EN 136 และ EN 140 คืออะไร? มาตรฐานหน้ากากป้องกันสารเคมี

มาตรฐาน EN 136 และ EN 140 เกี่ยวข้องกับหน้ากากป้องกันสารเคมีอย่างไร?
เมื่อต้องเลือก หน้ากากป้องกันสารเคมี สำหรับงานอุตสาหกรรม เรามักพบตัวเลขมาตรฐานอย่าง EN 136 และ EN 140 ระบุอยู่บนตัวหน้ากากหรือเอกสารสินค้า หลายคนอาจเข้าใจว่ามาตรฐานทั้งสองตัวนี้เป็นมาตรฐานที่บอกว่า “หน้ากากกรองสารเคมีอะไรได้บ้าง” แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ทั้งหมด
EN 136 และ EN 140 เป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับตัวหน้ากากหรือ Facepiece โดย EN 136 ใช้กับหน้ากากชนิดเต็มหน้า (Full Face Mask) ขณะที่ EN 140 ใช้กับหน้ากากครึ่งหน้าและหน้ากากหนึ่งในสี่หน้า (Half Mask / Quarter Mask) ส่วนความสามารถของ ไส้กรองก๊าซและไอระเหย จะต้องพิจารณามาตรฐานของไส้กรอง เช่น EN 14387 ร่วมด้วย
EN 136 และ EN 140 ต่างกันอย่างไร?
คำตอบแบบสั้นคือ
-
EN 136 = มาตรฐานสำหรับหน้ากากชนิดเต็มหน้า หรือ Full Face Mask
-
EN 140 = มาตรฐานสำหรับหน้ากากครึ่งหน้าและ Quarter Mask
-
ทั้งสองมาตรฐานไม่ได้บอกโดยตรงว่าไส้กรองสามารถกรองสารเคมีชนิดใด
-
หากต้องการป้องกันก๊าซหรือไอระเหยสารเคมี ต้องดูชนิดและมาตรฐานของ ตลับกรอง/ไส้กรอง เพิ่มเติม เช่น EN 14387
-
หน้ากากต้องมีขนาดเหมาะสมและแนบสนิทกับใบหน้า เพราะการรั่วบริเวณขอบหน้ากากสามารถลดประสิทธิภาพการป้องกันได้อย่างมาก
ดังนั้น การเลือกหน้ากากป้องกันสารเคมีให้ถูกต้อง ไม่ควรมองเพียงคำว่า “EN 136” หรือ “EN 140” แต่ต้องดู ตัวหน้ากาก + ไส้กรอง + ชนิดสารเคมี + ความเข้มข้น + ลักษณะงาน ประกอบกัน
EN 136 คืออะไร?
EN 136:1998 เป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับ หน้ากากชนิดเต็มหน้า (Full Face Mask) ซึ่งครอบคลุมข้อกำหนด การทดสอบ และการทำเครื่องหมายของตัวหน้ากาก
หน้ากากประเภทนี้ปิดคลุมบริเวณ
-
จมูก
-
ปาก
-
ดวงตา
-
ใบหน้าบางส่วน
จึงเหมาะกับงานที่นอกจากต้องป้องกันการสูดดมสารปนเปื้อนแล้ว ยังต้องการลดการสัมผัสสารบริเวณดวงตาและใบหน้าในระดับที่อุปกรณ์ได้รับการออกแบบและรับรองไว้
BSI ระบุว่า BS EN 136:1998 เป็นมาตรฐานสำหรับ Respiratory Protective Devices ประเภท Full Face Masks และครอบคลุมข้อกำหนด การทดสอบ และการทำเครื่องหมายของหน้ากาก
งานที่มักพบการใช้ Full Face Mask
ตัวอย่างเช่น
-
งานพ่นสี
-
งานผสมสารเคมี
-
งานใช้ตัวทำละลาย
-
โรงงานผลิตสารเคมี
-
งานบำรุงรักษาระบบที่มีไอสารเคมี
-
งานที่มีโอกาสเกิดละอองหรือไอระเหยเข้าบริเวณดวงตา
อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกตลับกรองให้ตรงกับสารปนเปื้อนด้วย ไม่ใช่ใช้ Full Face Mask อย่างเดียวแล้วถือว่าสามารถป้องกันสารเคมีได้ทุกชนิด
EN 140 คืออะไร?
EN 140:1998 เป็นมาตรฐานสำหรับ Half Mask และ Quarter Mask ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ โดยมาตรฐานกำหนดข้อกำหนดขั้นต่ำ รวมถึงการทดสอบและการทำเครื่องหมายของตัวหน้ากาก
หน้ากาก Half Mask โดยทั่วไปจะครอบคลุม
จมูก + ปาก + คางบางส่วน
แต่ไม่ได้ปกป้องดวงตาเหมือน Full Face Mask
หน้ากากประเภทนี้จึงพบได้บ่อยในงานอุตสาหกรรมทั่วไปที่ต้องควบคุมการสูดดมฝุ่น ก๊าซ หรือไอระเหย โดยติดตั้งไส้กรองให้เหมาะกับอันตรายที่พบ
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จริงที่ได้รับการรับรองสามารถพบได้ทั้งหน้ากาก Half Mask ตาม EN 140 และ Full Face Mask ตาม EN 136 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาตรฐานสองตัวนี้ใช้แยกตามประเภทของตัวหน้ากากอย่างชัดเจน
ตารางเปรียบเทียบ EN 136 กับ EN 140
| หัวข้อ | EN 136 | EN 140 |
|---|---|---|
| ประเภท | Full Face Mask | Half Mask / Quarter Mask |
| พื้นที่ที่ปิดคลุม | จมูก ปาก และดวงตา | จมูกและปาก |
| ป้องกันดวงตา | ตัวหน้ากากครอบคลุมดวงตา | ไม่ครอบคลุม |
| ใช้กับไส้กรองสารเคมี | ได้ เมื่อระบบรองรับและเลือกไส้กรองถูกต้อง | ได้ เมื่อระบบรองรับและเลือกไส้กรองถูกต้อง |
| บอกชนิดสารเคมีที่กรองได้หรือไม่ | ไม่ได้บอกโดยตรง | ไม่ได้บอกโดยตรง |
| ต้องพิจารณา EN 14387 เพิ่มหรือไม่ | ควรพิจารณาเมื่อใช้กรองก๊าซ/ไอระเหย | ควรพิจารณาเมื่อใช้กรองก๊าซ/ไอระเหย |
| เหมาะกับ | งานที่ต้องการปกป้องทั้งระบบหายใจและบริเวณใบหน้า/ดวงตา | งานทั่วไปที่เน้นปกป้องระบบทางเดินหายใจ |
แล้ว EN 136 และ EN 140 เกี่ยวข้องกับ “สารเคมี” ตรงไหน?
จุดที่มักเกิดความเข้าใจผิดคือการเห็นคำว่า
EN 136 / EN 140
แล้วตีความทันทีว่า
“หน้ากากนี้กรองสารเคมีได้”
ในความเป็นจริง EN 136 และ EN 140 เน้นข้อกำหนดของ ตัวหน้ากาก ส่วนหนึ่งของระบบป้องกันทางเดินหายใจ ไม่ได้เป็นมาตรฐานที่ระบุว่าตลับกรองสามารถกรองไอสารเคมีชนิดใดได้
หากต้องการใช้เป็น หน้ากากป้องกันสารเคมี ต้องพิจารณามาตรฐานและประเภทของไส้กรองเพิ่มเติม
สำหรับไส้กรองก๊าซและไอระเหย หนึ่งในมาตรฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องคือ EN 14387 โดย BSI มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองเป็น Combination Filter ตามมาตรฐานดังกล่าว ขณะที่ตัวหน้ากากได้รับการรับรอง EN 136 หรือ EN 140 แยกกัน
กล่าวง่าย ๆ คือ
EN 136 / EN 140 = ดูตัวหน้ากาก
EN 14387 = ดูไส้กรองก๊าซและไอระเหย
ต้องพิจารณาร่วมกันเป็นระบบ
EN 14387 สำคัญอย่างไรกับหน้ากากป้องกันสารเคมี?
EN 14387 เป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Gas Filter และ Combined Filter สำหรับอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ
ดังนั้น หากสถานที่ทำงานมี
-
ไอระเหยตัวทำละลาย
-
ก๊าซบางชนิด
-
ไอสารเคมี
-
หรือสารปนเปื้อนหลายประเภทร่วมกัน
ผู้ใช้งานต้องรู้ก่อนว่าเป็นสารอะไร แล้วจึงเลือกประเภทไส้กรองให้ตรงกับสารนั้น
ไม่ควรเลือกไส้กรองด้วยวิธีว่า “เป็นตลับกรองสารเคมีก็น่าจะใช้ได้” เพราะตลับกรองแต่ละชนิดถูกออกแบบมาสำหรับสารปนเปื้อนต่างกัน
ตัวอักษร A, B, E, K บนไส้กรองคืออะไร?
สำหรับระบบไส้กรองก๊าซและไอระเหยตามระบบมาตรฐานยุโรป เรามักพบรหัส เช่น
| รหัส | โดยทั่วไปใช้กับ |
|---|---|
| A | ก๊าซและไอระเหยอินทรีย์บางประเภท |
| B | ก๊าซและไอระเหยอนินทรีย์บางประเภท |
| E | ก๊าซและไอระเหยที่มีฤทธิ์เป็นกรดบางประเภท |
| K | แอมโมเนียและอนุพันธ์บางประเภท |
| P | อนุภาค ฝุ่น ละออง หรือ Aerosol ตามระดับประสิทธิภาพที่กำหนด |
| ABEK | ไส้กรองรวมสำหรับก๊าซ/ไอระเหยหลายกลุ่มตามขอบเขตของผลิตภัณฑ์ |
สำคัญ: ตารางนี้ใช้เพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น การเลือกใช้งานจริงควรตรวจสอบข้อมูล Safety Data Sheet (SDS), คู่มือผู้ผลิต และผลการประเมินความเสี่ยงของสารเคมีทุกครั้ง
ตัวอย่างการอ่านมาตรฐานหน้ากากป้องกันสารเคมี
สมมติพบผลิตภัณฑ์ระบุว่า
Full Face Mask – EN 136
และใช้ร่วมกับ
Gas/Vapour Filter – EN 14387
วิธีอ่านคือ
-
EN 136 บอกว่าตัวหน้ากากเป็น Full Face Mask ที่ผ่านข้อกำหนดตามมาตรฐานดังกล่าว
-
EN 14387 เกี่ยวข้องกับความสามารถและการจำแนกของไส้กรองก๊าซ/ไอระเหย
-
ต้องดูรหัสไส้กรองต่อว่าออกแบบมาสำหรับสารประเภทใด
-
ตรวจสอบว่าสารเคมีที่หน้างานตรงกับขอบเขตการใช้งานของไส้กรองหรือไม่
ดังนั้น การเห็นเพียง EN 136 ยังไม่เพียงพอที่จะตอบว่า “กรองทินเนอร์ได้หรือไม่” หรือ “ใช้กับแอมโมเนียได้หรือไม่”
เลือก EN 136 หรือ EN 140 แบบไหนดี?
ไม่มีคำตอบว่ามาตรฐานใด “ดีกว่า” แบบตายตัว เพราะต้องเลือกตามความเสี่ยงของงาน
EN 140 อาจเหมาะเมื่อ
เป็นงานที่ต้องการปกป้องระบบทางเดินหายใจและไม่จำเป็นต้องใช้ Full Face Mask โดยต้องมีมาตรการป้องกันดวงตาที่เหมาะสมหากยังมีความเสี่ยงต่อดวงตา
ตัวอย่างเช่นงานบางประเภทเกี่ยวกับ
-
สี
-
กาว
-
ตัวทำละลาย
-
งานซ่อมบำรุง
-
งานพ่นสารบางประเภท
แต่ต้องประเมินความเสี่ยงเป็นรายงาน
EN 136 อาจเหมาะเมื่อ
มีความต้องการปกป้องบริเวณใบหน้าและดวงตาร่วมกับระบบทางเดินหายใจ เช่น งานที่มีโอกาสสัมผัส
-
ไอสารเคมี
-
ละอองสารเคมี
-
สารกระเด็น
-
สารที่ระคายเคืองดวงตา
อย่างไรก็ตาม Full Face Mask ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้กับสารอันตรายทุกสถานการณ์ได้
หน้ากาก EN 136 ปลอดภัยกว่า EN 140 เสมอหรือไม่?
ไม่เสมอไป
Full Face Mask มีพื้นที่ปกป้องมากกว่า แต่ประสิทธิภาพการใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย เช่น
-
ประเภทสารปนเปื้อน
-
ความเข้มข้น
-
ระดับออกซิเจน
-
ประเภทไส้กรอง
-
ความพอดีกับใบหน้า
-
ระยะเวลาการใช้งาน
-
สภาพแวดล้อม
-
คำแนะนำของผู้ผลิต
หน้ากากที่มาตรฐานสูงแต่เลือกไส้กรองผิดประเภท ก็ยังไม่ใช่อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับอันตรายนั้น
Fit Test สำคัญพอ ๆ กับการเลือกมาตรฐาน
หน้ากากแบบ Half Mask และ Full Face Mask หลายประเภทเป็น Tight-fitting Facepiece ซึ่งต้องอาศัยการแนบสนิทกับใบหน้า
หากมีช่องว่างระหว่างหน้ากากกับผิวหน้า อากาศที่มีสารปนเปื้อนอาจไหลผ่านช่องว่างเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจโดยไม่ผ่านไส้กรองได้
HSE ระบุว่าการรั่วของหน้ากากเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อุปกรณ์ RPE ไม่สามารถให้การป้องกันตามที่ต้องการ และแนะนำให้ทำ Face Fit Test สำหรับอุปกรณ์แบบแนบสนิทกับใบหน้า
นอกจากนี้ หนวดเคราบริเวณแนวซีลของหน้ากากอาจทำให้หน้ากากไม่สามารถแนบสนิทกับผิวหน้าได้อย่างเหมาะสม
5 จุดที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อหน้ากากป้องกันสารเคมี
1. ต้องการ Half Face หรือ Full Face?
พิจารณาว่าอันตรายกระทบเฉพาะระบบทางเดินหายใจ หรือมีความเสี่ยงต่อดวงตาและใบหน้าร่วมด้วย
2. สารเคมีคืออะไร?
ตรวจสอบชื่อสารและ SDS ก่อนเลือกไส้กรอง
3. ใช้ไส้กรองประเภทใด?
ตรวจสอบรหัส เช่น A, B, E, K หรือ Combination Filter ตามคำแนะนำผู้ผลิตและการประเมินความเสี่ยง
4. ตัวหน้ากากกับไส้กรองใช้ร่วมกันได้หรือไม่?
ไม่ควรสมมติว่าไส้กรองทุกยี่ห้อหรือทุกรุ่นสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ ควรตรวจสอบ Compatibility ตามระบบที่ผู้ผลิตรับรอง
5. หน้ากากพอดีกับผู้ใช้หรือไม่?
หน้ากากต้องแนบสนิทกับใบหน้า และควรมีการ Fit Test สำหรับอุปกรณ์ประเภท Tight-fitting RPE
ข้อควรระวังสำคัญ: หน้ากากกรองสารเคมีไม่สามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์
Respirator แบบใช้ไส้กรองทำงานโดยนำอากาศจากสภาพแวดล้อมผ่านไส้กรองก่อนเข้าสู่ผู้สวมใส่ ซึ่งแตกต่างจาก Breathing Apparatus ที่มีแหล่งอากาศหายใจแยกต่างหาก
HSE ระบุว่า เฉพาะ Breathing Apparatus ที่เหมาะกับบรรยากาศที่ขาดออกซิเจน ดังนั้นไม่ควรนำหน้ากากพร้อมตลับกรองทั่วไปไปใช้ในพื้นที่ที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอโดยไม่ผ่านการประเมินและเลือกระบบป้องกันที่เหมาะสม
งานในพื้นที่อับอากาศ งานที่ไม่ทราบชนิดหรือระดับสารปนเปื้อน หรือสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องผ่านการประเมินโดยผู้มีความรู้ด้านความปลอดภัยก่อนเลือก RPE
สรุป EN 136 และ EN 140 เกี่ยวข้องกับหน้ากากป้องกันสารเคมีอย่างไร?
สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรจำคือ
EN 136 และ EN 140 เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับ “ตัวหน้ากาก” ไม่ใช่มาตรฐานที่บอกว่าสามารถกรองสารเคมีทุกชนิด
โดย
EN 136
สำหรับ Full Face Mask
EN 140
สำหรับ Half Mask และ Quarter Mask
ส่วนการใช้งานเป็น หน้ากากป้องกันสารเคมี จะต้องเลือกไส้กรองที่เหมาะสมกับก๊าซ ไอระเหย หรือสารปนเปื้อนที่พบ เช่น ไส้กรองที่เป็นไปตามมาตรฐาน EN 14387
ดังนั้นแนวทางที่ถูกต้องคือ
ระบุสารเคมี → ประเมินความเสี่ยง → เลือกประเภทหน้ากาก → เลือกไส้กรอง → ตรวจสอบ Compatibility → Fit Test → ตรวจสอบก่อนใช้งาน
ไม่ควรเลือกจากเลขมาตรฐานเพียงตัวเดียว
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EN 136 และ EN 140
EN 136 คือมาตรฐานอะไร?
EN 136 เป็นมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจประเภท Full Face Mask โดยกำหนดข้อกำหนด การทดสอบ และการทำเครื่องหมายของตัวหน้ากาก
EN 140 คือมาตรฐานอะไร?
EN 140 เป็นมาตรฐานสำหรับ Half Mask และ Quarter Mask ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ
EN 136 กับ EN 140 อันไหนดีกว่า?
ไม่สามารถตัดสินว่ามาตรฐานใดดีกว่าโดยตรง เพราะเป็นมาตรฐานสำหรับหน้ากากคนละประเภท ควรเลือกตามความเสี่ยง ลักษณะงาน สารปนเปื้อน และระดับการป้องกันที่ต้องการ
หน้ากาก EN 140 ใช้ป้องกันสารเคมีได้หรือไม่?
สามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันสารเคมีได้ หากหน้ากากรองรับตลับกรองที่เหมาะสม และเลือกไส้กรองตรงกับสารเคมีและระดับความเสี่ยงของงาน
หน้ากาก EN 136 กรองสารเคมีได้ทุกชนิดหรือไม่?
ไม่ได้ EN 136 เป็นมาตรฐานของ Full Face Mask ไม่ได้หมายความว่าสามารถกรองสารเคมีทุกชนิด ต้องตรวจสอบประเภทไส้กรองและสารปนเปื้อนเพิ่มเติม
EN 14387 ต่างจาก EN 140 อย่างไร?
EN 140 เกี่ยวข้องกับตัว Half/Quarter Mask ส่วน EN 14387 เกี่ยวข้องกับไส้กรองก๊าซและไอระเหยหรือไส้กรองรวม ดังนั้นในการใช้งานหน้ากากป้องกันสารเคมีอาจต้องพิจารณามาตรฐานทั้งสองส่วนร่วมกัน
Full Face Mask จำเป็นต้อง Fit Test หรือไม่?
สำหรับหน้ากากชนิด Tight-fitting การ Fit Test มีความสำคัญเพื่อยืนยันว่ารุ่นและขนาดหน้ากากสามารถแนบกับใบหน้าของผู้สวมใส่ได้เหมาะสม HSE ระบุว่าหน้ากากที่รั่วไม่สามารถให้การป้องกันตามที่ต้องการได้
มีหนวดสามารถใส่หน้ากากป้องกันสารเคมีได้หรือไม่?
หากหนวดหรือเคราอยู่บริเวณแนวที่หน้ากากต้องซีลกับผิวหน้า อาจทำให้เกิดช่องรั่วและลดประสิทธิภาพการป้องกัน สำหรับ Tight-fitting Mask ควรให้บริเวณแนวซีลสัมผัสผิวหน้าอย่างเหมาะสม
หน้ากากกรองสารเคมีใช้ในพื้นที่ออกซิเจนต่ำได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้ Filtering Respirator ทั่วไปในบรรยากาศที่ขาดออกซิเจน HSE ระบุว่า Breathing Apparatus ซึ่งมีแหล่งอากาศหายใจแยกต่างหากเป็นประเภทที่เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมลักษณะดังกล่าว
#หน้ากากป้องกันสารเคมี#ไส้กรองหน้ากาก#อุปกรณ์เซฟตี้โรงงาน#ความปลอดภัยในการทำงาน#PPEโรงงาน#หน้ากากอุตสาหกรรม#สารเคมีในโรงงาน#SafetyFirst#ความปลอดภัยแรงงาน#โรงงานปลอดภัย
- ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
- สนใจสินค้าหน้ากากเซฟตี้ >> ดูรายละเอียด <<
- Facebook : Master Safety ตัวแทนนำเข้า Safety Jogger รายใหญ่ที่สุดในไทย
- บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ : หน้ากากเซฟตี้





