รองเท้าเซฟตี้พื้น Oil Resistant คืออะไร ป้องกันอะไรได้บ้าง

รองเท้าเซฟตี้ พื้นยางแบบ Oil Resistant ช่วยป้องกันอะไรได้บ้าง
ในโรงงานอุตสาหกรรม อู่ซ่อมรถ หรือพื้นที่ซ่อมบำรุงเครื่องจักร การสัมผัสน้ำมันและจาระบีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ระหว่างการทำงาน แม้จะมีการทำความสะอาดพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ แต่คราบน้ำมันที่ตกค้างอาจทำให้เกิดทั้งปัญหาพื้นลื่นและการเสื่อมสภาพของวัสดุพื้นรองเท้า
ด้วยเหตุนี้ รองเท้าที่มีคุณสมบัติ Oil Resistant จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับงานที่ต้องสัมผัสน้ำมัน อย่างไรก็ตาม หลายคนยังเข้าใจว่ารองเท้าทนน้ำมันหมายถึงรองเท้าที่สามารถเดินบนพื้นเปื้อนน้ำมันได้โดยไม่ลื่น ซึ่งไม่ถูกต้องทั้งหมด
การเลือก รองเท้าเซฟตี้ ให้เหมาะกับพื้นที่เหล่านี้จึงควรเริ่มจากการเข้าใจว่าคุณสมบัติ Oil Resistant ป้องกันอะไรได้ และคุณสมบัติใดต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
รองเท้าเซฟตี้พื้น Oil Resistant คืออะไร?
รองเท้าเซฟตี้ที่มีพื้นแบบ Oil Resistant คือรองเท้าที่ใช้วัสดุพื้นชั้นนอกซึ่งออกแบบให้ทนต่อการเสื่อมสภาพเมื่อสัมผัสน้ำมันตามเงื่อนไขที่กำหนด ช่วยลดปัญหาพื้นบวมและความเสียหายจากน้ำมันบางประเภท แต่ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าจะกันลื่นบนพื้นน้ำมัน กันสารเคมีทุกชนิด หรือป้องกันน้ำมันซึมเข้าสู่รองเท้าได้เสมอไป
รองเท้าเซฟตี้พื้นยาง Oil Resistant คืออะไร
Oil Resistant หมายถึงคุณสมบัติของวัสดุที่สามารถต้านทานผลกระทบจากการสัมผัสน้ำมันได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อสัมผัสน้ำมันที่ใช้ในการทดสอบ
สำหรับรองเท้าเซฟตี้ คุณสมบัตินี้มักเกี่ยวข้องกับพื้นรองเท้าชั้นนอกหรือ Outsole ซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับพื้นโรงงานโดยตรง
พื้นรองเท้าอาจผลิตจากยางสูตรเฉพาะหรือวัสดุอื่นที่ออกแบบให้ทนน้ำมันได้ โดยคุณสมบัติจริงขึ้นอยู่กับสูตรวัสดุ กระบวนการผลิต และผลการทดสอบของรองเท้าแต่ละรุ่น ไม่ใช่ว่าพื้นยางทุกชนิดจะทนน้ำมันได้เท่ากัน
พื้นรองเท้าทนน้ำมันทำงานอย่างไร
เมื่อวัสดุพื้นรองเท้าสัมผัสน้ำมัน น้ำมันบางประเภทอาจแทรกซึมเข้าสู่เนื้อวัสดุและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การบวม ความแข็ง หรือความยืดหยุ่นที่ผิดไปจากเดิม
ผู้ผลิตจึงต้องเลือกสูตรวัสดุที่สามารถต้านทานการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน
พื้นรองเท้าที่ผ่านการทดสอบความทนต่อน้ำมันภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ผู้ซื้อมีหลักฐานประกอบการเลือกใช้งาน แทนการพิจารณาจากข้อความโฆษณาเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้วัสดุจะทนน้ำมันได้ ก็ยังสามารถสึกหรอจากแรงเสียดสี ความร้อน การใช้งานหนัก และอายุการใช้งานได้ตามปกติ
รองเท้าเซฟตี้ Oil Resistant ช่วยป้องกันอะไรได้บ้าง
ประโยชน์หลักของพื้น Oil Resistant ไม่ได้อยู่ที่การสร้างแรงยึดเกาะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการช่วยรักษาสภาพของวัสดุพื้นรองเท้าเมื่อมีโอกาสสัมผัสน้ำมัน
1. ลดความเสี่ยงที่พื้นรองเท้าจะบวมจากน้ำมัน
วัสดุบางชนิดอาจดูดซึมน้ำมันจนเกิดการบวม ทำให้ขนาดหรือรูปทรงเปลี่ยนแปลงได้
การเลือกพื้นรองเท้าที่มีคุณสมบัติทนน้ำมันและมีผลทดสอบรองรับช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวภายใต้ชนิดน้ำมันและเงื่อนไขที่ทดสอบ
2. ลดการเสื่อมสภาพของวัสดุจากการสัมผัสน้ำมัน
เมื่อพื้นรองเท้าสัมผัสน้ำมันที่ไม่เหมาะกับวัสดุเป็นเวลานาน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสมบัติเชิงกลและสภาพผิว
พื้น Oil Resistant จึงมีความเหมาะสมกับงานที่มีโอกาสสัมผัสน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันหล่อลื่น ทั้งนี้ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของวัสดุกับน้ำมันจริงก่อนใช้งาน
3. ช่วยรักษารูปทรงและสมบัติของพื้นรองเท้า
พื้นรองเท้าที่เสียรูปอาจส่งผลต่อความมั่นคงขณะยืนหรือเดิน โดยเฉพาะงานที่ต้องเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
การใช้พื้นรองเท้าที่ทนน้ำมันเหมาะกับสภาพงานจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของวัสดุที่เกิดจากน้ำมันได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าพื้นรองเท้าจะคงรูปตลอดอายุการใช้งาน
4. ช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายก่อนเวลาอันควร
หากรองเท้าสัมผัสน้ำมันที่ทำให้วัสดุเสื่อมสภาพอยู่เป็นประจำ พื้นรองเท้าอาจเสียหายเร็วกว่าที่คาดหวัง
การเลือกวัสดุที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ และอาจช่วยลดความจำเป็นในการเปลี่ยนรองเท้าจากสาเหตุการเสื่อมเพราะน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถระบุได้ว่ารองเท้าจะใช้งานได้นานขึ้นกี่เดือนหรือกี่เปอร์เซ็นต์โดยไม่มีผลทดสอบเปรียบเทียบรุ่นจริง
5. เหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำมัน
พื้นที่ที่อาจได้รับประโยชน์จากคุณสมบัตินี้ ได้แก่ จุดซ่อมบำรุงเครื่องจักร โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ พื้นที่บริการรถยนต์ และจุดที่มีการใช้สารหล่อลื่น
สำหรับพื้นที่เหล่านี้ควรพิจารณาความสามารถในการกันลื่นเพิ่มเติม เพราะคราบน้ำมันบนพื้นยังคงเป็นอันตรายแม้จะสวมรองเท้าที่ทนน้ำมันแล้วก็ตาม
Oil Resistant กับ Slip Resistant ต่างกันอย่างไร
นี่เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการเลือกรองเท้าสำหรับพื้นที่เปื้อนน้ำมัน
Oil Resistant เน้นความทนทานของวัสดุพื้นรองเท้า ส่วน Slip Resistant เน้นสมรรถนะการยึดเกาะเพื่อลดความเสี่ยงในการลื่นภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ
หน่วยงาน Health and Safety Executive (HSE) ของสหราชอาณาจักรอธิบายชัดเจนว่าความทนน้ำมันของพื้นรองเท้าไม่ได้หมายความว่ารองเท้านั้นกันลื่นด้วย
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
Oil Resistant |
Slip Resistant |
|---|---|---|
|
คุณสมบัติหลัก |
ต้านทานการเสื่อมจากน้ำมัน |
เพิ่มสมรรถนะยึดเกาะพื้น |
|
สิ่งที่พิจารณา |
การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ |
แรงเสียดทานและผลทดสอบกันลื่น |
|
จุดประสงค์ |
ช่วยรักษาสภาพพื้นรองเท้า |
ลดความเสี่ยงลื่นล้ม |
|
พื้นที่เหมาะสม |
บริเวณที่สัมผัสน้ำมัน |
พื้นที่เสี่ยงลื่นตามเงื่อนไขที่ทดสอบ |
|
ข้อจำกัด |
ไม่ได้รับประกันว่ากันลื่น |
ไม่ได้รับประกันว่าพื้นทนน้ำมัน |
ตัวอย่างเช่น ช่างซ่อมเครื่องจักรอาจต้องทำงานในพื้นที่ซึ่งมีน้ำมันหล่อลื่นหกเป็นครั้งคราว หากเลือกเพียงรองเท้าที่มีข้อความ Oil Resistant แต่ไม่ตรวจสอบผลการทดสอบกันลื่น ก็อาจยังมีความเสี่ยงลื่นล้มได้
ดังนั้นในพื้นที่เสี่ยงทั้งสองด้าน ควรมองหารองเท้าที่มีหลักฐานเกี่ยวกับความทนน้ำมันและสมรรถนะกันลื่นควบคู่กัน โดยประเมินกับพื้นผิวและสารปนเปื้อนจริงด้วย
รหัส FO และ SR ในมาตรฐาน EN ISO 20345 หมายถึงอะไร
มาตรฐาน EN ISO 20345 เป็นมาตรฐานสำหรับรองเท้านิรภัย โดยฉบับปี 2022 ได้ปรับข้อกำหนดและรหัสการระบุคุณสมบัติเพิ่มเติมหลายรายการ
สำหรับการเลือกพื้นรองเท้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน มีสองรหัสที่ควรทำความเข้าใจ
FO — Resistance to Fuel Oil
รหัส FO ใช้ระบุคุณสมบัติความทนต่อน้ำมันเชื้อเพลิงของพื้นรองเท้าตามวิธีทดสอบที่กำหนด
ข้อมูลทางเทคนิคของผู้ผลิต Helly Hansen Workwear สำหรับ EN ISO 20345:2022 ระบุเกณฑ์การบวมของพื้นรองเท้าไม่เกิน 12% หลังสัมผัสน้ำมันทดสอบเป็นเวลา 22 ชั่วโมง
เกณฑ์นี้เป็นเกณฑ์การทดสอบในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่การรับประกันว่ารองเท้าสามารถแช่น้ำมันระหว่างทำงานได้อย่างปลอดภัยเป็นเวลา 22 ชั่วโมง
SR — Slip Resistance
รหัส SR ใน EN ISO 20345:2022 เป็นการทดสอบกันลื่นเพิ่มเติมบนกระเบื้องเซรามิกที่ใช้กลีเซอรอลเป็นสารทดสอบ
มาตรฐานฉบับปี 2022 ยังมีข้อกำหนดการทดสอบกันลื่นพื้นฐานสำหรับรองเท้าทั่วไป และเปลี่ยนจากระบบรหัสเดิม SRA, SRB, SRC มาเป็นข้อกำหนดแบบใหม่
|
รหัส |
ความหมาย |
ใช้พิจารณาเรื่อง |
|---|---|---|
|
FO |
Fuel Oil Resistance |
ความทนน้ำมันเชื้อเพลิงของพื้นชั้นนอก |
|
SR |
Additional Slip Resistance |
ผลการทดสอบกันลื่นเพิ่มเติม |
|
HRO |
Heat Resistance of Outsole |
ความทนต่อความร้อนจากการสัมผัสของพื้นชั้นนอก |
|
P / PL / PS |
Penetration Resistance |
ความต้านทานการแทงทะลุ |
ข้อควรทราบ: รองเท้าที่ระบุเพียง S1, S2 หรือ S3 ไม่ควรสรุปโดยอัตโนมัติว่าผ่านข้อกำหนด FO ตามมาตรฐานฉบับปี 2022 ต้องตรวจสอบรหัสที่ระบุจริงบนฉลากและเอกสารของรุ่นนั้น
นอกจากนี้ รองเท้าที่ผลิตและรับรองตามมาตรฐานฉบับเก่าอาจใช้เครื่องหมายต่างออกไป จึงไม่ควรนำรหัสจากคนละฉบับมาเปรียบเทียบโดยไม่ดูปีมาตรฐาน
พื้นรองเท้าทนน้ำมัน เหมาะกับงานประเภทไหน
แม้รองเท้า Oil Resistant จะเหมาะกับหลายอุตสาหกรรม แต่การตัดสินใจควรเริ่มจากการประเมินชนิดของน้ำมัน ความถี่ในการสัมผัส และความเสี่ยงอื่นในสถานที่ทำงาน
|
พื้นที่ทำงาน |
ความเสี่ยงสำคัญ |
สิ่งที่ควรตรวจสอบ |
|---|---|---|
|
อู่ซ่อมรถยนต์ |
น้ำมันเครื่อง จาระบี พื้นเปื้อนน้ำมัน |
FO และผลทดสอบกันลื่นที่เกี่ยวข้อง |
|
โรงงานเครื่องจักร |
น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันไฮดรอลิก |
ความเข้ากันได้ของวัสดุกับน้ำมันจริง |
|
โรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ |
น้ำมันตัดกลึง เศษโลหะ |
ทนน้ำมัน กันลื่น และกันแทงทะลุตามความเสี่ยง |
|
คลังสินค้ามีรถยก |
คราบน้ำมันและการชนกระแทก |
หัวนิรภัย กันลื่น และพื้นทนน้ำมันตามความจำเป็น |
|
โรงงานอาหาร |
ไขมัน น้ำ พื้นเปียก |
ผลการทดสอบกันลื่นและความทนต่อไขมันชนิดที่ใช้ |
|
งานปิโตรเคมี |
สารไฮโดรคาร์บอนหลายชนิด |
ข้อมูล Chemical Compatibility เฉพาะสารและรองเท้า |
ตารางนี้เป็นแนวทางประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่การรับรองว่ารองเท้ารุ่นที่มี FO ทุกคู่เหมาะกับทุกพื้นที่ในตาราง
รองเท้า Oil Resistant ใช้กับน้ำมันทุกประเภทได้หรือไม่
ไม่ได้
น้ำมันมีองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันพืช และสารหล่อลื่นสังเคราะห์
วัสดุที่ทนต่อน้ำมันชนิดหนึ่งอาจไม่เหมาะกับน้ำมันอีกชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีสารทำละลายหรือสารเคมีอื่นผสมอยู่
หากต้องทำงานกับสารเฉพาะทางควรขอข้อมูลความเข้ากันได้ทางเคมีจากผู้ผลิต ไม่ใช้คำว่า Oil Resistant เพียงอย่างเดียวเป็นหลักฐานว่าป้องกันสารทั้งหมดได้
พื้นรองเท้ายางกับพื้น PU แบบไหนเหมาะกับงานที่มีน้ำมัน
พื้นรองเท้าเซฟตี้มีหลายรูปแบบ เช่น Rubber, PU/PU และ PU/Rubber ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันตามสูตรวัสดุ
|
ประเภทพื้น |
ลักษณะทั่วไป |
ข้อควรตรวจสอบ |
|---|---|---|
|
Rubber Outsole |
สามารถออกแบบให้ทนการสึกและสภาพแวดล้อมหนักได้ |
สูตรยาง ความทนน้ำมัน และผลทดสอบกันลื่น |
|
PU Outsole |
มักเน้นความเบาและการรองรับแรงกระแทก |
สูตร PU ความทนน้ำมัน และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม |
|
PU/Rubber |
ผสมคุณสมบัติของวัสดุหลายชั้น |
วัสดุชั้นนอกและสมรรถนะของรองเท้าทั้งคู่ |
|
EVA/Rubber |
เน้นการรองรับแรงกระแทกร่วมกับพื้นสัมผัสชนิดอื่น |
คุณสมบัติยางชั้นนอกและความทนต่อสารปนเปื้อน |
หากเป็นงานที่ต้องสัมผัสน้ำมันเป็นประจำ อย่าใช้เพียงชื่อวัสดุเป็นเกณฑ์เลือกซื้อ แต่ควรดูผลทดสอบ FO และข้อมูลสมรรถนะอื่นของรองเท้ารุ่นที่สนใจ
วิธีเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ Oil Resistant ให้เหมาะกับการทำงาน
การเลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะสมควรพิจารณาตามลำดับต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบชนิดน้ำมันในพื้นที่ทำงาน
สำรวจว่าพื้นที่มีน้ำมันเครื่อง น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันหล่อเย็น หรือน้ำมันประเภทอื่น และมีโอกาสสัมผัสกับพื้นรองเท้าบ่อยเพียงใด
หากเป็นสารผสมหรือสารเคมีอุตสาหกรรมควรตรวจสอบ Safety Data Sheet (SDS) ประกอบการประเมิน
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบรหัสมาตรฐานของรองเท้า
อ่านฉลากและเอกสารของผู้ผลิต เพื่อดูปีมาตรฐานและคุณสมบัติที่รองเท้ารุ่นนั้นผ่านการทดสอบ โดยเฉพาะ FO หากต้องการความทนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน
ขั้นตอนที่ 3 ประเมินความเสี่ยงจากการลื่น
ดูพื้นผิวที่ใช้งานจริง เช่น คอนกรีต กระเบื้อง หรือพื้นโลหะ รวมถึงชนิดสารปนเปื้อน
HSE แนะนำให้ทดลองประสิทธิภาพรองเท้าในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง เพราะรองเท้าที่เหมาะกับพื้นประเภทหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกประเภทหนึ่ง
ขั้นตอนที่ 4 พิจารณาการป้องกันอันตรายอื่น
หากมีความเสี่ยงจากวัสดุตกกระแทก ของมีคม หรือความร้อน ต้องเลือกรองเท้าที่มีคุณสมบัติป้องกันอันตรายเหล่านั้นเพิ่มเติม ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะความทนน้ำมัน
ขั้นตอนที่ 5 ทดลองสวมใส่และประเมินความพอดี
รองเท้าที่เหมาะกับงานควรสวมพอดี ไม่บีบนิ้วเท้า ไม่หลวมจนส้นเท้าเลื่อน และเหมาะกับลักษณะการเดินหรือยืนของผู้ใช้งาน
Checklist ก่อนสั่งซื้อ
วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้พื้นทนน้ำมันให้ใช้งานได้ปลอดภัย
รองเท้าทนน้ำมันก็ยังต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะคราบน้ำมันและสิ่งสกปรกที่สะสมบนพื้นรองเท้าอาจทำให้การยึดเกาะลดลง
แนวทางดูแลที่เหมาะสมประกอบด้วย
-
กำจัดคราบน้ำมันหลังใช้งาน ด้วยวิธีทำความสะอาดที่ผู้ผลิตรองเท้าแนะนำ
-
ตรวจร่องพื้นรองเท้า หากมีจาระบี เศษโลหะ หรือสิ่งสกปรกสะสม ควรทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง
-
หลีกเลี่ยงสารทำความสะอาดรุนแรง หากไม่ได้รับการยืนยันว่าเหมาะสมกับวัสดุ
-
ตรวจรอยบวม แตก หรือพื้นแยก หากพบความเสียหายที่กระทบความปลอดภัยควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนรองเท้า
-
ประเมินการสึกหรอของดอกพื้น โดยไม่รอให้พื้นสึกจนหมดลาย
HSE ระบุว่าความสามารถในการกันลื่นสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อพื้นรองเท้าสึก และแนะนำให้มีระบบตรวจสอบและเปลี่ยนรองเท้าที่ไม่ปลอดภัย
สำหรับความถี่ในการเปลี่ยนรองเท้า ไม่มีระยะเวลาเดียวที่ใช้ได้กับทุกโรงงาน เพราะขึ้นอยู่กับความหนักของงาน วัสดุ สภาพแวดล้อม และผลการตรวจสภาพรองเท้า
ข้อจำกัดของรองเท้าเซฟตี้พื้น Oil Resistant ที่ควรรู้
แม้คุณสมบัตินี้จะมีประโยชน์ในงานอุตสาหกรรม แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นการป้องกันได้ทุกด้าน
-
ไม่รับประกันว่ากันลื่นบนคราบน้ำมัน: ต้องตรวจสอบสมรรถนะกันลื่นแยกต่างหาก
-
ไม่ใช่รองเท้ากันสารเคมีทุกชนิด: ต้องประเมินความเข้ากันได้กับสารเคมีเฉพาะ
-
ไม่รับประกันการกันน้ำมันซึมเข้ารองเท้า: ต้องตรวจโครงสร้างรองเท้า วัสดุส่วนบนและข้อกำหนดการกันซึมเพิ่มเติม
-
ไม่รับประกันอายุการใช้งาน: พื้นรองเท้ายังสึกหรอหรือเสื่อมจากปัจจัยอื่นได้
-
ไม่ทดแทนการจัดการพื้นที่ทำงาน: ต้องควบคุมการรั่วไหลและทำความสะอาดคราบน้ำมันอย่างเหมาะสม
โดยเฉพาะงานที่มีการแช่เท้าในน้ำมัน หรือสัมผัสสารเคมีเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง ควรประเมินรองเท้าหรือบูทป้องกันสารเคมีสำหรับงานนั้นโดยเฉพาะ แทนการใช้รองเท้าเซฟตี้ทั่วไปที่มีเพียงคุณสมบัติ FO
สรุป เลือกรองเท้าเซฟตี้ Oil Resistant อย่างไรให้เหมาะกับงาน
รองเท้าเซฟตี้พื้น Oil Resistant เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมซึ่งมีโอกาสสัมผัสน้ำมัน เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงการเสื่อมสภาพของวัสดุพื้นรองเท้าจากน้ำมันตามขอบเขตที่ผ่านการทดสอบ
อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติทนน้ำมันไม่เท่ากับคุณสมบัติกันลื่น และไม่ได้หมายถึงการป้องกันสารเคมีทุกชนิด
สำหรับงานโรงงานและอุตสาหกรรม ควรเลือกโดยพิจารณาชนิดน้ำมัน พื้นผิวการทำงาน มาตรฐานที่ได้รับการรับรอง และความเสี่ยงจากงานจริงควบคู่กัน
ผู้ที่กำลังมองหารองเท้าสำหรับพื้นที่มีน้ำมันสามารถดูตัวเลือกเพิ่มเติมได้ที่ รองเท้าเซฟตี้ Master Safety พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารรับรองของรองเท้าแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเท้าเซฟตี้ Oil Resistant
1. รองเท้าเซฟตี้ Oil Resistant กันลื่นได้หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องกันลื่นเสมอไป เพราะ Oil Resistant เป็นคุณสมบัติด้านความทนต่อน้ำมันของวัสดุพื้นรองเท้า ส่วน Slip Resistant เป็นคุณสมบัติด้านการยึดเกาะพื้น ควรตรวจสอบผลการทดสอบทั้งสองด้านแยกกัน
2. พื้นรองเท้า Oil Resistant กันน้ำมันเครื่องได้หรือไม่?
อาจเหมาะกับการสัมผัสน้ำมันเครื่องบางประเภท แต่ต้องตรวจสอบวัสดุและข้อมูลจากผู้ผลิต เนื่องจากน้ำมันเครื่องมีสูตรและสารเติมแต่งแตกต่างกัน การผ่านมาตรฐาน FO ไม่ใช่หลักฐานว่าสามารถทนน้ำมันเครื่องทุกชนิดได้
3. รองเท้าเซฟตี้พื้นยางทุกคู่ทนน้ำมันหรือไม่?
ไม่ใช่ พื้นยางแต่ละรุ่นใช้สูตรวัสดุต่างกัน ควรเลือกจากข้อมูลจำเพาะหรือผลทดสอบความทนน้ำมัน ไม่ใช่ดูจากคำว่า Rubber เพียงอย่างเดียว
4. รหัส FO บนรองเท้าเซฟตี้หมายถึงอะไร?
FO หมายถึงความทนต่อน้ำมันเชื้อเพลิงของพื้นรองเท้าชั้นนอก เป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ระบุได้ภายใต้มาตรฐาน EN ISO 20345:2022 และไม่ใช่รหัสที่รับรองการกันลื่น
5. รองเท้าเซฟตี้ Oil Resistant เหมาะกับงานประเภทใด?
เหมาะสำหรับงานที่มีโอกาสสัมผัสน้ำมัน เช่น งานซ่อมบำรุง อู่รถยนต์ โรงงานเครื่องจักร และโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ แต่ต้องตรวจสอบชนิดน้ำมันและอันตรายอื่นในพื้นที่ก่อนเลือกใช้งาน
6. รองเท้า Oil Resistant สามารถป้องกันสารเคมีได้หรือไม่?
ไม่สามารถสรุปได้จากคำว่า Oil Resistant เพียงอย่างเดียว หากต้องสัมผัสกรด ด่าง ตัวทำละลาย หรือสารเคมีเข้มข้น ต้องเลือกรองเท้าที่มีข้อมูลความทนต่อสารนั้นโดยเฉพาะ
7. พื้นรองเท้าทนน้ำมันต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
ไม่มีระยะเวลาตายตัว ควรตรวจสอบสภาพเป็นประจำ หากพื้นบวม แตก หลุดล่อน ดอกพื้นสึกมาก หรือเกิดความเสียหายที่กระทบความปลอดภัย ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนรองเท้า
#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้าเซฟตี้พื้นยาง #OilResistant #รองเท้าทนน้ำมัน #รองเท้าเซฟตี้โรงงาน #รองเท้ากันลื่น #SafetyShoes #MasterSafety
- ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
- สนใจสินค้ารองเท้าเซฟตี้ >> ดูรายละเอียด <<
- Facebook : Master Safety ตัวแทนนำเข้า Safety Jogger รายใหญ่ที่สุดในไทย
- บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ : รองเท้าเซฟตี้
-
Posted in
รองเท้านิรภัย, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าเซฟตี้





