บ รองเท้าเซฟตี้มีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน

บ รองเท้าเซฟตี้มีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน

รองเท้าเซฟตี้มีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ในโรงงานอุตสาหกรรม ไซต์ก่อสร้าง คลังสินค้า หรือแม้แต่งานช่างทั่วไป “รองเท้าเซฟตี้” ถือเป็นอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยป้องกันการกระแทก การเหยียบของมีคม การลื่นล้ม และอันตรายจากไฟฟ้า แต่หลายคนยังสงสัยว่า รองเท้าเซฟตี้มีกี่ประเภท? และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับลักษณะงาน บทความนี้สรุปครบ เข้าใจง่าย พร้อมแนวทางเลือกซื้ออย่างมืออาชีพ


รองเท้าเซฟตี้คืออะไร?

รองเท้าเซฟตี้ (Safety Shoes) คือ รองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายต่อเท้า โดยมีคุณสมบัติเสริม เช่น

  • หัวเหล็กกันกระแทก

  • พื้นกันทะลุ

  • พื้นกันลื่น

  • กันไฟฟ้าสถิต

  • ทนน้ำมันและสารเคมี

เหมาะกับงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง งานโลจิสติกส์ และงานช่างทุกประเภท


รองเท้าเซฟตี้มีกี่ประเภท?

โดยทั่วไป รองเท้าเซฟตี้แบ่งออกได้ 6 ประเภทหลัก ดังนี้


1. รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก (Steel Toe)

คุณสมบัติเด่น:

  • มีแผ่นเหล็กเสริมบริเวณหัวรองเท้า

  • ป้องกันของหนักตกใส่ได้ดี

  • ผ่านมาตรฐานแรงกระแทก 200 จูล

เหมาะกับงาน:

  • งานก่อสร้าง

  • โรงงานผลิต

  • คลังสินค้า

ข้อดี: แข็งแรง ทนทาน
ข้อจำกัด: น้ำหนักมากกว่ารุ่นอื่นเล็กน้อย


2. รองเท้าเซฟตี้หัวคอมโพสิต (Composite Toe)

คุณสมบัติเด่น:

  • ใช้วัสดุไฟเบอร์/พลาสติกเสริมแรงแทนเหล็ก

  • น้ำหนักเบา

  • ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า

เหมาะกับงาน:

  • งานไฟฟ้า

  • งานที่ต้องผ่านเครื่องสแกนโลหะ

  • งานที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดวัน

ข้อดี: เบา ใส่สบาย
ข้อจำกัด: ราคาสูงกว่าหัวเหล็กเล็กน้อย


3. รองเท้าเซฟตี้พื้นกันทะลุ (Puncture Resistant)

คุณสมบัติเด่น:

  • มีแผ่นเหล็กหรือเคฟลาร์เสริมใต้พื้น

  • ป้องกันตะปูหรือของแหลมคมแทงทะลุ

เหมาะกับงาน:

  • งานไซต์ก่อสร้าง

  • งานเศษเหล็ก

  • งานรีไซเคิล


4. รองเท้าเซฟตี้กันไฟฟ้า (Electrical Hazard – EH)

คุณสมบัติเด่น:

  • พื้นรองเท้าป้องกันกระแสไฟฟ้า

  • ลดความเสี่ยงไฟฟ้าช็อต

เหมาะกับงาน:

  • ช่างไฟฟ้า

  • งานติดตั้งระบบไฟ

  • โรงงานที่มีไฟฟ้าแรงสูง


5. รองเท้าเซฟตี้กันลื่น (Slip Resistant)

คุณสมบัติเด่น:

  • พื้นยางออกแบบพิเศษ ลดการลื่น

  • ทนน้ำมันและสารเคมีบางชนิด

เหมาะกับงาน:

  • โรงงานอาหาร

  • โรงพยาบาล

  • ห้องเย็น


6. รองเท้าเซฟตี้แบบบู๊ท (Safety Boots)

คุณสมบัติเด่น:

  • ปกป้องถึงข้อเท้าหรือหน้าแข้ง

  • กันน้ำ กันสารเคมี

เหมาะกับงาน:

  • งานกลางแจ้ง

  • งานเหมือง

  • งานพื้นที่เปียกชื้น


วิธีเลือก รองเท้าเซฟตี้ ให้เหมาะกับงาน 

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณา 5 ปัจจัยหลัก:

1️⃣ วิเคราะห์ความเสี่ยงของหน้างาน

  • มีของหนักตกใส่ไหม?

  • มีตะปูหรือของแหลมไหม?

  • มีความเสี่ยงไฟฟ้าหรือไม่?

2️⃣ เลือกมาตรฐานความปลอดภัย

ควรเลือกที่ผ่านมาตรฐาน เช่น

  • EN ISO

  • ASTM

  • มอก.

3️⃣ เลือกขนาดที่พอดี

รองเท้าที่หลวมหรือคับเกินไป เสี่ยงบาดเจ็บและปวดเท้า

4️⃣ เลือกน้ำหนักที่เหมาะสม

ถ้าต้องเดินทั้งวัน แนะนำหัวคอมโพสิตจะช่วยลดความเมื่อยล้า

5️⃣ เลือกพื้นรองเท้าให้เหมาะกับสภาพพื้น

พื้นเปียก = ต้องกันลื่น
พื้นมีของแหลม = ต้องกันทะลุ


คำถามที่พบบ่อย 

รองเท้าเซฟตี้มีกี่ประเภท?

โดยทั่วไปแบ่งเป็น 6 ประเภทหลัก ได้แก่ หัวเหล็ก, หัวคอมโพสิต, กันทะลุ, กันไฟฟ้า, กันลื่น และแบบบู๊ท

รองเท้าเซฟตี้จำเป็นไหม?

จำเป็นมากในงานอุตสาหกรรม เพราะช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย

รองเท้าเซฟตี้ต่างจากรองเท้าธรรมดาอย่างไร?

รองเท้าเซฟตี้มีโครงสร้างเสริมความแข็งแรง ป้องกันแรงกระแทกและของมีคม ซึ่งรองเท้าทั่วไปไม่มี


สรุป: เลือกให้ถูก = ปลอดภัยกว่า

รองเท้าเซฟตี้ไม่ได้มีแค่ “หัวเหล็ก” เท่านั้น แต่มีหลายประเภทให้เลือกตามความเสี่ยงของงาน

การเลือกให้เหมาะสมจะช่วย:
✔ ลดอุบัติเหตุ
✔ ลดค่ารักษาพยาบาล
✔ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
✔ สร้างมาตรฐานความปลอดภัยในองค์กร

หากคุณกำลังเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ ควรวิเคราะห์ลักษณะงานก่อนเสมอ เพื่อให้ได้รุ่นที่ตอบโจทย์ที่สุด


#รองเท้าเซฟตี้ #SafetyShoes #รองเท้านิรภัยฃ #อุปกรณ์เซฟตี้ #PPE #ความปลอดภัยในโรงงาน #อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล #โรงงานอุตสาหกรรม #งานก่อสร้าง #คลังสินค้า

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม Line : @516hquje

ความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเผยแพร่

เพิ่มบันทึกการสั่งซื้อ

    กำลังมองหาสินค้าใช่ไหม?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE