ใส่รองเท้าใหม่ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

รองเท้าใหม่บางรุ่นอาจยังไม่ยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของเท้า การเริ่มใช้งานติดต่อกันหลายชั่วโมงอาจเพิ่มโอกาสเกิดจุดเสียดสี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินระยะไกลภายในโรงงาน

อย่างไรก็ตาม หากรองเท้ากดเจ็บอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มใส่ ไม่ควรฝืนใช้งานโดยหวังว่ารองเท้าจะนิ่มลงเอง

5. ถุงเท้าบางหรือไม่เหมาะกับรองเท้าเซฟตี้

ถุงเท้ามีส่วนช่วยลดการสัมผัสโดยตรงระหว่างผิวหนังกับรองเท้า หากถุงเท้าบางเกินไป มีตะเข็บหนา หรือเลื่อนหลุดระหว่างเดิน อาจทำให้เกิดจุดเสียดสีได้

นอกจากนี้ ถุงเท้าที่เปียกเหงื่อและเกิดรอยย่นยังอาจเพิ่มความไม่สบายระหว่างการทำงาน

6. รูปทรงรองเท้าไม่เหมาะกับลักษณะเท้า

คนที่มีความกว้างของเท้า ความสูงหลังเท้า หรือรูปร่างข้อเท้าแตกต่างกัน อาจสวมรองเท้ารุ่นเดียวกันแล้วรู้สึกไม่เหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีข้อเท้าค่อนข้างใหญ่ อาจรู้สึกว่าขอบรองเท้าหุ้มข้อบางรุ่นกดบริเวณด้านข้างมากเกินไป แม้ความยาวรองเท้าจะพอดีก็ตาม

7. ความชื้นและการเสียดสีสะสมระหว่างทำงาน

ผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศร้อนหรือมีเหงื่อออกมากอาจมีผิวหนังชื้นเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ผิวหนังทนต่อแรงเสียดสีได้ลดลงในบางสภาวะ

เมื่อรวมกับการเดินซ้ำ ๆ อาจเกิดรอยแดง แสบผิวหนัง หรือตุ่มพองบริเวณข้อเท้าและส้นเท้าได้

7 วิธีแก้รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้าอย่างถูกวิธี

หากเริ่มรู้สึกเจ็บบริเวณข้อเท้า ควรตรวจสอบสาเหตุก่อนเลือกวิธีแก้ เพราะรองเท้าที่หลวมกับรองเท้าที่บีบแน่นต้องใช้วิธีจัดการต่างกัน

วิธีที่ 1 ตรวจสอบขนาดและความพอดีของรองเท้า

ลองสวมรองเท้าพร้อมถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง จากนั้นยืน เดิน และขยับข้อเท้าเพื่อตรวจสอบว่ามีจุดกดหรือไม่

รองเท้าที่เหมาะสมควรมีพื้นที่ให้ปลายเท้าขยับได้โดยไม่ชนหัวรองเท้า ขณะเดียวกันส้นเท้าไม่ควรเลื่อนมากจนเสียดสีกับขอบด้านหลัง

หากรองเท้าบีบแน่นหรือหลวมอย่างชัดเจน การเปลี่ยนขนาดหรือรูปทรงรองเท้ามักเหมาะสมกว่าการพยายามดัดแปลงรองเท้า

วิธีที่ 2 เลือกถุงเท้าสำหรับทำงาน

ควรเลือกถุงเท้าที่มีความหนาพอเหมาะ ระบายความชื้นได้ดี และไม่มีตะเข็บที่กดทับบริเวณข้อเท้า

ถุงเท้าสำหรับรองเท้าทำงานที่มีส่วนเสริมรองรับบริเวณส้นเท้าอาจช่วยลดการเสียดสีได้ แต่ไม่ควรเลือกถุงเท้าหนาจนทำให้รองเท้าคับขึ้น

วิธีที่ 3 ปรับการผูกเชือกรองเท้า

การผูกเชือกให้เหมาะสมช่วยลดการเคลื่อนตัวของเท้าภายในรองเท้าได้ โดยเฉพาะรองเท้าเซฟตี้แบบผูกเชือก

ควรปรับให้กระชับพอดี ไม่รัดแน่นจนกดหลังเท้าหรือข้อเท้า และตรวจสอบว่าส้นเท้าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

หากรองเท้ามีระบบล็อกส้นหรือช่องร้อยเชือกเพิ่มเติม สามารถใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิตได้

วิธีที่ 4 ใช้แผ่นป้องกันการเสียดสี

สำหรับบริเวณผิวหนังที่ยังไม่เป็นแผล อาจใช้เทปหรือแผ่นป้องกันการเสียดสีที่เหมาะกับผิวหนังบริเวณจุดเสี่ยง

หากเกิดตุ่มพองแล้ว ควรเลือกวัสดุปิดแผลให้เหมาะกับลักษณะของแผล และไม่ติดเทปกาวลงบนผิวหนังที่เปิดโดยตรง

การใช้แผ่นรองบริเวณส้นเท้าภายในรองเท้าควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจทำให้รองเท้าคับขึ้นหรือเปลี่ยนตำแหน่งของเท้า

วิธีที่ 5 เริ่มใช้งานรองเท้าใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป

หากสถานที่ทำงานอนุญาตและมีรองเท้านิรภัยคู่เดิมที่ยังปลอดภัย สามารถทดลองสวมรองเท้าคู่ใหม่ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนเพิ่มระยะเวลาการใช้งาน

ควรตรวจสอบผิวหนังหลังสวมทุกครั้ง หากพบจุดแดงหรือเริ่มเจ็บ ให้หยุดและแก้ไขสาเหตุทันที

ไม่ควรใช้ความร้อนจัด แช่น้ำ หรือทุบส่วนส้นรองเท้าเพื่อให้รองเท้านิ่ม เพราะอาจทำให้วัสดุ กาว หรือโครงสร้างรองเท้าเสียหาย

วิธีที่ 6 รักษาความแห้งและความสะอาดภายในรองเท้า

ควรเปลี่ยนถุงเท้าเมื่อเปียกเหงื่อ และผึ่งรองเท้าตามคำแนะนำของผู้ผลิตหลังใช้งาน

ตรวจสอบภายในรองเท้าว่ามีสิ่งแปลกปลอม ตะเข็บหลุด แผ่นรองพื้นย่น หรือวัสดุที่อาจเสียดสีกับผิวหนังหรือไม่

หากรองเท้าเปียก ไม่ควรใช้ความร้อนสูงเป่าให้แห้ง เว้นแต่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถทำได้

วิธีที่ 7 เปลี่ยนรองเท้าเซฟตี้เมื่อแก้แล้วยังเจ็บ

หากทดลองปรับเชือก เปลี่ยนถุงเท้า และตรวจสอบขนาดแล้ว แต่ยังมีอาการกัดซ้ำบริเวณเดิม อาจหมายความว่ารูปทรงรองเท้าไม่เหมาะกับเท้า

ควรพิจารณารองเท้าที่มีขอบข้อเท้าบุนุ่ม รูปทรงส้นที่พอดี และขนาดความกว้างที่เหมาะสม โดยต้องยังคงคุณสมบัติด้านความปลอดภัยตามความเสี่ยงของงาน

ตารางสรุปสาเหตุและวิธีแก้รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้า

อาการที่พบ

สาเหตุที่เป็นไปได้

แนวทางแก้ไข

เจ็บด้านหลังส้นเท้า

ส้นเลื่อนหรือขอบรองเท้าเสียดสี

ตรวจสอบขนาดและการผูกเชือก

เจ็บด้านข้างข้อเท้า

ขอบรองเท้ากดทับ

เปลี่ยนรูปทรงหรือรุ่นรองเท้า

เจ็บทันทีเมื่อสวม

รองเท้าคับหรือมีจุดกด

หยุดใช้และตรวจสอบความพอดี

เจ็บหลังเดินหลายชั่วโมง

การเสียดสีสะสมและความชื้น

เปลี่ยนถุงเท้าและลดจุดเสียดสี

มีตุ่มพอง

ผิวหนังถูกเสียดสีซ้ำ

ป้องกันแผลและหยุดการเสียดสี

เจ็บแม้เปลี่ยนถุงเท้า

รูปทรงรองเท้าอาจไม่เหมาะ

ทดลองรุ่นหรือขนาดอื่น

รองเท้าเซฟตี้กัดจนเป็นแผล ควรทำอย่างไร?

หากรองเท้าเซฟตี้กัดจนเกิดรอยแดงหรือตุ่มพอง ควรหยุดการเสียดสีโดยเร็ว ไม่ควรฝืนเดินต่อเพราะอาจทำให้แผลรุนแรงขึ้น

กรณีผิวหนังแดงแต่ยังไม่เป็นแผล

ทำความสะอาดและซับให้แห้ง ตรวจสอบว่ามีจุดกดจากรองเท้าหรือไม่ และใช้วัสดุป้องกันการเสียดสีที่เหมาะสมหากจำเป็น

กรณีเกิดตุ่มพองที่ยังไม่แตก

ไม่ควรเจาะตุ่มพองเองโดยไม่จำเป็น เพราะผิวหนังที่ปิดอยู่ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อด้านล่าง ควรปิดป้องกันด้วยวัสดุที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการกดทับ

กรณีตุ่มพองแตกหรือมีแผลเปิด

ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ปิดด้วยวัสดุปิดแผลที่ไม่ติดแผล และเปลี่ยนตามความเหมาะสม หลีกเลี่ยงการดึงผิวหนังที่ปิดแผลออกเอง

หากมีอาการแดงลาม บวม ร้อน ปวดมาก มีหนอง หรือมีไข้ ควรพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ ผู้ที่เป็นเบาหวาน มีปัญหาการไหลเวียนเลือด หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่องควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก

รองเท้าเซฟตี้หุ้มข้อกับแบบข้อสั้น แบบไหนกัดข้อเท้าน้อยกว่า?

รองเท้าเซฟตี้ทั้งสองรูปแบบมีจุดสัมผัสกับเท้าแตกต่างกัน แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่ารูปแบบใดกัดข้อเท้าน้อยกว่าเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับขนาด รูปทรง และวัสดุของแต่ละรุ่น

คุณสมบัติ

รองเท้าเซฟตี้ข้อสั้น

รองเท้าเซฟตี้หุ้มข้อ

ตำแหน่งขอบรองเท้า

โดยทั่วไปอยู่ต่ำกว่าข้อเท้า

ขอบรองเท้าครอบคลุมบริเวณข้อเท้า

จุดที่อาจเสียดสี

ด้านหลังส้นและรอบปากรองเท้า

รอบข้อเท้าและด้านหลังส้น

ความกระชับ

ขึ้นอยู่กับรูปทรงและระบบล็อก

อาจปรับความกระชับรอบข้อเท้าได้มากกว่าในบางรุ่น

ความคล่องตัว

ขึ้นอยู่กับการออกแบบ

ขึ้นอยู่กับความสูงและความยืดหยุ่นของส่วนหุ้มข้อ

เหมาะกับงาน

ต้องพิจารณาความเสี่ยงและข้อกำหนด PPE

ต้องพิจารณาความเสี่ยงและข้อกำหนด PPE

หากสถานที่ทำงานกำหนดให้สวมรองเท้าหุ้มข้อ ไม่ควรเปลี่ยนเป็นรองเท้าข้อสั้นเพียงเพราะรู้สึกสบายกว่าโดยไม่ได้รับการประเมินจากเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้ไม่ให้กัดข้อเท้าตั้งแต่แรก

การเลือกรองเท้าเซฟตี้ควรให้ความสำคัญทั้งด้านความปลอดภัยและความพอดี เพราะรองเท้าที่ผ่านมาตรฐานแต่ไม่เหมาะกับรูปเท้า อาจทำให้ผู้สวมใส่เกิดความไม่สบายระหว่างทำงานได้

เลือกขนาดโดยทดลองสวมจริง

ควรทดลองสวมพร้อมถุงเท้าทำงาน และทดสอบเดินบนพื้นราบ รวมถึงขยับข้อเท้าในลักษณะที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง

ไม่ควรเลือกขนาดจากรองเท้าผ้าใบที่ใช้อยู่เพียงอย่างเดียว เพราะรูปทรงและขนาดของรองเท้าแต่ละแบรนด์อาจแตกต่างกัน

ตรวจสอบขอบรองเท้าและส่วนรองรับส้นเท้า

ลองสัมผัสวัสดุรอบข้อเท้า ตรวจสอบว่ามีขอบแข็ง ตะเข็บนูน หรือจุดกดทับหรือไม่

รองเท้าที่มีขอบบุนุ่มอาจช่วยเพิ่มความสบาย แต่ความนุ่มเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะไม่เกิดการเสียดสี หากรูปทรงรองเท้าไม่พอดีกับเท้า

เลือกรองเท้าให้ตรงกับความเสี่ยงของงาน

มาตรฐาน EN ISO 20345 เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญสำหรับรองเท้านิรภัย โดยครอบคลุมข้อกำหนดด้านการป้องกันและการทดสอบที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้งานต้องพิจารณารหัสคุณสมบัติของรองเท้าแต่ละรุ่น รวมถึงข้อกำหนดของสถานที่ทำงาน เช่น ความเสี่ยงจากการลื่น การเจาะทะลุ หรือสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น

ไม่ควรเลือกจากความสบายเพียงอย่างเดียวโดยละเลยคุณสมบัติด้านความปลอดภัย

Checklist ก่อนตัดสินใจซื้อรองเท้าเซฟตี้

รองเท้าหัวเหล็กกับรองเท้าหัวคอมโพสิต มีผลต่อการกัดข้อเท้าหรือไม่?

วัสดุหัวรองเท้าไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของการกัดข้อเท้า เนื่องจากหัวรองเท้านิรภัยอยู่บริเวณปลายเท้า ส่วนปัญหาการกัดข้อเท้ามักเกี่ยวข้องกับรูปทรงส่วนส้น ขอบรองเท้า และการเคลื่อนไหวของเท้าภายในรองเท้า

รองเท้าหัวเหล็กและหัวคอมโพสิตอาจมีน้ำหนักและโครงสร้างแตกต่างกันตามการออกแบบของแต่ละรุ่น แต่ไม่ควรสรุปว่ารองเท้าหัวคอมโพสิตจะไม่กัดข้อเท้า หรือรองเท้าหัวเหล็กจะกัดข้อเท้ามากกว่าเสมอไป

สิ่งสำคัญคือการทดลองสวมและตรวจสอบคุณสมบัติของรองเท้ารุ่นนั้นโดยตรง

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนรองเท้าเซฟตี้แทนการแก้รองเท้ากัด?

ไม่ใช่ทุกปัญหาจะสามารถแก้ได้ด้วยถุงเท้าหรือแผ่นกันกัด หากพบอาการต่อไปนี้ควรพิจารณาเปลี่ยนรองเท้า

  • รองเท้ากดข้อเท้าอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มสวม

  • เกิดแผลซ้ำบริเวณเดิมแม้ปรับการสวมใส่แล้ว

  • ส่วนส้นหรือขอบรองเท้าเสียรูป

  • พื้นรองเท้าหรือวัสดุด้านในชำรุดจนเกิดจุดเสียดสี

  • รองเท้าไม่สามารถยึดส้นเท้าได้อย่างเหมาะสม

  • รองเท้ามีความเสียหายที่อาจกระทบต่อคุณสมบัติด้านความปลอดภัย

หากรองเท้ายังอยู่ในสภาพดีแต่ไม่เหมาะกับรูปเท้า ควรทดลองรองเท้ารุ่นอื่นที่มีรูปทรงต่างกัน ไม่จำเป็นต้องเลือกขนาดใหญ่ขึ้นเสมอไป

สรุป รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้า แก้ให้ตรงจุดสำคัญที่สุด

รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้าไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะการเสียดสีซ้ำ ๆ อาจทำให้เกิดตุ่มพองหรือแผลที่ส่งผลต่อการเดินและการทำงาน

วิธีแก้ที่เหมาะสมเริ่มจากการตรวจสอบขนาดรองเท้า รูปทรงส่วนส้น การผูกเชือก และถุงเท้าที่ใช้ หากยังเกิดอาการเจ็บซ้ำ ควรพิจารณาเปลี่ยนรองเท้าเป็นรุ่นที่เหมาะกับรูปเท้ามากขึ้น โดยยังต้องมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยตรงตามลักษณะงาน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหารองเท้าเซฟตี้คู่ใหม่ สามารถศึกษารุ่นและคุณสมบัติของรองเท้านิรภัยได้ที่ Master Safety เพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. รองเท้าเซฟตี้ใหม่กัดข้อเท้าเป็นเรื่องปกติหรือไม่?

รองเท้าใหม่บางรุ่นอาจมีวัสดุที่ยังแข็ง แต่ไม่ควรทำให้เกิดอาการเจ็บหรือเป็นแผล หากกัดอย่างชัดเจนควรตรวจสอบความพอดีและหยุดการเสียดสี ไม่ควรฝืนใส่ต่อ

2. รองเท้าเซฟตี้กัดส้นเท้าควรใช้แผ่นกันกัดหรือไม่?

สามารถใช้วัสดุป้องกันการเสียดสีที่เหมาะสมได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจสอบว่าไม่ทำให้รองเท้าคับขึ้นหรือเปลี่ยนตำแหน่งเท้าจนเกิดจุดกดใหม่

3. รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้าต้องเปลี่ยนรองเท้าหรือไม่?

ไม่จำเป็นทุกกรณี หากเกิดจากการผูกเชือกหรือถุงเท้าอาจปรับแก้ได้ แต่หากรองเท้ากดทับหรือกัดซ้ำแม้ปรับแล้ว ควรเปลี่ยนรุ่นหรือขนาดให้เหมาะสม

4. รองเท้าเซฟตี้หุ้มข้อกัดมากกว่ารองเท้าข้อสั้นจริงไหม?

ไม่เสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับรูปทรง ขนาด ความแข็งของขอบรองเท้า และความพอดีกับข้อเท้า รองเท้าแต่ละรุ่นอาจให้ความรู้สึกต่างกัน

5. รองเท้ากัดจนเป็นตุ่มพองควรเจาะตุ่มพองหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ควรเจาะเองโดยไม่จำเป็น ควรป้องกันบริเวณที่เกิดตุ่มพองและหลีกเลี่ยงการเสียดสี หากมีอาการติดเชื้อหรือมีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์

6. ใส่ถุงเท้าหนาแล้วช่วยลดรองเท้าเซฟตี้กัดได้ไหม?

ถุงเท้าที่มีความหนาเหมาะสมอาจช่วยลดการเสียดสีได้ แต่ถ้าหนาเกินไปอาจทำให้รองเท้าคับและเพิ่มแรงกด จึงควรทดลองสวมร่วมกับรองเท้าจริง

7. รองเท้าหัวคอมโพสิตช่วยลดปัญหารองเท้ากัดข้อเท้าได้หรือไม่?

วัสดุหัวรองเท้าไม่ใช่ปัจจัยหลักของการกัดข้อเท้า ควรพิจารณารูปทรงส่วนส้น ขอบรองเท้า ความกระชับ และความพอดีกับรูปเท้าเป็นสำคัญ


#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้าเซฟตี้กัดข้อเท้า #รองเท้าเซฟตี้กัด #วิธีแก้รองเท้ากัด #รองเท้านิรภัย #รองเท้าเซฟตี้หุ้มข้อ #MasterSafety

ฝากความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเผยแพร่

Add Order Note

    คุณกำลังมองหาสินค้าไหน?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE