วิธีอ่านตาราง Chemical Resistance ของถุงมือกันสารเคมี

วิธีอ่านตาราง Chemical Resistance ของถุงมือกันสารเคมี

วิธีอ่านตาราง Chemical Resistance ของถุงมือกันสารเคมี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับสารที่ใช้งานจริง

ถุงมือกันสารเคมีไม่ได้หมายความว่า “กันสารเคมีได้ทุกชนิด” เพราะวัสดุแต่ละประเภท เช่น Nitrile, Neoprene, PVC, Butyl Rubber หรือ Latex มีความทนต่อสารเคมีแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนเลือกใช้งาน ควรตรวจสอบ Chemical Resistance Chart หรือ Chemical Resistance Guide ของผู้ผลิตก่อนเสมอ

การอ่านตารางนี้ไม่ควรดูเพียงว่าเป็นคำว่า “Good” หรือ “Excellent” เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาทั้ง ชนิดสารเคมี ความเข้มข้น Breakthrough Time, Permeation และ Degradation ร่วมกัน จึงจะเลือกถุงมือได้เหมาะกับงานจริง


Chemical Resistance คืออะไร?

Chemical Resistance คือความสามารถของวัสดุถุงมือในการต้านทานสารเคมีชนิดหนึ่งภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

สารเคมีชนิดเดียวกันอาจให้ผลแตกต่างกันเมื่อเปลี่ยนปัจจัย เช่น

  • ความเข้มข้นของสาร

  • อุณหภูมิ

  • ระยะเวลาสัมผัส

  • ความหนาของถุงมือ

  • วัสดุของถุงมือ

  • การสัมผัสแบบกระเด็นหรือแช่ต่อเนื่อง

  • สารผสมหลายชนิด

ดังนั้นคำว่า “ถุงมือ Nitrile กันสารเคมีได้” ยังไม่เพียงพอสำหรับการเลือกใช้งานจริง ต้องระบุด้วยว่าต้องสัมผัสกับสารอะไรและมีความเข้มข้นเท่าใด


ตาราง Chemical Resistance มีค่าอะไรที่ต้องดูบ้าง?

โดยทั่วไป Chemical Resistance Chart ของผู้ผลิตจะมีข้อมูลคล้ายกัน แม้ว่าการจัดรูปแบบหรือสัญลักษณ์จะแตกต่างกันก็ตาม

ข้อมูลในตาราง ความหมาย สิ่งที่ควรตรวจสอบ
Chemical Name ชื่อสารเคมี ต้องตรงกับสารที่ใช้งาน
CAS Number เลขประจำสารเคมี ใช้ยืนยันสารที่มีชื่อใกล้เคียงกัน
Concentration ความเข้มข้น ต้องใกล้เคียงกับสารที่ใช้งานจริง
Glove Material วัสดุถุงมือ เช่น Nitrile, Neoprene, PVC
Breakthrough Time เวลาที่สารเริ่มซึมผ่านวัสดุ ยิ่งนานโดยทั่วไปยิ่งดี
Permeation การซึมผ่านระดับโมเลกุล ใช้ประเมินประสิทธิภาพวัสดุ
Degradation การเสื่อมของวัสดุเมื่อสัมผัสสาร ต้องดูควบคู่กับ Permeation
Recommendation ระดับคำแนะนำ เช่น Excellent / Good / Poor

1. เริ่มจากดูชื่อสารเคมีและ CAS Number

สิ่งแรกที่ควรทำคือหาสารเคมีที่กำลังใช้งานในตาราง

ตัวอย่างเช่น หากใช้

Methanol

ควรตรวจสอบ CAS Number ซึ่งคือ 67-56-1

การใช้ CAS Number มีประโยชน์มาก เพราะสารเคมีบางชนิดอาจมีชื่อการค้า ชื่อย่อ หรือชื่อเรียกหลายแบบ

โดยเฉพาะโรงงานที่มีสารเคมีจำนวนมาก ควรนำข้อมูลจาก SDS (Safety Data Sheet) มาเปรียบเทียบกับ Chemical Resistance Chart โดยตรง


2. ตรวจสอบความเข้มข้นของสารเคมี

จุดนี้มักถูกมองข้ามมากที่สุด

ตัวอย่างเช่น

  • Sulfuric Acid 10%

  • Sulfuric Acid 50%

  • Sulfuric Acid 96%

แม้จะเป็นสารชนิดเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อวัสดุถุงมืออาจแตกต่างกันอย่างมาก

ดังนั้นหากตารางระบุผลการทดสอบกับ Sulfuric Acid 96% ไม่ควรนำผลไปตีความว่าเหมือนกับทุกความเข้มข้นโดยอัตโนมัติ

ถ้าความเข้มข้นในงานจริงไม่ตรงกับข้อมูลที่ผู้ผลิตทดสอบ ควรสอบถามผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายก่อนเลือกใช้


3. ดูค่า Breakthrough Time

Breakthrough Time หรือ BTT เป็นหนึ่งในค่าที่สำคัญที่สุดใน Chemical Resistance Chart

หมายถึงระยะเวลาที่สารเคมีใช้ในการซึมผ่านวัสดุของถุงมือจนถึงอัตราที่กำหนดตามวิธีทดสอบ

ตัวอย่างเช่น

Breakthrough Time = 120 นาที

หมายความว่า ในเงื่อนไขการทดสอบ สารเคมีต้องใช้เวลาตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อนตรวจพบการซึมผ่านตามมาตรฐาน

ไม่ได้หมายความว่า

“ใส่ถุงมือนี้ได้อย่างปลอดภัย 120 นาทีพอดี”

เพราะผลในห้องปฏิบัติการอาจแตกต่างจากงานจริง เช่น อุณหภูมิสูงขึ้น การขยับมือ การยืดถุงมือ หรือการเสียดสี อาจทำให้ประสิทธิภาพเปลี่ยนไป

ผู้ผลิตเองก็ระบุว่าค่า permeation หรือ breakthrough time จากห้องปฏิบัติการไม่ควรถูกตีความว่าเป็นเวลาสวมใส่ที่ปลอดภัยโดยตรง


ระดับ Breakthrough Time ที่พบบ่อย

ตามระบบที่ใช้กับการทดสอบ EN 16523-1 ระดับประสิทธิภาพถูกแบ่งเป็น 6 ระดับหลัก

Performance Level Breakthrough Time
0 ต่ำกว่า 10 นาที
1 มากกว่า 10 นาที
2 มากกว่า 30 นาที
3 มากกว่า 60 นาที
4 มากกว่า 120 นาที
5 มากกว่า 240 นาที
6 มากกว่า 480 นาที

อ่านอย่างง่าย

Level 1
เหมาะกับสถานการณ์ที่มีการสัมผัสค่อนข้างสั้นหรือ Splash Protection โดยต้องประเมินงานเพิ่มเติม

Level 3–4
แสดงว่ามีระยะเวลาต้านทานการซึมผ่านสูงขึ้น

Level 5–6
มีผลการทดสอบด้าน Breakthrough Time สูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้กับสารนั้นได้โดยไม่จำกัดเวลา


4. Permeation คืออะไร?

หลายคนเข้าใจว่าถุงมือยังไม่ขาดและไม่มีรู แปลว่าสารเคมียังไม่ผ่าน ซึ่งไม่ถูกต้องเสมอไป

Permeation คือการที่โมเลกุลของสารเคมีเคลื่อนผ่านวัสดุของถุงมือในระดับโมเลกุล

จึงอาจเกิดขึ้นได้โดยที่

  • ถุงมือยังไม่ขาด

  • ไม่มีรู

  • ภายนอกดูปกติ

  • ไม่เห็นของเหลวไหลผ่าน

นี่คือเหตุผลที่การดูด้วยตาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการประเมินถุงมือกันสารเคมี


5. Degradation คืออะไร?

Degradation คือการเปลี่ยนแปลงหรือเสื่อมสภาพของวัสดุถุงมือหลังสัมผัสสารเคมี

อาการที่พบได้ เช่น

  • บวม

  • แข็งขึ้น

  • นิ่มผิดปกติ

  • เปราะ

  • แตกร้าว

  • สีเปลี่ยน

  • รูปร่างเปลี่ยน

  • ความแข็งแรงลดลง

มาตรฐาน ISO 374 แยกการประเมินเรื่อง degradation ออกจากการซึมผ่าน และ ISO 374-4 ใช้สำหรับการพิจารณาการเสื่อมของวัสดุจากสารเคมี

ดังนั้นถุงมือที่มี Breakthrough Time สูง แต่เกิด Degradation รุนแรง ก็อาจไม่เหมาะกับงานนั้น


Permeation กับ Degradation ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ Permeation Degradation
ลักษณะ สารซึมผ่านเนื้อวัสดุ วัสดุถุงมือเสื่อม
มองเห็นด้วยตาได้หรือไม่ ส่วนใหญ่มองไม่เห็น บางครั้งมองเห็นได้
ตัวอย่าง โมเลกุล Methanol ซึมผ่าน Nitrile ถุงมือบวมและนิ่ม
สิ่งที่ใช้ประเมิน Breakthrough Time Degradation % / Rating
ต้องตรวจสอบหรือไม่ ต้องดู ต้องดู

ควรดูทั้งสองค่าเสมอ

ไม่ควรเลือกถุงมือจาก Breakthrough Time เพียงอย่างเดียว


6. Penetration แตกต่างจาก Permeation อย่างไร?

อีกคำหนึ่งที่มักพบคือ Penetration

Penetration หมายถึงการผ่านเข้าไปของสารผ่าน

  • รู

  • รอยแตก

  • รูพรุน

  • ตะเข็บ

  • จุดบกพร่องของถุงมือ

ในขณะที่ Permeation คือการผ่านระดับโมเลกุลโดยไม่จำเป็นต้องมีรูหรือรอยแตก

จำง่าย ๆ คือ

Penetration = ผ่านรูหรือช่องเปิด

Permeation = ซึมผ่านเนื้อวัสดุ


7. Excellent, Good, Fair และ Poor อ่านอย่างไร?

Chemical Resistance Chart ของผู้ผลิตบางรายไม่ได้แสดงเฉพาะ Breakthrough Time แต่ใช้ระดับหรือสี เช่น

Rating ความหมายโดยทั่วไป
Excellent ทนต่อสารได้ดี
Good สามารถใช้ได้ในบางเงื่อนไข
Fair ต้องระมัดระวังและจำกัดการสัมผัส
Poor ไม่แนะนำ
NR Not Recommended
NT Not Tested / ไม่มีข้อมูลทดสอบ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีระบบสีหรือคำว่า Excellent/Good ที่ใช้เหมือนกันทุกผู้ผลิต

ดังนั้นต้องอ่าน Legend หรือคำอธิบายที่อยู่ใน Chemical Resistance Chart ของแบรนด์นั้นเสมอ


8. อ่าน EN ISO 374 Type A, B และ C อย่างไร?

ถุงมือกันสารเคมีจำนวนมากจะมีสัญลักษณ์มาตรฐาน EN ISO 374

มาตรฐาน ISO 374-1 ฉบับปัจจุบันของ ISO คือ ISO 374-1:2024 ซึ่งเข้ามาแทน ISO 374-1:2016 เดิม

สำหรับฉลากและผลิตภัณฑ์ในตลาด ยังพบการอ้างอิงระบบ Type A / B / C จาก EN ISO 374-1:2016+A1:2018 อยู่เป็นจำนวนมาก

แนวทางการแบ่งประเภทที่พบโดยทั่วไปคือ

ประเภท ข้อกำหนดด้าน Permeation
Type A อย่างน้อย 6 สาร ต้องผ่าน Level 2 หรือมากกว่า
Type B อย่างน้อย 3 สาร ต้องผ่าน Level 2 หรือมากกว่า
Type C อย่างน้อย 1 สาร ต้องผ่าน Level 1 หรือมากกว่า

โดย

  • Level 1 = มากกว่า 10 นาที

  • Level 2 = มากกว่า 30 นาที


Type A ดีกว่า Type B เสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป

Type A แสดงว่าถุงมือผ่านเกณฑ์กับสารในรายการมาตรฐานจำนวนมากกว่า Type B แต่สารที่คุณใช้อยู่จริงอาจไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ถุงมือนั้นผ่าน

ตัวอย่างเช่น

ถุงมือ Type A รุ่นหนึ่งอาจผ่าน

A J K L M O

แต่โรงงานใช้งานสารที่อยู่นอกกลุ่มนี้

ดังนั้นไม่ควรเลือกโดยดูเพียงคำว่า Type A

ต้องตรวจ Chemical Resistance Chart ของสารที่ใช้งานจริงเพิ่มเติม


9. ตัวอักษรใต้สัญลักษณ์ EN ISO 374 หมายถึงอะไร?

ตัวอักษรใต้สัญลักษณ์ถุงมือกันสารเคมีไม่ได้เป็นเกรด แต่เป็นรหัสของ สารเคมีที่ใช้ทดสอบ

ตัวอย่างรายการที่พบบ่อย ได้แก่

Code สารเคมี ความเข้มข้นที่ใช้ในรายการมาตรฐาน
A Methanol —
B Acetone —
C Acetonitrile —
D Dichloromethane —
E Carbon Disulfide —
F Toluene —
G Diethylamine —
H Tetrahydrofuran —
I Ethyl Acetate —
J n-Heptane —
K Sodium Hydroxide 40%
L Sulfuric Acid 96%
M Nitric Acid 65%
N Acetic Acid 99%
O Ammonia / Ammonium Hydroxide 25%
P Hydrogen Peroxide 30%
S Hydrofluoric Acid 40%
T Formaldehyde 37%

ตัวอย่างสัญลักษณ์

EN ISO 374-1 Type A
AJKLMO

ไม่ได้หมายความว่าถุงมือมี “เกรด AJKLMO”

แต่หมายความว่าถุงมือผ่านเกณฑ์ที่กำหนดกับสารรหัส A, J, K, L, M และ O


ตัวอย่างวิธีอ่าน Chemical Resistance แบบง่าย

สมมติว่าต้องเลือกถุงมือสำหรับงานที่ใช้ Methanol 99%

ตารางผู้ผลิตระบุว่า

รายการ ผลทดสอบ
Chemical Methanol
Concentration 99%
Material Nitrile
Breakthrough Time 16 นาที
Performance Level 1
Degradation Moderate

วิธีตีความคือ

  1. สารตรงกับ Methanol

  2. ความเข้มข้นใกล้เคียงกับงานจริง

  3. Breakthrough Time ค่อนข้างสั้น

  4. อยู่ประมาณ Level 1

  5. มีการเสื่อมของวัสดุในระดับหนึ่ง

ดังนั้นถ้าต้องมีการสัมผัสต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจต้องพิจารณาวัสดุถุงมือชนิดอื่น

ตัวอย่างรายงานการทดสอบจริงของผู้ผลิตบางรายการพบว่า Methanol 99% มี Breakthrough Time ประมาณ 16 นาทีในถุงมือบางรุ่น ขณะที่สารชนิดอื่นในถุงมือรุ่นเดียวกันสามารถเกิน 480 นาทีได้ แสดงให้เห็นว่าความสามารถของถุงมือขึ้นกับ สารเคมีเป็นรายตัว ไม่ใช่แค่วัสดุหรือชื่อรุ่นถุงมือ


วิธีเลือกถุงมือจาก Chemical Resistance Chart แบบ 6 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 — เปิด SDS ของสารเคมี

ดูชื่อสาร CAS Number และความเข้มข้นจากเอกสาร Safety Data Sheet

ขั้นตอนที่ 2 — เปิด Chemical Resistance Guide ของผู้ผลิตถุงมือ

ไม่ควรใช้ตารางจากคนละแบรนด์แทนกันทันที เพราะสูตรวัสดุและความหนาของถุงมือแต่ละรุ่นต่างกัน

ขั้นตอนที่ 3 — ค้นหาสารด้วย CAS Number

เป็นวิธีลดความผิดพลาดจากชื่อสารที่มีหลายชื่อ

ขั้นตอนที่ 4 — ตรวจความเข้มข้น

ต้องใกล้เคียงกับสารที่ใช้งานจริง

ขั้นตอนที่ 5 — ดู Breakthrough Time และ Degradation

อย่าดูเพียงค่าใดค่าหนึ่ง

ขั้นตอนที่ 6 — ประเมินลักษณะงานจริง

พิจารณาว่าเป็น

  • Splash เล็กน้อย

  • จุ่มมือ

  • สัมผัสต่อเนื่อง

  • งานอุณหภูมิสูง

  • งานมีแรงเสียดสี

  • งานที่มีความเสี่ยงถุงมือฉีกขาด

แล้วจึงกำหนดประเภทและรอบการเปลี่ยนถุงมือ


ทำไมถุงมือวัสดุเดียวกันจึงมี Chemical Resistance ไม่เท่ากัน?

ถึงแม้จะเป็นถุงมือ Nitrile เหมือนกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทนสารเคมีเท่ากัน

เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับ

  • สูตรยาง

  • ความหนา

  • ชั้นเคลือบ

  • โครงสร้างถุงมือ

  • กระบวนการผลิต

  • การบ่มวัสดุ

  • ชั้นซับใน

  • รูปแบบการออกแบบถุงมือ

ดังนั้นควรใช้ผลทดสอบของ รุ่นสินค้านั้นโดยตรง

ไม่ควรนำข้อมูลของถุงมือ Nitrile รุ่นหนึ่งไปใช้กับ Nitrile อีกยี่ห้อโดยอัตโนมัติ


Chemical Resistance Chart ใช้แทน SDS ได้หรือไม่?

ไม่ได้

เอกสารทั้งสองทำหน้าที่ต่างกัน

เอกสาร ใช้เพื่อ
SDS บอกอันตราย คุณสมบัติ และวิธีจัดการสารเคมี
Chemical Resistance Chart ช่วยประเมินความเข้ากันได้ของสารกับวัสดุถุงมือ
Technical Data Sheet บอกรายละเอียดสินค้า
Certificate / Test Report แสดงมาตรฐานและผลการทดสอบ

วิธีที่เหมาะสมคือใช้ SDS ร่วมกับข้อมูลจากผู้ผลิตถุงมือ


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกถุงมือกันสารเคมี

เลือกจากคำว่า “Nitrile” อย่างเดียว

Nitrile ไม่ได้ทนสารเคมีทุกชนิด

ดูเพียง Type A

Type A ไม่ได้หมายความว่าป้องกันสารเคมีทุกชนิด

ดู Breakthrough Time แต่ไม่ดู Degradation

บางสารอาจทำให้วัสดุถุงมือเสื่อมอย่างรวดเร็ว

ไม่ดู Concentration

ความเข้มข้นเปลี่ยน ประสิทธิภาพของถุงมือก็อาจเปลี่ยน

ใช้ตารางคนละรุ่น

แม้เป็นยี่ห้อเดียวกัน ผลของแต่ละรุ่นก็อาจไม่เท่ากัน

ใช้เวลาทดสอบเป็นเวลาสวมใส่

Breakthrough Time เป็นค่าจากการทดสอบภายใต้เงื่อนไขควบคุม ไม่ใช่ Safe Wearing Time โดยตรง


สรุป: อ่าน Chemical Resistance ให้ดูอะไรบ้าง?

ถ้าต้องจำแบบสั้นที่สุด ให้ตรวจสอบ 5 อย่าง

Chemical → Concentration → Breakthrough Time → Degradation → Working Condition

หรือแปลเป็นภาษาง่าย ๆ ว่า

สารอะไร → เข้มข้นเท่าไร → ซึมผ่านเมื่อไร → ทำลายถุงมือแค่ไหน → งานจริงสัมผัสอย่างไร

การเลือก ถุงมือกันสารเคมี จึงไม่ควรเลือกจากวัสดุหรือมาตรฐานเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้ข้อมูลจาก Chemical Resistance Chart ของผู้ผลิต ประกอบกับ SDS และการประเมินความเสี่ยงของงานจริง

หากต้องสัมผัสสารที่มีความเป็นอันตรายสูง สารผสมหลายชนิด หรือไม่พบข้อมูลใน Chemical Resistance Chart ควรขอคำแนะนำจากผู้ผลิตหรือผู้เชี่ยวชาญด้าน PPE ก่อนใช้งาน


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Chemical Resistance

Chemical Resistance ของถุงมือคืออะไร?

คือข้อมูลที่แสดงความสามารถของวัสดุถุงมือในการต้านทานสารเคมีแต่ละชนิด โดยอาจพิจารณาจาก Breakthrough Time, Permeation และ Degradation

Breakthrough Time ยิ่งมากยิ่งดีหรือไม่?

โดยทั่วไปค่าที่สูงแสดงว่าสารใช้เวลานานขึ้นก่อนซึมผ่านตามเงื่อนไขการทดสอบ แต่ไม่ควรใช้เป็นเวลาสวมใส่ที่ปลอดภัยโดยตรง

ถุงมือ Type A กันสารเคมีได้ทุกชนิดหรือไม่?

ไม่ได้ Type A หมายถึงผ่านเกณฑ์การทดสอบตามจำนวนสารขั้นต่ำที่มาตรฐานกำหนด ไม่ได้หมายถึงสามารถป้องกันสารเคมีทั้งหมด

Permeation กับ Penetration ต่างกันอย่างไร?

Permeation คือสารซึมผ่านเนื้อวัสดุในระดับโมเลกุล ส่วน Penetration คือสารผ่านรู ตะเข็บ รอยแตก หรือข้อบกพร่องของถุงมือ

Degradation ของถุงมือหมายถึงอะไร?

หมายถึงการเสื่อมสภาพของวัสดุหลังสัมผัสสารเคมี เช่น บวม นิ่ม แข็ง เปราะ แตก หรือรูปร่างเปลี่ยน

ถุงมือ Nitrile ใช้กับสารเคมีทุกชนิดได้หรือไม่?

ไม่ได้ Nitrile มีความทนต่อสารหลายชนิด แต่สารบางชนิดอาจซึมผ่านหรือทำลายวัสดุได้อย่างรวดเร็ว จึงต้องตรวจสอบ Chemical Resistance Chart ของรุ่นนั้น

หากไม่พบสารเคมีในตาราง Chemical Resistance ควรทำอย่างไร?

ไม่ควรสรุปว่าถุงมือสามารถใช้ได้ ควรสอบถามผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายเพื่อขอข้อมูลการทดสอบเพิ่มเติม

ต้องดู CAS Number หรือไม่?

ควรดู โดยเฉพาะสารที่มีหลายชื่อ เพราะ CAS Number ช่วยยืนยันสารเคมีได้แม่นยำกว่าการดูชื่อเพียงอย่างเดียว

ถุงมือหนากว่ากันสารเคมีได้ดีกว่าเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอ แม้ความหนาจะมีผลต่อเวลาในการซึมผ่าน แต่ชนิดและสูตรของวัสดุก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน

Chemical Resistance Chart ใช้กำหนดเวลาต้องเปลี่ยนถุงมือได้เลยหรือไม่?

ไม่ควรใช้โดยตรง เพราะผลทดสอบในห้องปฏิบัติการไม่ได้จำลองสภาพการใช้งานทุกสถานการณ์ ควรกำหนดรอบเปลี่ยนจากการประเมินความเสี่ยงและคำแนะนำของผู้ผลิต


#ถุงมือกันสารเคมี #ChemicalResistance #ChemicalResistanceChart #PPE #อุปกรณ์เซฟตี้ #ความปลอดภัยในการทำงาน #ENISO374 #ถุงมือเซฟตี้ #สารเคมี #ความปลอดภัยโรงงาน

ฝากความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเผยแพร่

Add Order Note

    คุณกำลังมองหาสินค้าไหน?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE