รองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นเอียง เลือกพื้นแบบไหนให้มั่นคง?

รองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นเอียง เลือกพื้นแบบไหนให้มั่นคง?

รองเท้าเซฟตี้ สำหรับงานที่ต้องเดินบนพื้นเอียง เลือกพื้นแบบไหนให้มั่นคง

งานบางประเภทไม่ได้เดินอยู่บนพื้นเรียบตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง งานคลังสินค้า ทางลาดสำหรับขนถ่ายสินค้า โรงงานที่มีพื้นต่างระดับ หรืองานกลางแจ้งที่ต้องเดินขึ้นลงพื้นที่ลาดเอียง หากรองเท้าเซฟตี้มีพื้นไม่เหมาะสม ต่อให้รองเท้ามีหัวนิรภัยหรือโครงสร้างแข็งแรง ก็ยังอาจรู้สึกเสียการทรงตัวหรือลื่นได้ง่าย

ดังนั้น หากต้องเลือก รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานที่ต้องเดินบนพื้นเอียง สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ได้มีแค่คำว่า “กันลื่น” แต่ต้องดูทั้งวัสดุพื้นรองเท้า รูปแบบดอกยาง ความลึกของร่อง ความมั่นคงบริเวณส้น รวมถึงลักษณะพื้นจริงในสถานที่ทำงานด้วย


ทำไมการเดินบนพื้นเอียงจึงต้องให้ความสำคัญกับพื้นรองเท้า?

เมื่อเดินบนพื้นลาดเอียง น้ำหนักตัวไม่ได้กดลงบนพื้นในลักษณะเดียวกับการยืนบนพื้นราบ ผู้สวมใส่ต้องออกแรงรักษาสมดุลมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เดินขึ้น เดินลง หรือเปลี่ยนทิศทาง

หากพื้นรองเท้ามีแรงยึดเกาะไม่เพียงพอ อาจเกิดอาการเท้าไถลไปตามแนวลาดได้ง่ายขึ้น โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อพื้นมีน้ำ น้ำมัน ฝุ่น ทราย หรือเศษวัสดุอยู่บนผิวหน้า

การลื่นเกิดขึ้นเมื่อแรงเสียดทานหรือแรงยึดเกาะระหว่างรองเท้ากับพื้นไม่เพียงพอ และพื้นเปียก พื้นมัน หรือพื้นที่มีสิ่งปนเปื้อนถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยง


1. เลือกพื้นรองเท้าที่มีแรงยึดเกาะเหมาะกับหน้างาน

คำว่า Slip Resistant หรือพื้นกันลื่น เป็นหนึ่งในคุณสมบัติแรกที่ควรมองหา แต่ไม่ควรพิจารณาจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

ควรตรวจสอบว่ารองเท้ารุ่นนั้นมีข้อมูลมาตรฐานหรือผลการทดสอบความต้านทานการลื่นหรือไม่ เพราะพื้นรองเท้าที่ใช้ได้ดีกับพื้นกระเบื้องเปียก อาจไม่ได้ให้ประสิทธิภาพเท่ากันเมื่อใช้งานบนเหล็ก ดิน หิน หรือพื้นที่มีน้ำมัน

สำหรับรองเท้าที่อ้างอิงมาตรฐาน ISO 20345:2021 ความต้านทานการลื่นเป็นหนึ่งในข้อกำหนดที่มาตรฐานครอบคลุม

ส่วนมาตรฐานยุโรปรุ่นใหม่ EN ISO 20345:2022 ได้เปลี่ยนระบบการระบุความสามารถด้านการกันลื่น โดย SRA, SRB และ SRC ที่พบในมาตรฐานรุ่นเดิมไม่ได้ใช้ในรูปแบบเดิมแล้ว และมีเครื่องหมาย SR สำหรับการทดสอบความต้านทานการลื่นเพิ่มเติมในเงื่อนไขที่กำหนด


2. ดอกยางควรมีร่อง ไม่ใช่พื้นเรียบ

สำหรับทางลาดหรือพื้นเอียง ไม่แนะนำให้ดูเพียงว่าพื้นรองเท้าเป็นยางหรือ PU แต่ควรพลิกรองเท้าดู ลักษณะดอกยางจริง

ดอกยางที่ดีควรช่วยให้พื้นรองเท้ามีจุดยึดเกาะหลายตำแหน่ง และหากต้องใช้งานบนพื้นที่มีน้ำ ควรมีช่องทางให้ของเหลวไหลออก ไม่สะสมอยู่ระหว่างพื้นรองเท้ากับพื้นทางเดิน

สำหรับงานกลางแจ้งหรือพื้นที่มีดิน เศษหิน และวัสดุชิ้นเล็ก ลายดอกยางควรเปิดและมีระยะห่างมากขึ้น เพื่อลดปัญหาเศษวัสดุอุดตันในร่องดอกยาง HSE แนะนำว่าพื้นที่มีของเหลวและงานในอาคารอาจเหมาะกับลายดอกที่ค่อนข้างถี่ ขณะที่พื้นที่กลางแจ้งหรือมีสิ่งปนเปื้อนชนิดแข็งควรพิจารณาลายดอกที่เปิดมากกว่า


3. พื้นไม่ควรแข็งจนสูญเสียการยึดเกาะ

รองเท้าเซฟตี้ที่พื้นแข็งมากอาจให้ความรู้สึกแข็งแรง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับพื้นเอียงเสมอไป

พื้นรองเท้าควรมีความยืดหยุ่นในระดับที่เหมาะสม สามารถสัมผัสกับพื้นได้ดีขณะก้าว และไม่ทำให้ผู้ใส่รู้สึกว่ารองเท้า “ไถล” หรือ “ลอย” เมื่อเปลี่ยนองศาการเดิน

วัสดุพื้นรองเท้าที่พบได้บ่อย เช่น PU, TPU และ Rubber ต่างมีคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงควรดูทั้งสูตรวัสดุ โครงสร้างพื้น และดอกยางร่วมกัน ไม่ควรตัดสินจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว


เปรียบเทียบพื้นรองเท้าเซฟตี้สำหรับงานพื้นเอียง

ลักษณะพื้นรองเท้า จุดเด่น เหมาะกับ สิ่งที่ควรตรวจสอบ
PU น้ำหนักค่อนข้างเบา ยืดหยุ่น เดินสบาย โรงงาน คลังสินค้า งานเดินทั่วไป สูตร PU และลายดอกยาง
TPU ทนการสึกหรอและรักษารูปทรงได้ดี งานที่เดินบ่อยและต้องการความคล่องตัว รูปแบบดอกยางและการยึดเกาะ
Rubber ให้การยึดเกาะได้ดีในหลายสภาพพื้นและทนงานหนัก งานก่อสร้าง งานกลางแจ้ง พื้นเปียก น้ำหนักและความแข็งของพื้น
PU/Rubber รวมความเบาของชั้นกลางกับความทนและการยึดเกาะของยาง งานอุตสาหกรรมที่มีหลายสภาพพื้น น้ำหนักรวมของรองเท้า
พื้นดอกลึก เกาะพื้นดินและพื้นที่ขรุขระได้ดี งานไซต์ งานกลางแจ้ง เศษดินหรือหินติดร่อง
พื้นดอกถี่ มีพื้นที่สัมผัสมากและเหมาะกับพื้นเรียบหลายประเภท โรงงานและคลังสินค้า การระบายของเหลว

หมายเหตุ: วัสดุเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่ารองเท้ารุ่นใดกันลื่นกว่ากัน ต้องดูสูตรวัสดุ ลายดอกยาง และผลการทดสอบของรองเท้าแต่ละรุ่นร่วมด้วย


4. ฐานส้นต้องกว้างและมั่นคง

เวลาลงทางลาด บริเวณส้นรองเท้ามักเป็นหนึ่งในส่วนที่รับแรงและเริ่มสัมผัสพื้น การเลือกรองเท้าที่ฐานส้นมีความมั่นคงจึงช่วยให้ควบคุมการก้าวได้ดีขึ้น

ควรหลีกเลี่ยงรองเท้าที่ส้นแคบมากหรือมีโครงสร้างทำให้รู้สึกโคลงเมื่อก้าวลงทางเอียง

เมื่อลองรองเท้า ให้ทดลองเดินขึ้นและลงทางลาด หากมีพื้นที่ทดสอบ รวมถึงลองหยุดกลางทางและเปลี่ยนทิศทาง หากรู้สึกว่าส้นเท้าขยับหรือรองเท้าไม่มั่นคง ควรเปลี่ยนรุ่นหรือไซซ์


5. รองเท้าไม่ควรหลวม เพราะเท้าอาจไหลอยู่ภายในรองเท้า

ต่อให้พื้นรองเท้าเกาะพื้นได้ดี แต่ถ้าเท้าของผู้ใส่ขยับอยู่ภายในรองเท้ามากเกินไป ก็ยังเสียการทรงตัวได้

โดยเฉพาะตอนเดินลงทางลาด เท้ามีแนวโน้มเคลื่อนไปด้านหน้าของรองเท้า จึงควรเลือกรองเท้าที่

  • กระชับบริเวณส้น

  • มีระบบเชือกหรือสายรัดที่ล็อกเท้าได้

  • มีพื้นที่ปลายเท้าเพียงพอ

  • ไม่หลวมจนส้นยกขณะเดิน

  • ไม่แน่นจนเจ็บนิ้วเท้าเมื่อเดินลงทางลาด

รองเท้าที่พอดีกับเท้าช่วยเพิ่มความสบายและลดความเมื่อยล้า ซึ่งมีส่วนต่อความปลอดภัยในการทำงานเช่นกัน


6. ถ้าพื้นเอียงเปียก ควรให้ความสำคัญกับร่องระบายน้ำมากขึ้น

พื้นที่ลาดเอียงที่มีน้ำเป็นหนึ่งในสภาพที่ต้องระวัง เพราะเมื่อมีของเหลวคั่นระหว่างพื้นรองเท้ากับพื้นทางเดิน การยึดเกาะอาจลดลง

ควรเลือกดอกยางที่มีช่องเปิดสำหรับผลักหรือระบายของเหลวออกจากบริเวณสัมผัส และตรวจสอบว่าร่องไม่ตื้นจนเกินไป

ตัวอย่างพื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ทางลาดหน้าโกดัง

  • Loading Dock

  • โรงงานอาหาร

  • พื้นที่ล้างทำความสะอาด

  • ทางเดินกลางแจ้งช่วงหน้าฝน

  • พื้นคอนกรีตที่มีความชื้น

  • พื้นโลหะหรือแผ่นเหล็กบริเวณเครื่องจักร


7. พื้นเอียงที่มีน้ำมัน ต้องดูมากกว่าคำว่า Oil Resistant

อีกจุดหนึ่งที่มักเข้าใจผิดคือคำว่า Oil Resistant

พื้นรองเท้าที่ระบุว่าทนน้ำมัน หมายถึงวัสดุพื้นมีคุณสมบัติต้านทานผลกระทบจากน้ำมันตามเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ได้หมายความว่าจะ “กันลื่นบนพื้นน้ำมัน” โดยอัตโนมัติ

HSE ระบุไว้โดยตรงว่าคุณสมบัติ Oil-resistant ไม่ได้มีความหมายเดียวกับ Slip-resistant ดังนั้นงานที่มีคราบน้ำมันควรตรวจสอบข้อมูลการทดสอบด้านการลื่นเพิ่มเติม


ตารางเลือกพื้นรองเท้าตามลักษณะพื้นเอียง

สภาพหน้างาน ลักษณะพื้นรองเท้าที่ควรพิจารณา
ทางลาดคอนกรีตแห้ง พื้นยึดเกาะดี ฐานกว้าง ดอกยางปานกลาง
ทางลาดคอนกรีตเปียก พื้นกันลื่น + ร่องระบายของเหลว
พื้นกระเบื้องเอียง เน้นผลทดสอบกันลื่นและพื้นสัมผัสมั่นคง
ทางลาดเหล็ก ควรทดลองกับพื้นจริงก่อนใช้งาน
พื้นดินลาดเอียง ดอกยางลึกและเปิด
พื้นมีทรายหรือฝุ่น ดอกยางที่ไม่อุดตันง่าย
พื้นมีน้ำมัน ตรวจสอบ Slip Resistance แยกจาก Oil Resistance
พื้นขรุขระกลางแจ้ง ดอกยางลึก ฐานรองเท้ามั่นคง และอาจพิจารณารองเท้าหุ้มข้อ

รองเท้าหุ้มข้อจำเป็นไหมสำหรับพื้นเอียง?

ไม่จำเป็นว่าทุกงานบนพื้นเอียงต้องใช้รองเท้าหุ้มข้อ แต่หากพื้นที่มีทั้งความลาดเอียง ความขรุขระ และความเสี่ยงต่อข้อเท้าพลิก การเลือกรองเท้าทรงหุ้มข้ออาจช่วยเพิ่มความกระชับบริเวณข้อเท้าได้

CCOHS แนะนำให้พิจารณาความเสี่ยงต่อข้อเท้าจากพื้นที่ไม่เรียบหรือพื้นที่ขรุขระเป็นหนึ่งในปัจจัยของการเลือกรองเท้าเซฟตี้

แต่สิ่งสำคัญคือรองเท้าต้องไม่แข็งหรือหนักเกินไปจนทำให้การเดินขึ้นลงทางลาดลำบากกว่าเดิม


เช็ก 7 จุดก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นเอียง

ก่อนตัดสินใจซื้อ สามารถใช้ Checklist นี้ได้

  1. ดูดอกยาง – มีร่องและจุดยึดเกาะชัดเจนหรือไม่

  2. ดูสภาพพื้นหน้างาน – แห้ง เปียก มีน้ำมัน ดิน หรือฝุ่น

  3. ตรวจมาตรฐานกันลื่น – มีข้อมูลผลทดสอบหรือมาตรฐานรองรับหรือไม่

  4. ลองเดินขึ้น–ลงทางลาด – รองเท้ามีอาการไถลหรือโคลงหรือไม่

  5. เช็กส้นเท้า – ส้นต้องไม่หลุดหรือยกขณะเดิน

  6. ดูความยืดหยุ่นของพื้น – ไม่แข็งหรืออ่อนจนเสียความมั่นคง

  7. ตรวจดอกยางเป็นระยะ – หากดอกสึกมากควรเปลี่ยนรองเท้า

ประสิทธิภาพด้านการกันลื่นสามารถลดลงเมื่อดอกยางสึก ดังนั้นรองเท้าที่เคยเกาะพื้นดีตอนใหม่ ไม่ได้หมายความว่าจะให้ประสิทธิภาพเท่าเดิมตลอดอายุการใช้งาน


สรุป: รองเท้าพื้นเอียงควรเน้น “ยึดเกาะ + มั่นคง + เหมาะกับพื้นจริง”

ถ้าต้องเลือกรองเท้าเซฟตี้สำหรับงานที่ต้องเดินบนพื้นเอียง อย่าเลือกจากคำว่า “กันลื่น” เพียงอย่างเดียว

ควรดูร่วมกันทั้ง วัสดุพื้นรองเท้า ลายดอกยาง ความลึกของร่อง ฐานส้น ความกระชับของรองเท้า และสภาพพื้นในสถานที่ทำงานจริง

สำหรับพื้นโรงงานหรือคลังสินค้าที่ค่อนข้างเรียบ อาจเน้นพื้นกันลื่นที่มีร่องช่วยระบายของเหลว ส่วนงานกลางแจ้ง ดิน หิน หรือพื้นที่ขรุขระ ควรเพิ่มความสำคัญกับดอกยางที่ลึกและเปิดมากขึ้น

และหากเป็นพื้นที่มีน้ำ น้ำมัน หรือสารปนเปื้อนเป็นประจำ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือเลือกจากผลทดสอบของรองเท้าแต่ละรุ่น และทดลองใช้งานกับพื้นที่จริงก่อนจัดซื้อจำนวนมาก เพราะไม่มีรองเท้าเพียงแบบเดียวที่เหมาะกับพื้นทุกชนิด


FAQ: คำถามที่พบบ่อย

รองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นเอียงควรเลือกพื้นแบบไหน?

ควรเลือกพื้นรองเท้าที่มีแรงยึดเกาะดี มีดอกยางเหมาะกับสภาพพื้น ฐานรองเท้ามั่นคง และมีร่องช่วยระบายของเหลวหากพื้นที่มีโอกาสเปียก

ดอกยางลึกกว่ากันลื่นดีกว่าเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป ดอกยางลึกเหมาะกับพื้นดินหรือพื้นที่มีเศษวัสดุ แต่พื้นเรียบภายในโรงงานอาจต้องการลายดอกที่ให้พื้นที่สัมผัสและการระบายของเหลวเหมาะสมมากกว่า

พื้น Rubber เหมาะกับทางลาดหรือไม่?

สามารถเหมาะได้ แต่ต้องดูสูตรยางและรูปแบบดอกยางร่วมด้วย ไม่ควรตัดสินความสามารถในการกันลื่นจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว

รองเท้า Oil Resistant หมายถึงกันลื่นน้ำมันด้วยหรือไม่?

ไม่ใช่ คุณสมบัติทนน้ำมันและคุณสมบัติกันลื่นเป็นคนละเรื่อง จึงควรตรวจสอบผลการทดสอบ Slip Resistance เพิ่มเติม

รองเท้าหุ้มข้อเหมาะกับพื้นเอียงกว่าข้อสั้นหรือไม่?

หากพื้นที่ลาดเอียงร่วมกับพื้นขรุขระหรือมีความเสี่ยงข้อเท้าพลิก รองเท้าหุ้มข้ออาจช่วยเพิ่มความกระชับได้ แต่ต้องเลือกรุ่นที่ไม่หนักหรือแข็งจนลดความคล่องตัว

รองเท้ากันลื่นใช้ไปนาน ๆ ประสิทธิภาพลดลงหรือไม่?

ลดลงได้ โดยเฉพาะเมื่อดอกยางเริ่มสึก ร่องตื้น หรือมีสิ่งสกปรกอุดตัน จึงควรตรวจพื้นรองเท้าและทำความสะอาดเป็นประจำ

ซื้อรองเท้าเซฟตี้ให้พนักงานจำนวนมากควรทำอย่างไร?

ควรประเมินพื้นและความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ เลือกรุ่นที่มีมาตรฐานเหมาะสม แล้วทดลองให้พนักงานกลุ่มเล็กใช้งานจริงก่อนจัดซื้อจำนวนมาก


#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้าเซฟตี้กันลื่น #รองเท้าเซฟตี้พื้นกันลื่น #รองเท้าเซฟตี้โรงงาน #รองเท้าเซฟตี้งานก่อสร้าง #รองเท้าทำงาน #SafetyShoes #รองเท้าเซฟตี้สำหรับทางลาด #ความปลอดภัยในการทำงาน

ฝากความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเผยแพร่

Add Order Note

    คุณกำลังมองหาสินค้าไหน?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE