เลือกรองเท้าเซฟตี้ให้เดินขึ้นลงบันไดได้มั่นใจ

เลือกรองเท้าเซฟตี้ให้เดินขึ้นลงบันไดได้มั่นใจ

เลือก รองเท้าเซฟตี้ ให้เดินขึ้นลงบันไดได้มั่นใจ ต้องดูอะไรบ้าง

การทำงานในโรงงาน โกดัง ไซต์ก่อสร้าง หรือพื้นที่ซ่อมบำรุง หลายตำแหน่งต้องเดินขึ้นลงบันไดวันละหลายรอบ บางแห่งเป็นบันไดเหล็ก บางแห่งเป็นขั้นตะแกรง หรืออาจต้องปีนบันไดแนวตั้งเพื่อขึ้นไปตรวจเครื่องจักร

งานแบบนี้ไม่ได้ต้องการแค่รองเท้าหัวนิรภัยเท่านั้น แต่ต้องเป็น รองเท้าเซฟตี้ที่ยึดเกาะขั้นบันไดได้ดี กระชับเท้า และควบคุมจังหวะก้าวได้ง่าย

รองเท้าที่พื้นแข็งเกินไป หนักเกินไป หรือหลวมบริเวณส้น อาจทำให้วางเท้าบนขั้นบันไดไม่เต็ม เกิดอาการเมื่อยเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการพลาดขั้นได้

ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อควรดูให้มากกว่าคำว่า “กันลื่น” ที่เขียนอยู่บนกล่อง


ทำไมการขึ้นลงบันไดจึงต้องเลือกรองเท้าเป็นพิเศษ

เวลายืนหรือเดินบนพื้นราบ น้ำหนักของเท้าจะกระจายลงบนพื้นรองเท้าค่อนข้างกว้าง แต่ตอนก้าวขึ้นบันได พื้นที่สัมผัสอาจเหลือเพียงช่วงหน้าเท้าหรือกลางฝ่าเท้าเท่านั้น

หากเป็นบันไดแนวตั้งหรือบันไดที่มีลูกขั้นแคบ พื้นรองเท้าจะต้องเกาะกับขั้นบันไดโดยตรง การลื่นเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เท้าหลุดจากขั้นได้

มาตรฐาน ISO 20345:2021 ครอบคลุมข้อกำหนดพื้นฐานและข้อกำหนดเพิ่มเติมของรองเท้านิรภัย เช่น ความเสี่ยงทางกล การยึดเกาะ พฤติกรรมตามหลักสรีรศาสตร์ และความเสี่ยงจากอุณหภูมิ โดยมาตรฐานดังกล่าวมีการปรับปรุงเพิ่มเติมใน ISO 20345:2021/Amd 1:2024

อย่างไรก็ตาม คำว่า รองเท้าเซฟตี้ ไม่ได้แปลว่ารองเท้าทุกรุ่นจะกันลื่นได้เหมือนกัน หน่วยงาน HSE เตือนว่ารองเท้านิรภัยอาจไม่ได้เป็นรองเท้ากันลื่นเสมอไป จึงต้องพิจารณาพื้นรองเท้าและสภาพหน้างานควบคู่กัน


7 จุดสำคัญในการเลือก รองเท้าเซฟตี้ สำหรับขึ้นลงบันได

1. พื้นรองเท้าต้องยึดเกาะได้จริงกับพื้นหน้างาน

อย่าดูเพียงว่าดอกพื้นมีขนาดใหญ่หรือดูแข็งแรง เพราะพื้นรองเท้าที่เหมาะกับพื้นปูนแห้ง อาจทำงานได้ไม่ดีเมื่อเจอน้ำ น้ำมัน จาระบี หรือฝุ่นละเอียด

ควรเริ่มจากดูว่าบันไดในพื้นที่ทำงานเป็นแบบใด เช่น

  • บันไดเหล็กเรียบ

  • บันไดตะแกรง

  • ขั้นปูน

  • บันไดที่มีน้ำหรือความชื้น

  • พื้นที่ซ่อมบำรุงที่อาจมีน้ำมัน

  • บันไดกลางแจ้งที่มีดินหรือโคลนติดพื้นรองเท้า

HSE แนะนำให้พิจารณาประเภทงาน สภาพอากาศ และสิ่งปนเปื้อนที่มีโอกาสสัมผัสพื้นรองเท้า ก่อนเลือกรองเท้าสำหรับหน้างาน

จุดที่ควรสังเกต

  • ดอกพื้นมีหลายทิศทาง ไม่เป็นเส้นตรงทั้งหมด

  • มีช่องระบายโคลน น้ำ หรือเศษวัสดุออกจากดอกพื้น

  • พื้นไม่เรียบจนแทบไม่มีร่อง

  • วัสดุพื้นเหมาะกับน้ำมันหรือสารปนเปื้อนที่พบในพื้นที่

  • มีข้อมูลผลทดสอบการยึดเกาะจากผู้ผลิต

รองเท้าที่ระบุเพียงว่า “Anti-slip” แต่ไม่มีข้อมูลมาตรฐานหรือเอกสารประกอบ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้ในพื้นที่เสี่ยง


2. เลือกรุ่นที่มีขอบส้นชัดเจน

สำหรับบันไดที่มีลูกขั้นแคบ ขอบส้นรองเท้าจะช่วยประคองตำแหน่งเท้า ไม่ให้เท้าไถลไปด้านหน้าจนหลุดจากขั้นง่ายเกินไป

แนวทางความปลอดภัยของ CCOHS ระบุว่ารองเท้าที่มีส้นสามารถช่วยลดโอกาสที่เท้าจะลื่นไปด้านหน้าเมื่อปีนบันได และแนะนำให้ใช้รองเท้าที่มีพื้นกันลื่นพร้อมส่วนส้นที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกรองเท้าส้นสูง ควรเป็นส้นเตี้ยที่มีแนวแบ่งระหว่างช่วงกลางเท้ากับส้นอย่างชัดเจน เพื่อให้วางคร่อมบนลูกขั้นได้มั่นคง

พื้นรองเท้าที่แบนเรียบตลอดทั้งแผ่นอาจเหมาะกับการเดินบนพื้นทั่วไป แต่ควรทดลองกับลักษณะบันไดจริงก่อนนำไปใช้กับงานปีนขึ้นลงบ่อยครั้ง


3. รองเท้าต้องกระชับ โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้า

รองเท้าที่หลวมอาจรู้สึกสบายในช่วงแรก แต่เมื่อเดินขึ้นบันได ส้นเท้าจะยกตัวออกจากรองเท้าทุกครั้งที่ก้าว ทำให้ควบคุมตำแหน่งเท้าได้ไม่แม่น

ลองสวมแล้วสังเกตว่า

  • ส้นเท้าหลุดขึ้นลงมากหรือไม่

  • หน้าเท้าเลื่อนไปชนหัวรองเท้าตอนเดินลงหรือไม่

  • เชือกหรือระบบล็อกช่วยรัดกลางเท้าได้ดีหรือไม่

  • เท้าขยับซ้ายขวาภายในรองเท้ามากเกินไปหรือไม่

รองเท้าควรกระชับ แต่ไม่บีบจนปลายเท้าชนหัวนิรภัย การเหลือพื้นที่หน้าเท้าเล็กน้อยช่วยให้เดินลงบันไดได้สบายขึ้น โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

รองเท้าทรงหลวมหรือรองเท้าบูตที่ไม่สามารถยึดส้นและข้อเท้าได้ดี อาจทำให้ควบคุมการบิดของเท้าได้ยากขึ้น HSE ระบุว่าบางหน่วยงานจำกัดการใช้รองเท้าบูตแบบสวมหลวม เนื่องจากกังวลเรื่องข้อเท้าบิดหรือแพลงบนพื้นไม่เรียบ


4. พื้นควรงอบริเวณหน้าเท้า ไม่พับกลางฝ่าเท้า

ขณะก้าวขึ้นบันได เท้าจะงอตรงบริเวณโคนนิ้ว หากรองเท้าแข็งทั้งแผ่น ผู้สวมอาจต้องออกแรงยกขามากขึ้นและวางเท้าได้ไม่เป็นธรรมชาติ

แต่พื้นรองเท้าที่นิ่มหรือบิดตัวง่ายเกินไปก็ไม่ใช่คำตอบ เพราะอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นคงเมื่อเหยียบบนขอบขั้นแคบ

วิธีทดสอบเบื้องต้นคือใช้มือพับรองเท้าเบา ๆ

  • รองเท้าควรงอได้บริเวณหน้าเท้า

  • ช่วงกลางฝ่าเท้าไม่ควรพับครึ่งง่าย

  • พื้นไม่ควรบิดซ้ายขวาจนเสียรูป

  • เมื่อปล่อยมือควรคืนตัวได้ดี

ลักษณะนี้ช่วยให้เดินได้คล่อง ขณะเดียวกันยังรักษาความมั่นคงเมื่อรับน้ำหนักบนขั้นบันได


5. อย่าเลือกรองเท้าที่หนักเกินความจำเป็น

รองเท้าเซฟตี้ที่หนักมากอาจไม่เป็นปัญหาหากยืนทำงานอยู่กับที่ แต่สำหรับคนที่ต้องเดินขึ้นลงหลายชั้น ความหนักจะสะสมเป็นความล้าบริเวณหน้าแข้ง เข่า และสะโพก

เมื่อเริ่มล้า คนทำงานมักยกเท้าได้ต่ำลง ทำให้ปลายรองเท้ามีโอกาสเกี่ยวขอบขั้น โดยเฉพาะช่วงท้ายกะ

น้ำหนักที่เหมาะสมไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับขนาดรองเท้า วัสดุหัวนิรภัย และระดับการป้องกัน แต่สามารถเปรียบเทียบรุ่นที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกันได้

กรณีที่หน้างานอนุญาต อาจพิจารณารุ่นหัวคอมโพสิตหรือวัสดุน้ำหนักเบา แต่ต้องตรวจสอบว่าระดับการป้องกันตรงกับความเสี่ยงจริง ไม่ควรลดสเปกเพื่อแลกกับน้ำหนักที่เบาเพียงอย่างเดียว


6. รูปทรงหัวรองเท้าไม่ควรใหญ่หรือยาวเกินไป

หัวรองเท้าเซฟตี้ต้องมีพื้นที่ครอบปลายเท้าเพื่อป้องกันแรงกระแทก จึงมักมีขนาดใหญ่กว่ารองเท้าทั่วไป แต่หากทรงรองเท้ายาวหรือหนาเกินไป อาจทำให้ผู้สวมกะระยะขอบขั้นผิดได้

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ

  • ปลายรองเท้าเกี่ยวขอบขั้นตอนเดินขึ้น

  • วางหน้าเท้าบนขั้นได้ไม่เต็ม

  • มองไม่เห็นตำแหน่งปลายเท้าชัดเจน

  • ต้องยกเข่าสูงกว่าปกติ

ควรทดลองเดินขึ้นลงบันไดจำลองก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะรองเท้ารุ่นใหม่ที่มีรูปทรงต่างจากคู่เดิม


7. เลือกความสูงของรองเท้าให้เหมาะกับลักษณะงาน

รองเท้าเซฟตี้หุ้มข้อไม่ได้ปลอดภัยกว่ารองเท้าทรงเตี้ยในทุกกรณี ต้องพิจารณาจากพื้นหน้างานและรูปแบบการเคลื่อนไหว

รูปแบบรองเท้า จุดเด่น ข้อควรพิจารณา เหมาะกับงาน
รองเท้าทรงเตี้ย น้ำหนักเบา ขยับข้อเท้าง่าย เดินคล่อง การพยุงข้อเท้าน้อยกว่า คลังสินค้า โรงงาน งานเดินบันไดทั่วไป
รองเท้าหุ้มข้อระดับกลาง กระชับข้อเท้ามากขึ้น ยังเคลื่อนไหวได้ดี ต้องเลือกขนาดและการรัดเชือกให้พอดี งานซ่อมบำรุง ไซต์ก่อสร้าง พื้นไม่เรียบ
รองเท้าบูตสูง ป้องกันน้ำ โคลน หรือสิ่งสกปรกได้ดี อาจหนัก ร้อน และงอข้อเท้าได้จำกัด งานกลางแจ้ง งานเปียก หรือพื้นที่มีสารปนเปื้อน
รองเท้าทรงสปอร์ตเซฟตี้ เบา เดินง่าย ลดความล้า บางรุ่นมีพื้นแบนหรือดอกพื้นตื้น งานที่เดินมากและใช้บันไดมาตรฐาน

คนที่ต้องขึ้นบันไดแนวตั้งหรือเดินบนพื้นไม่เรียบบ่อย อาจเหมาะกับรุ่นหุ้มข้อที่กระชับ แต่ไม่ควรเลือกรุ่นที่แข็งจนขยับข้อเท้าไม่ได้ตามธรรมชาติ


ตารางเช็กคุณสมบัติก่อนซื้อ

จุดตรวจ ควรเลือกแบบไหน ควรหลีกเลี่ยง
ดอกพื้น มีร่องหลายทิศทาง ระบายสิ่งสกปรกได้ พื้นเรียบหรือดอกพื้นสึกง่าย
ขอบส้น มีแนวส้นชัด วางคร่อมขั้นได้ พื้นแบนต่อเนื่องโดยไม่ผ่านการทดลอง
ความกระชับ ส้นไม่หลุด กลางเท้าไม่เลื่อน รองเท้าหลวมหรือเผื่อขนาดมากเกินไป
การงอของพื้น งอที่หน้าเท้าและคงรูปช่วงกลางเท้า แข็งทั้งแผ่นหรือนิ่มจนพับครึ่ง
น้ำหนัก ยกเท้าได้คล่องตลอดกะ หนักจนเริ่มลากเท้าเมื่อใช้งานนาน
หัวรองเท้า ป้องกันได้ตามมาตรฐานและไม่เทอะทะ ยาวหรือใหญ่จนเกี่ยวขอบขั้น
เอกสารสินค้า มีมาตรฐานและผลทดสอบตรวจสอบได้ ใช้คำโฆษณาโดยไม่มีข้อมูลรองรับ

รองเท้าเซฟตี้พื้นนุ่ม เหมาะกับการขึ้นบันไดหรือไม่

พื้นนุ่มช่วยลดแรงกดและทำให้เดินสบาย แต่คำว่า “นุ่ม” ต้องดูว่าเป็นส่วนใดของรองเท้า

หากเป็นแผ่นรองด้านในที่ช่วยรองรับส้นและอุ้งเท้า มักช่วยลดความเมื่อยได้ แต่หากพื้นชั้นนอกนิ่มจนยุบตัวมาก เมื่อเหยียบบนลูกขั้นแคบ รองเท้าอาจโยกหรือเสียรูป ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง

รองเท้าที่เหมาะควรมีความสมดุลระหว่าง

  • การรองรับแรงกระแทก

  • ความมั่นคงของพื้น

  • การงอที่เหมาะสม

  • การรับรู้ตำแหน่งขั้นบันได

  • ความกระชับภายในรองเท้า

อย่าทดสอบเพียงการเดินบนพื้นร้าน ควรลองก้าวขึ้นแท่นหรือขั้นบันไดจำลองด้วย


พื้นกันลื่นอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่

ไม่เพียงพอ เพราะอุบัติเหตุบนบันไดไม่ได้เกิดจากการลื่นเท่านั้น แต่อาจเกิดจากรองเท้าหลวม พื้นสึก ปลายรองเท้าเกี่ยวขั้น การยกของบดบังสายตา หรือการไม่จับราวบันได

สำหรับการใช้บันไดปีน ควรรักษาจุดสัมผัสสามจุด ได้แก่ มือสองข้างกับเท้าหนึ่งข้าง หรือเท้าสองข้างกับมือหนึ่งข้างตลอดการขึ้นลง แนวทาง OSHA และ CCOHS ต่างให้ความสำคัญกับหลักการนี้

ดังนั้น แม้เลือกรองเท้าเหมาะสมแล้ว ยังต้องทำงานร่วมกับวิธีใช้งานที่ปลอดภัย


วิธีทดสอบรองเท้าก่อนนำไปใช้จริง

1. ทดลองเดินบนพื้นราบ

เดินเร็ว เลี้ยว และหยุดกะทันหันเล็กน้อย เพื่อดูว่าเท้าเลื่อนภายในรองเท้าหรือไม่

2. ทดลองก้าวขึ้นและลงบันได

สังเกตว่าปลายรองเท้าเกี่ยวขั้นหรือไม่ และตอนเดินลงหน้าเท้าไหลไปชนหัวรองเท้าหรือเปล่า

3. ทดลองยืนด้วยหน้าเท้าบนขอบขั้น

รองเท้าควรรับน้ำหนักได้มั่นคง พื้นไม่ยุบหรือบิดจนรู้สึกว่าจะพลิก

4. ทดลองหลังสวมถุงเท้าทำงานจริง

ความหนาของถุงเท้ามีผลต่อความกระชับ ควรทดลองด้วยถุงเท้าแบบเดียวกับที่ใช้ในหน้างาน

5. ทดลองช่วงท้ายวัน

เท้ามักขยายเล็กน้อยหลังยืนหรือเดินเป็นเวลานาน การลองรองเท้าช่วงบ่ายจะช่วยลดโอกาสเลือกรองเท้าที่คับเกินไป


ดูแลพื้นรองเท้าอย่างไรให้เกาะขั้นบันไดได้ดี

รองเท้าที่ดีแค่ไหนก็สูญเสียการยึดเกาะได้เมื่อดอกพื้นอุดตันหรือสึกจนเรียบ

ก่อนขึ้นบันไดควรตรวจว่าใต้รองเท้ามีสิ่งเหล่านี้หรือไม่

  • โคลน

  • จาระบี

  • น้ำมัน

  • เศษพลาสติก

  • เศษโลหะ

  • หินหรือวัสดุติดร่องพื้น

  • น้ำหรือสารเคมีตกค้าง

CCOHS แนะนำให้ตรวจสภาพรองเท้าและทำความสะอาดโคลน น้ำ น้ำแข็ง หรือจาระบีออกจากพื้นรองเท้าก่อนปีนบันได

ควรเปลี่ยนรองเท้าเมื่อพบว่า

  • ดอกพื้นสึกจนร่องตื้น

  • พื้นแข็งกรอบหรือแตกลาย

  • พื้นรองเท้าแยกจากตัวรองเท้า

  • ส้นสึกเอียง

  • เชือกหรือระบบล็อกไม่สามารถรัดเท้าได้

  • รองเท้าเสียรูปจนเท้าเอียงขณะยืน


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาเลือกรองเท้า

เลือกจากหัวเหล็กเพียงอย่างเดียว

หัวนิรภัยช่วยป้องกันของตกกระแทก แต่ไม่ได้รับประกันว่าพื้นจะเหมาะกับบันไดเปียกหรือบันไดที่มีน้ำมัน

ซื้อรองเท้าใหญ่เผื่อไว้

การเผื่อมากเกินไปทำให้เท้าเลื่อนและกะตำแหน่งขั้นได้ยาก ควรเลือกรุ่นที่มีทรงเหมาะกับหน้าเท้าแทนการเพิ่มไซซ์

ดูดอกพื้นจากภาพอย่างเดียว

ดอกพื้นลึกไม่ได้แปลว่าจะเกาะทุกพื้น ต้องดูวัสดุพื้น ผลทดสอบ และสิ่งปนเปื้อนในหน้างานร่วมกัน

ใช้รองเท้าคู่เดียวกับทุกพื้นที่

โรงงานผลิตอาหาร อู่ซ่อมรถ โกดังสินค้า และไซต์ก่อสร้างมีลักษณะพื้นต่างกัน รองเท้าที่เหมาะกับพื้นที่หนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกพื้นที่

รอให้พื้นเรียบสนิทก่อนเปลี่ยน

ประสิทธิภาพการยึดเกาะอาจลดลงตั้งแต่ดอกพื้นเริ่มสึก ไม่จำเป็นต้องรอจนพื้นโล้นจึงเปลี่ยนคู่ใหม่


สรุป: รองเท้าเซฟตี้ที่ดีต้องช่วยให้ควบคุมทุกก้าวได้

การเลือก รองเท้าเซฟตี้ให้เดินขึ้นลงบันไดได้มั่นใจ ต้องดูทั้งพื้นรองเท้า ขอบส้น ความกระชับ น้ำหนัก รูปทรงหัวรองเท้า และความยืดหยุ่น ไม่ควรตัดสินจากคำว่า “กันลื่น” หรือดูเฉพาะดีไซน์ภายนอก

หัวใจสำคัญคือเลือกรองเท้าให้ตรงกับบันไดและสิ่งปนเปื้อนในพื้นที่จริง พร้อมทดลองสวมก่อนใช้งาน หากเป็นการจัดซื้อให้พนักงานหลายคน ควรเปิดให้ทดลองหลายไซซ์และหลายทรง เพราะรูปเท้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

รองเท้าที่เหมาะไม่ได้ทำให้ผู้สวมรู้สึกเพียงว่า “เดินสบาย” แต่ต้องช่วยให้วางเท้าได้แม่น ยกเท้าได้คล่อง และรักษาความมั่นคงได้ตั้งแต่ต้นกะจนจบวัน


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเท้าเซฟตี้สำหรับขึ้นลงบันได

รองเท้าเซฟตี้พื้นแบนใช้ขึ้นบันไดได้ไหม

ใช้ได้กับบันไดบางประเภท แต่ควรทดลองการยึดเกาะและการวางเท้าก่อน หากเป็นบันไดแนวตั้งหรือลูกขั้นแคบ รองเท้าที่มีขอบส้นชัดเจนอาจช่วยลดการไถลของเท้าไปด้านหน้าได้มากกว่า

รองเท้าหุ้มข้อเหมาะกับการขึ้นลงบันไดหรือไม่

เหมาะกับงานที่ต้องการความกระชับหรือทำงานบนพื้นไม่เรียบ แต่ต้องไม่แข็งหรือรัดข้อเท้าจนเคลื่อนไหวลำบาก ควรทดลองก้าวขึ้นลงจริงก่อนเลือก

รองเท้าหัวคอมโพสิตดีกว่าหัวเหล็กสำหรับเดินบันไดไหม

หัวคอมโพสิตมักช่วยลดน้ำหนักรองเท้าได้ แต่ต้องเลือกระดับการป้องกันให้ตรงกับความเสี่ยงของงาน ไม่ควรเลือกจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว

ดอกพื้นลึกยิ่งกันลื่นดีจริงไหม

ไม่เสมอไป ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับวัสดุพื้น รูปแบบดอกพื้น พื้นผิวบันได และสิ่งปนเปื้อน เช่น น้ำ น้ำมัน หรือโคลน ควรดูข้อมูลการทดสอบจากผู้ผลิตประกอบ

รองเท้าเซฟตี้ควรเหลือพื้นที่ปลายเท้าเท่าไร

ควรมีพื้นที่ให้ปลายเท้าขยับเล็กน้อยโดยไม่ชนหัวนิรภัย แต่ส้นและกลางเท้าต้องไม่หลวมจนเลื่อนไปมา วิธีที่แม่นที่สุดคือทดลองเดินขึ้นลงบันไดด้วยถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง

เมื่อไรควรเปลี่ยนรองเท้าเซฟตี้คู่ใหม่

ควรเปลี่ยนเมื่อดอกพื้นสึก ร่องพื้นตื้น ส้นสึกเอียง พื้นแตกร้าว รองเท้าเสียรูป หรือระบบรัดไม่สามารถยึดเท้าได้ แม้ตัวรองเท้าด้านบนยังดูใหม่ก็ตาม


#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้าเซฟตี้กันลื่น #รองเท้าเซฟตี้โรงงาน #รองเท้าเซฟตี้หุ้มข้อ #อุปกรณ์เซฟตี้ #ความปลอดภัยในการทำงาน #SafetyShoes #รองเท้าทำงาน

ฝากความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะเผยแพร่

Add Order Note

    คุณกำลังมองหาสินค้าไหน?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE