วิธีดูแลรองเท้าพยาบาลให้ใช้งานได้นาน ลดกลิ่นอับ

วิธีดูแลรองเท้าพยาบาลให้ใช้งานได้นานขึ้น พร้อมลดกลิ่นอับและการเสื่อมสภาพ

รองเท้าพยาบาลเป็นรองเท้าที่ต้องรองรับการใช้งานค่อนข้างหนัก เพราะบุคลากรทางการแพทย์มักต้องเดิน ยืน และเคลื่อนไหวต่อเนื่องวันละหลายชั่วโมง หากดูแลไม่เหมาะสม รองเท้าที่เคยใส่สบายอาจเริ่มมีกลิ่นอับ พื้นลื่น หนังแตกร้าว หรือพื้นรองเท้ายุบเร็วกว่าที่ควร
การดูแลรองเท้าพยาบาลอย่างถูกวิธีจึงไม่ได้ช่วยแค่ให้รองเท้าดูสะอาด แต่ยังช่วยรักษาคุณสมบัติในการรองรับแรงกระแทก การยึดเกาะพื้น และความสบายระหว่างทำงานได้อีกด้วย
ทำไมรองเท้าพยาบาลจึงเสื่อมเร็วกว่ารองเท้าทั่วไป?
รองเท้าพยาบาลต้องเผชิญกับทั้งความชื้น เหงื่อ น้ำยาทำความสะอาด ฝุ่นละออง และการเดินบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน บางวันผู้สวมใส่อาจใช้งานรองเท้ามากกว่า 8–12 ชั่วโมง ทำให้วัสดุหลายส่วนเสื่อมเร็ว เช่น
-
แผ่นรองด้านในเกิดความชื้นและมีกลิ่นอับ
-
พื้นรองเท้าชั้นกลางยุบตัวจากแรงกดซ้ำ ๆ
-
ดอกยางสึกจนประสิทธิภาพการกันลื่นลดลง
-
หนังหรือวัสดุด้านนอกแตกร้าวจากการทำความสะอาดผิดวิธี
-
กาวบริเวณขอบพื้นรองเท้าเสื่อมจากความร้อนและความชื้น
ดังนั้น แม้จะเลือกซื้อรองเท้าพยาบาลคุณภาพดี หากไม่ดูแลอย่างเหมาะสม อายุการใช้งานก็อาจสั้นกว่าที่ควรได้
1. เช็ดทำความสะอาดหลังเลิกงานทุกวัน
หลังใช้งานควรใช้ผ้านุ่มหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดคราบฝุ่น คราบเหงื่อ และสิ่งสกปรกออกจากรองเท้า โดยเฉพาะบริเวณพื้นรองเท้า ขอบรองเท้า และร่องดอกยาง
หากมีคราบสกปรกฝังแน่น สามารถใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ ช่วยทำความสะอาดได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง เพราะอาจทำให้พื้นผิวรองเท้าแข็ง สีซีด หรือแตกร้าว
สิ่งที่ไม่ควรทำ
-
ไม่ควรใช้แปรงแข็งขัดพื้นผิวแรงเกินไป
-
ไม่ควรใช้น้ำยาฟอกขาวโดยไม่ตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิต
-
ไม่ควรแช่รองเท้าทั้งคู่ในน้ำเป็นเวลานาน
-
ไม่ควรปล่อยให้คราบสารเคมีติดรองเท้าข้ามคืน
2. ปล่อยให้รองเท้าแห้งในที่อากาศถ่ายเท
ความชื้นเป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นอับ เชื้อรา และการเสื่อมของวัสดุ หลังทำความสะอาดควรวางรองเท้าไว้ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น และไม่โดนแสงแดดแรงโดยตรง
หลายคนเลือกใช้ไดร์เป่าผมหรือนำรองเท้าไปวางกลางแดดเพื่อให้แห้งเร็ว แต่ความร้อนสูงอาจทำให้กาวเสื่อม หนังหดตัว หรือพื้นรองเท้าเสียรูปได้
วิธีที่เหมาะสมกว่าคือใช้กระดาษสะอาดหรือกระดาษซับความชื้นใส่ไว้ด้านในรองเท้า แล้วเปลี่ยนกระดาษเมื่อเริ่มชื้น วิธีนี้ช่วยดูดซับน้ำและช่วยรักษารูปทรงของรองเท้าได้ดี
3. ถอดแผ่นรองเท้าออกมาผึ่งเป็นประจำ
แผ่นรองรองเท้าเป็นส่วนที่สัมผัสกับฝ่าเท้าโดยตรง จึงสะสมเหงื่อและความชื้นได้มากที่สุด หากรองเท้าสามารถถอดแผ่นรองได้ ควรถอดออกมาผึ่งหลังใช้งาน โดยเฉพาะหลังทำงานเป็นเวลานาน
ควรทำความสะอาดแผ่นรองตามคำแนะนำของผู้ผลิต และรอให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับเข้าไป เพราะการใส่แผ่นรองที่ยังชื้นอาจทำให้รองเท้าเกิดกลิ่นอับเร็วกว่าเดิม
เมื่อแผ่นรองเริ่มแบน ยุบ แข็ง หรือไม่สามารถคืนรูปได้ ควรพิจารณาเปลี่ยนแผ่นรองใหม่ เพื่อรักษาความสบายและการรองรับแรงกระแทก
4. สลับรองเท้าอย่างน้อย 2 คู่
สำหรับพยาบาลหรือบุคลากรที่ทำงานทุกวัน การมีรองเท้าพยาบาลเพียงคู่เดียวอาจทำให้รองเท้าไม่มีเวลาแห้งและคืนตัวอย่างเต็มที่
การสลับใช้งานรองเท้า 2 คู่ช่วยให้แต่ละคู่มีเวลาระบายความชื้นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังช่วยลดการยุบตัวของพื้นรองเท้าจากการใช้งานต่อเนื่อง
แม้การซื้อรองเท้าเพิ่มอีกคู่จะมีค่าใช้จ่ายในช่วงแรก แต่ในระยะยาวอาจช่วยยืดอายุรองเท้าทั้งสองคู่และลดปัญหากลิ่นอับได้ดีกว่าการใช้คู่เดียวทุกวัน
5. ทำความสะอาดดอกยางและพื้นรองเท้า
พื้นโรงพยาบาลอาจมีทั้งฝุ่น น้ำ น้ำยาทำความสะอาด หรือคราบไขมัน หากสิ่งสกปรกติดอยู่ตามร่องดอกยางมากเกินไป ประสิทธิภาพในการยึดเกาะพื้นอาจลดลง
ควรตรวจสอบร่องพื้นรองเท้าเป็นประจำ และใช้แปรงขนนุ่มหรือไม้ปลายมนช่วยนำสิ่งสกปรกออก หลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมแคะพื้นรองเท้า เพราะอาจทำให้ดอกยางฉีกขาดหรือเกิดรอยเสียหายได้
หากพบว่าดอกยางสึกจนเกือบเรียบ แม้รองเท้าด้านบนยังดูดี ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ เพราะความสามารถในการกันลื่นอาจไม่เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว
ตารางสรุปวิธีดูแลรองเท้าพยาบาล
| วิธีดูแล | ความถี่ที่แนะนำ | ประโยชน์ |
|---|---|---|
| เช็ดคราบสกปรกด้านนอก | หลังใช้งานทุกวัน | ลดคราบสะสมและป้องกันวัสดุเสื่อม |
| ผึ่งรองเท้าในที่อากาศถ่ายเท | ทุกวัน | ลดความชื้น กลิ่นอับ และเชื้อรา |
| ถอดแผ่นรองออกมาผึ่ง | 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือทุกวันเมื่อมีเหงื่อมาก | ช่วยให้ด้านในแห้งเร็วขึ้น |
| ทำความสะอาดดอกยาง | สัปดาห์ละ 1 ครั้ง | รักษาประสิทธิภาพการยึดเกาะพื้น |
| ตรวจรอยแตกและการสึก | เดือนละ 1 ครั้ง | ช่วยพบความเสียหายก่อนเกิดอุบัติเหตุ |
| สลับรองเท้า 2 คู่ | ทุกวัน | ลดความชื้นและการยุบตัวของพื้น |
| เปลี่ยนแผ่นรองด้านใน | เมื่อแบน แข็ง หรือมีกลิ่นติดแน่น | รักษาความสบายและการรองรับเท้า |
6. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะกับวัสดุ
รองเท้าพยาบาลแต่ละรุ่นอาจผลิตจากวัสดุแตกต่างกัน เช่น หนังแท้ หนังสังเคราะห์ ผ้า ตาข่าย EVA หรือวัสดุยาง การใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกับรองเท้าทุกประเภทอาจทำให้รองเท้าเสียหายได้
รองเท้าหนังหรือหนังสังเคราะห์
ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาดเช็ด แล้วลงผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะกับวัสดุ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้หนังแข็งหรือกาวเสื่อม
รองเท้าผ้าหรือตาข่าย
ใช้แปรงขนนุ่มร่วมกับสบู่อ่อน ๆ ทำความสะอาดเฉพาะจุด ไม่ควรขัดแรง เพราะอาจทำให้เส้นใยเป็นขุยหรือเสียรูป
รองเท้าวัสดุ EVA หรือรองเท้าแบบสวม
สามารถเช็ดหรือล้างด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต แต่ควรผึ่งให้แห้งในที่ร่ม และไม่วางใกล้เครื่องอบหรือแหล่งความร้อน
เปรียบเทียบวิธีทำให้รองเท้าแห้ง
| วิธีทำให้แห้ง | เหมาะสมหรือไม่ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ผึ่งในที่ร่ม อากาศถ่ายเท | เหมาะสมมาก | ช่วยลดความชื้นโดยไม่ทำลายวัสดุ |
| ใส่กระดาษซับความชื้น | เหมาะสม | ช่วยดูดความชื้นและรักษาทรงรองเท้า |
| ใช้พัดลมเป่าลมธรรมดา | ใช้ได้ | ช่วยเร่งการระบายอากาศโดยไม่ร้อนเกินไป |
| ตากแดดจัด | ไม่แนะนำ | อาจทำให้วัสดุแข็ง สีซีด และกาวเสื่อม |
| ใช้ไดร์ร้อน | ไม่แนะนำ | ความร้อนอาจทำให้รองเท้าเสียรูป |
| ใส่เครื่องอบผ้า | ไม่ควร | เสี่ยงต่อความเสียหายของพื้นรองเท้าและกาว |
7. เก็บรองเท้าให้ถูกวิธีในวันหยุด
เมื่อไม่ได้ใช้งาน ไม่ควรเก็บรองเท้าไว้ในถุงพลาสติกหรือกล่องปิดสนิททันที โดยเฉพาะหลังเลิกงาน เพราะความชื้นที่ยังค้างอยู่จะระบายออกไม่ได้
ควรปล่อยให้รองเท้าแห้งสนิทก่อนเก็บ และเลือกบริเวณที่แห้ง ไม่มีแสงแดดส่องโดยตรง หากต้องการรักษารูปทรง สามารถใช้ที่ดันทรงรองเท้าหรือกระดาษสะอาดใส่ด้านในได้
ไม่ควรวางของหนักทับรองเท้า เพราะอาจทำให้ส่วนหน้าและโครงสร้างรองเท้าเสียรูป ส่งผลต่อความกระชับเมื่อสวมใส่
8. ใช้ถุงเท้าที่ระบายอากาศได้ดี
การดูแลรองเท้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำความสะอาดเพียงอย่างเดียว ถุงเท้าก็มีผลต่อความชื้นภายในรองเท้าเช่นกัน
ควรเลือกถุงเท้าที่สามารถระบายเหงื่อและแห้งได้เร็ว เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน และไม่สวมถุงเท้าที่ยังชื้น หากเป็นผู้ที่มีเหงื่อออกมาก อาจเตรียมถุงเท้าสำรองไว้เปลี่ยนระหว่างวัน
วิธีนี้ช่วยลดทั้งกลิ่นอับ การสะสมของแบคทีเรีย และความเสี่ยงต่อการเสียดสีบริเวณเท้า
9. หลีกเลี่ยงการใช้รองเท้าพยาบาลผิดประเภท
แม้รองเท้าพยาบาลบางรุ่นจะสวมใส่สบาย แต่ไม่ควรนำไปใช้งานในกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น วิ่งออกกำลังกาย เดินป่า ทำสวน หรือสัมผัสสารเคมีที่รองเท้าไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับ
การใช้งานผิดประเภทอาจทำให้พื้นรองเท้าสึกเร็ว โครงสร้างรองเท้าบิดตัว และคุณสมบัติการกันลื่นลดลง เมื่อกลับมาใช้ในพื้นที่ทำงานจริงจึงอาจไม่ปลอดภัยเท่าเดิม
10. ตรวจสภาพรองเท้าก่อนเริ่มงาน
ก่อนสวมรองเท้าไปทำงาน ควรใช้เวลาเพียงเล็กน้อยตรวจสอบส่วนสำคัญ ได้แก่
-
พื้นรองเท้ามีรอยแตกหรือไม่
-
ดอกยางสึกจนเรียบหรือยัง
-
ขอบพื้นรองเท้ามีอาการแยกจากตัวรองเท้าหรือไม่
-
แผ่นรองด้านในยุบหรือเลื่อนผิดตำแหน่งหรือไม่
-
มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ด้านในหรือใต้พื้นรองเท้าหรือไม่
-
รองเท้าเริ่มหลวมจนเท้าเคลื่อนไปมามากเกินไปหรือไม่
หากพบความเสียหายที่มีผลต่อการเดินหรือการกันลื่น ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ ไม่ควรรอให้รองเท้าขาดหรือพื้นหลุดออกทั้งหมดก่อน
สัญญาณที่บอกว่าควรเปลี่ยนรองเท้าพยาบาลคู่ใหม่
การทำความสะอาดและดูแลที่ดีช่วยยืดอายุรองเท้าได้ แต่ไม่สามารถทำให้รองเท้าใช้งานได้ตลอดไป ควรเปลี่ยนรองเท้าเมื่อพบสัญญาณต่อไปนี้
-
ดอกยางสึกจนร่องตื้นหรือเกือบเรียบ
-
พื้นรองเท้าแข็งและยึดเกาะพื้นได้น้อยลง
-
พื้นชั้นกลางยุบตัวจนรู้สึกปวดฝ่าเท้าหรือส้นเท้ามากขึ้น
-
ตัวรองเท้าเสียรูป เอียง หรือสึกไม่เท่ากัน
-
กาวหรือขอบพื้นรองเท้าเริ่มแยก
-
มีรอยแตกที่อาจทำให้น้ำหรือของเหลวซึมเข้า
-
มีกลิ่นอับติดแน่นแม้ทำความสะอาดแล้ว
-
รู้สึกว่ารองเท้าหลวมหรือไม่กระชับเหมือนเดิม
อายุการใช้งานจริงของรองเท้าพยาบาลไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ลักษณะการเดิน จำนวนชั่วโมงทำงาน สภาพพื้น และคุณภาพของรองเท้า การตรวจสภาพจริงจึงสำคัญกว่าการนับระยะเวลาเพียงอย่างเดียว
เคล็ดลับดูแลรองเท้าพยาบาลสำหรับคนทำงานเป็นกะ
ผู้ที่ทำงานเป็นกะยาวหรือทำงานกลางคืนมักมีปัญหาเรื่องเหงื่อและความชื้นมากกว่าปกติ วิธีดูแลที่ทำได้ง่ายคือ
-
พกถุงเท้าสำรองสำหรับเปลี่ยนระหว่างกะ
-
ใช้รองเท้าอย่างน้อย 2 คู่สลับกัน
-
นำรองเท้าออกจากตู้ล็อกเกอร์หลังเลิกงาน
-
ถอดแผ่นรองออกมาผึ่งเมื่อกลับถึงบ้าน
-
เช็ดคราบของเหลวทันที ไม่ปล่อยให้แห้งติดรองเท้า
-
ตรวจพื้นรองเท้าทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะผู้ที่เดินบนพื้นเปียกบ่อย
สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยลดกลิ่นอับและรักษาความสบายของรองเท้าได้มากกว่าการรอทำความสะอาดครั้งใหญ่เพียงเดือนละครั้ง
สรุป
วิธีดูแลรองเท้าพยาบาลให้ใช้งานได้นานขึ้น เริ่มจากการเช็ดทำความสะอาดหลังใช้งาน ระบายความชื้นให้รองเท้าแห้งสนิท ถอดแผ่นรองออกมาผึ่ง ทำความสะอาดร่องดอกยาง และหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนสูง
สำหรับผู้ที่สวมรองเท้าทำงานทุกวัน การมีรองเท้าอย่างน้อย 2 คู่ไว้สลับใช้งานเป็นวิธีที่ช่วยลดความชื้นและชะลอการยุบตัวของพื้นรองเท้าได้ดี อย่างไรก็ตาม เมื่อรองเท้าเริ่มลื่น เสียรูป หรือไม่สามารถรองรับเท้าได้เหมือนเดิม ควรเปลี่ยนคู่ใหม่เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรใช้งานต่อเพียงเพราะด้านนอกยังดูไม่ขาด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลรองเท้าพยาบาล
รองเท้าพยาบาลควรซักบ่อยแค่ไหน?
ไม่จำเป็นต้องซักรองเท้าทั้งคู่บ่อย ๆ ควรเช็ดทำความสะอาดหลังใช้งานทุกวัน และทำความสะอาดแบบละเอียดเมื่อมีคราบสะสม โดยต้องพิจารณาตามชนิดของวัสดุและคำแนะนำของผู้ผลิต
รองเท้าพยาบาลสามารถซักเครื่องได้หรือไม่?
รองเท้าบางรุ่นอาจซักเครื่องได้ แต่หลายรุ่นไม่เหมาะกับการซักเครื่อง เพราะแรงหมุนและความร้อนอาจทำให้กาวเสื่อม พื้นรองเท้าเสียรูป หรือวัสดุฉีกขาด ควรตรวจฉลากหรือคู่มือก่อนทุกครั้ง
ทำอย่างไรเมื่อรองเท้าพยาบาลมีกลิ่นอับ?
ควรถอดแผ่นรองออกมาผึ่ง เช็ดด้านในให้สะอาด ปล่อยรองเท้าให้แห้งสนิท และสลับรองเท้าอย่างน้อย 2 คู่ หลีกเลี่ยงการเก็บรองเท้าที่ยังชื้นไว้ในตู้ปิดสนิท
ควรตากรองเท้าพยาบาลกลางแดดหรือไม่?
ไม่ควรตากกลางแดดจัดเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้วัสดุแข็ง สีซีด กาวเสื่อม และพื้นรองเท้าเสียรูป ควรผึ่งในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท
ใช้แอลกอฮอล์เช็ดรองเท้าพยาบาลได้หรือไม่?
ควรตรวจสอบชนิดวัสดุและคำแนะนำของผู้ผลิตก่อน เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้วัสดุบางประเภทแห้ง แข็ง สีซีด หรือแตกร้าวได้ หากจำเป็นควรทดสอบในบริเวณเล็ก ๆ ก่อน
รองเท้าพยาบาลควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?
ควรเปลี่ยนเมื่อดอกยางสึก พื้นลื่น พื้นรองเท้ายุบ ตัวรองเท้าเสียรูป ขอบพื้นแยก หรือเริ่มรู้สึกปวดเท้ามากขึ้นแม้เลือกขนาดรองเท้าได้เหมาะสมแล้ว
การมีรองเท้าพยาบาล 2 คู่ช่วยยืดอายุรองเท้าได้จริงหรือไม่?
ช่วยได้ เพราะการสลับรองเท้าทำให้แต่ละคู่มีเวลาระบายความชื้นและคืนตัว ลดการใช้งานซ้ำต่อเนื่อง และช่วยชะลอการยุบของพื้นรองเท้า
ใช้ผงดับกลิ่นในรองเท้าพยาบาลได้ไหม?
สามารถใช้ได้หากผลิตภัณฑ์ปลอดภัยต่อผิวและเหมาะกับวัสดุรองเท้า แต่ควรแก้ที่ต้นเหตุร่วมด้วย เช่น ลดความชื้น ทำความสะอาดแผ่นรอง และปล่อยให้รองเท้าแห้งสนิท
#รองเท้าพยาบาล #รองเท้าพยาบาลแบบมีรู #รองเท้าพยาบาลแบบปิด #รองเท้าพยาบาลระบายอากาศ #รองเท้าพยาบาลกันลื่น #รองเท้าทำงานโรงพยาบาล #รองเท้าบุคลากรทางการแพทย์ #รองเท้ายืนทำงาน #รองเท้าใส่สบาย #สุขภาพเท้า
- ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
- สนใจสินค้ารองเท้าเซฟตี้ >> ดูรายละเอียด <<
- สนใจสินค้ารองเท้าพยาบาล >> ดูรายละเอียด <<
- Facebook : Master Safety ตัวแทนนำเข้า Safety Jogger รายใหญ่ที่สุดในไทย
- บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ : รองเท้าเซฟตี้
-
Posted in
รองเท้าพยาบาล





