รองเท้าเซฟตี้สำหรับช่างประปา ควรเลือกกันน้ำระดับไหน?

รองเท้าเซฟตี้สำหรับช่างประปา ควรเลือกแบบกันน้ำระดับไหน? เปียกแค่ไหนถึงต้องใช้ Waterproof

งานช่างประปาเป็นงานที่ต้องเจอกับน้ำแทบทุกวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าช่างประปาทุกคนจำเป็นต้องใส่รองเท้าบูทยางกันน้ำเต็มรูปแบบเสมอไป เพราะลักษณะงานมีตั้งแต่ซ่อมก๊อก เปลี่ยนวาล์ว เดินท่อภายในอาคาร ไปจนถึงลงพื้นที่น้ำขัง งานระบบบำบัด หรืองานท่อภายนอกอาคาร
ดังนั้น การเลือก รองเท้าเซฟตี้สำหรับช่างประปา ควรพิจารณาว่าเจอน้ำ “มากแค่ไหนและนานแค่ไหน” มากกว่าดูเพียงคำว่า Waterproof บนรองเท้า
ทำไมรองเท้าช่างประปาต้องให้ความสำคัญกับเรื่องกันน้ำ?
หลายคนอาจคิดว่างานประปาเพียงแค่ต้องใส่รองเท้าที่ “โดนน้ำได้” แต่ปัญหาจริงมักเกิดเมื่อรองเท้าเปียกสะสมตลอดวัน
เมื่อน้ำซึมเข้าไปภายในรองเท้า อาจทำให้เกิดทั้ง
-
เท้าอับชื้นและไม่สบายเท้า
-
ถุงเท้าเปียกจนเกิดการเสียดสี
-
เดินหรือยืนทำงานนาน ๆ ได้ไม่คล่อง
-
รองเท้ามีน้ำหนักเพิ่มเมื่อดูดซับน้ำ
-
วัสดุด้านในเสื่อมเร็วขึ้น
-
เสี่ยงลื่นมากขึ้นหากพื้นรองเท้าไม่เหมาะกับพื้นที่เปียก
โดยเฉพาะช่างประปาที่ต้องเดินเข้า–ออกหลายพื้นที่ในวันเดียว รองเท้าที่กันน้ำมากเกินความจำเป็นก็อาจร้อนและระบายอากาศไม่ดีเช่นกัน
จึงควรเลือกระดับการกันน้ำให้ตรงกับงานจริง
Waterproof กับ Water Resistant ต่างกันอย่างไร?
คำสองคำนี้ไม่ควรถูกใช้แทนกันโดยอัตโนมัติ
Water Resistant
หมายถึงรองเท้าที่สามารถ ต้านทานน้ำหรือชะลอการซึมของน้ำได้ในระดับหนึ่ง
เหมาะกับ
-
น้ำกระเด็น
-
พื้นเปียก
-
งานล้างพื้นที่เล็กน้อย
-
เดินผ่านบริเวณชื้น
-
งานซ่อมท่อภายในอาคาร
แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถยืนแช่น้ำต่อเนื่องได้
Waterproof
เป็นการออกแบบให้สามารถป้องกันน้ำเข้าสู่รองเท้าได้มากกว่า เช่น ใช้
-
Waterproof membrane
-
โครงสร้างรองเท้าที่ซีลรอยต่อ
-
PVC
-
PU
-
Rubber
จึงเหมาะกับพื้นที่ที่สัมผัสน้ำต่อเนื่องมากกว่า
ใน EN ISO 20345:2022 มีการแยกเรื่อง WPA – Water Penetration and Absorption สำหรับความสามารถของวัสดุส่วนบนในการต้านการซึมและการดูดซับน้ำ ขณะที่ WR – Water Resistance เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการต้านน้ำของรองเท้าโดยรวม
ระดับกันน้ำที่เหมาะกับงานช่างประปา
| ลักษณะงาน | ระดับน้ำที่พบ | รองเท้าที่ควรพิจารณา |
|---|---|---|
| ซ่อมก๊อก วาล์ว สุขภัณฑ์ | น้ำกระเด็นเล็กน้อย | S2 / WPA |
| เดินท่อภายในอาคาร | พื้นชื้นหรือเปียกบางช่วง | S2 หรือ S3 |
| งานไซต์ก่อสร้าง | น้ำขัง + เศษวัสดุ | S3 / S3L / S3S |
| งานกลางแจ้ง ฝนตก | เปียกต่อเนื่อง | S6 หรือ S7 |
| งานห้องปั๊ม/พื้นที่เปียกมาก | น้ำขังบ่อย | S6/S7 หรือ Waterproof Boot |
| งานท่อระบายน้ำ/บ่อพัก | ต้องลุยน้ำ | PVC/PU Safety Boot |
| งานมีเศษเหล็กหรือของแหลม | น้ำขัง + เสี่ยงแทงทะลุ | S5 หรือ S7 พร้อมการป้องกันการเจาะ |
1. งานประปาทั่วไป ใช้ S2 หรือ WPA ก็เพียงพอได้
สำหรับช่างที่ทำงานลักษณะ เช่น
-
เปลี่ยนก๊อกน้ำ
-
ซ่อมสุขภัณฑ์
-
เปลี่ยนวาล์ว
-
ตรวจระบบท่อ
-
งาน Maintenance ภายในอาคาร
ส่วนใหญ่ไม่ได้ยืนอยู่ในน้ำตลอดเวลา
รองเท้าระดับ S2 จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม เพราะมีคุณสมบัติด้านการต้านการซึมและการดูดซับน้ำของส่วนบน
ในมาตรฐานใหม่ สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องคือ WPA – Water Penetration and Absorption
ข้อดีคือรองเท้ากลุ่มนี้มักมีรูปทรงใกล้เคียงรองเท้าทำงานทั่วไป ใส่เดินสะดวกกว่า Safety Boot สูง ๆ
2. ถ้าทำงานไซต์ก่อสร้าง แนะนำ S3 มากกว่า S2
ช่างประปาที่เข้าไซต์ก่อสร้างไม่ได้เจอแค่ “น้ำ”
พื้นที่ทำงานยังอาจมี
-
ตะปู
-
เศษเหล็ก
-
เศษลวด
-
เศษไม้
-
พื้นต่างระดับ
-
โคลน
-
พื้นปูนเปียก
ดังนั้นการเลือกรองเท้าเพียงเพราะกันน้ำได้อาจยังไม่เพียงพอ
S3 เพิ่มการป้องกันการเจาะทะลุและพื้นรองเท้าที่มีดอกพื้น เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงมากกว่างาน Maintenance ภายในอาคาร
มาตรฐาน EN ISO 20345:2022 ยังแยกการป้องกันการเจาะของแผ่น Non-metallic เป็น PL และ PS ตามวิธีการทดสอบด้วย
ดังนั้นช่างประปาในไซต์งานอาจมองหารหัส เช่น
S3 / S3L / S3S + SR
มากกว่าการเลือก S2 อย่างเดียว
3. ต้องเจอน้ำต่อเนื่อง เลือก S6 หรือ S7
ถ้างานของช่างมีลักษณะ
-
ทำงานกลางฝน
-
พื้นมีน้ำขังตลอด
-
ต้องฉีดหรือล้างระบบบ่อย
-
ทำงานห้องปั๊มน้ำ
-
งานระบบภายนอกอาคาร
-
ทำงานในพื้นที่เปียกเป็นเวลานาน
ควรพิจารณารองเท้าที่มีคุณสมบัติ WR
ใน EN ISO 20345:2022 มีหมวดใหม่คือ S6 และ S7 สำหรับรองเท้าเซฟตี้ที่มีคุณสมบัติ Water Resistance โดย S6 สอดคล้องกับกลุ่ม S2 + WR และ S7 สอดคล้องกับกลุ่ม S3 + WR
พูดง่าย ๆ คือ
S2/S3 = เน้นให้วัสดุรองเท้าทนต่อน้ำ
ส่วน
S6/S7 = เหมาะกว่าเมื่อความต้องการคือป้องกันน้ำเข้าสู่รองเท้าโดยรวม
สำหรับช่างประปาที่ต้องเจอพื้นที่เปียกหนักเป็นประจำ S6 หรือ S7 จึงน่าสนใจกว่า
S6 กับ S7 ช่างประปาควรเลือกอะไร?
หลักง่าย ๆ คือดูว่ามีความเสี่ยงจากของแหลมหรือไม่
| คุณสมบัติ | S6 | S7 |
|---|---|---|
| หัวรองเท้านิรภัย | ✓ | ✓ |
| กันน้ำระดับ WR | ✓ | ✓ |
| เหมาะกับพื้นที่เปียก | ✓ | ✓ |
| ป้องกันการเจาะทะลุ | – | ✓ |
| เหมาะกับงาน Maintenance | ✓ | ✓ |
| เหมาะกับไซต์ก่อสร้าง | พอใช้ | เหมาะกว่า |
| เหมาะกับช่างประปา | ✓ | ✓✓ |
ถ้าเป็นช่าง Maintenance ในอาคารที่พื้นที่ค่อนข้างควบคุมได้ S6 อาจเพียงพอ
แต่ถ้าทำงานตามไซต์ เดินท่อภายนอก หรือพื้นที่มีเศษวัสดุ S7 จะครอบคลุมความเสี่ยงได้มากกว่า
มาตรฐานปัจจุบันยังมี S7L และ S7S ตามประเภทการป้องกันการเจาะของพื้นรองเท้าอีกด้วย
4. ถ้าต้อง “ลุยน้ำ” จริง ควรใช้ Safety Boot
อีกสถานการณ์หนึ่งต่างจากการที่รองเท้าโดนน้ำกระเด็นอย่างชัดเจน คือช่างต้องเดินหรือยืนอยู่ในน้ำ
ตัวอย่างเช่น
-
เปิดบ่อพัก
-
งานระบบระบายน้ำ
-
งานท่อน้ำเสีย
-
ล้างบ่อ
-
งานระบบน้ำในโรงงาน
-
งานพื้นที่น้ำท่วม
-
งานเกษตรหรือระบบชลประทาน
งานแบบนี้รองเท้าหนัง S2 หรือ S3 อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะที่สุด
ควรพิจารณา Safety Boot ที่ผลิตจาก PVC, PU หรือวัสดุกันน้ำแบบขึ้นรูป
ตัวอย่างรองเท้ากลุ่ม S4/S5 แบบ PVC มีการออกแบบเป็นบูทกันน้ำ และในกลุ่ม S5 จะมีการป้องกันการเจาะทะลุเพิ่มเข้ามา เหมาะกับพื้นที่ที่นอกจากมีน้ำแล้วยังมีเศษของมีคมอีกด้วย
อย่าดูแค่กันน้ำ เพราะ “กันลื่น” สำคัญมากสำหรับช่างประปา
น้ำไม่ได้สร้างปัญหาเพียงเรื่องเท้าเปียก แต่ยังทำให้พื้นมีแรงเสียดทานลดลง
พื้นที่ที่ช่างประปาพบบ่อย เช่น
-
กระเบื้องห้องน้ำ
-
พื้นคอนกรีตขัดมัน
-
ห้องเครื่อง
-
พื้นโรงงาน
-
พื้นที่มีน้ำสบู่
-
พื้นที่มีน้ำมันปนเปื้อน
จึงควรดูคุณสมบัติของพื้นรองเท้าควบคู่กัน
ภายใต้ EN ISO 20345:2022 การทดสอบกันลื่นบนพื้นเซรามิกด้วยสารละลายสบู่เป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดพื้นฐาน และมีเครื่องหมาย SR สำหรับการทดสอบการกันลื่นเพิ่มเติมบนพื้นเซรามิกที่มีกลีเซอรีน
ถ้าเป็นงานช่างประปา พื้นรองเท้าที่มีดอกยางชัดและสามารถรีดน้ำออกจากใต้พื้นรองเท้าได้ดีจึงมีความสำคัญมาก
รองเท้าเซฟตี้ช่างประปาควรมีคุณสมบัติอะไรอีก?
หัวรองเท้านิรภัย
งานประปามักต้องเคลื่อนย้าย
-
ปั๊มน้ำ
-
ท่อ
-
วาล์ว
-
เครื่องมือ
-
หน้าแปลน
-
อุปกรณ์โลหะ
จึงควรมี Safety Toe สำหรับป้องกันของตกกระแทกบริเวณนิ้วเท้า
รองเท้าที่ระบุ S ตาม EN ISO 20345 มีข้อกำหนดด้านหัวรองเท้านิรภัย ซึ่งรองรับพลังงานกระแทกตามมาตรฐานที่ 200 จูล
พื้นป้องกันการเจาะทะลุ
สำคัญโดยเฉพาะช่างที่เข้า
-
ไซต์ก่อสร้าง
-
งาน Renovation
-
งานเดินท่อใหม่
-
พื้นที่ที่มีเศษวัสดุ
หากพื้นที่สะอาดและควบคุมได้อาจไม่จำเป็นเท่ากัน แต่สำหรับไซต์ก่อสร้างควรให้ความสำคัญ
หุ้มข้อหรือไม่หุ้มข้อ?
รองเท้า Low Cut
เหมาะกับ
-
งานภายในอาคาร
-
เดินเยอะ
-
งาน Maintenance
-
ต้องขึ้นลงบ่อย
ข้อดีคือคล่องตัวและระบายความร้อนได้ง่ายกว่า
รองเท้า Mid Cut
เหมาะกับ
-
ไซต์ก่อสร้าง
-
พื้นไม่เรียบ
-
งานกลางแจ้ง
-
ต้องการลดโอกาสน้ำเข้าจากบริเวณข้อเท้า
สำหรับช่างประปาที่ทำงานหลากหลายพื้นที่ Mid Cut มักเป็นจุดสมดุลที่ดี
Safety Boot
เหมาะกับงานที่ต้องลุยน้ำหรือสัมผัสของเหลวโดยตรงเป็นเวลานาน
เลือกความสูงรองเท้าให้สัมพันธ์กับระดับน้ำ
หลักง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้จริงคือ
ระดับน้ำที่คาดว่าจะเจอ ต้องต่ำกว่าจุดที่น้ำสามารถเข้ารองเท้าได้
แม้รองเท้าจะใช้เมมเบรน Waterproof แต่ถ้าน้ำสูงเกินขอบรองเท้า น้ำก็สามารถไหลเข้าจากด้านบนได้อยู่ดี
ดังนั้นงานที่มีน้ำสูงถึงข้อเท้าหรือน่อง ไม่ควรใช้รองเท้าทรง Low Cut เพียงเพราะระบุว่า Waterproof
รองเท้า Waterproof ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกงาน
รองเท้ากันน้ำเต็มรูปแบบมีข้อดี แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยน
เช่น
-
อาจระบายอากาศน้อยกว่า
-
อาจหนักกว่า
-
บางรุ่นมีความยืดหยุ่นต่ำ
-
Safety Boot อาจไม่เหมาะกับการเดินระยะไกลทั้งวัน
-
รุ่น PVC อาจร้อนกว่ารองเท้าหนังหรือรองเท้าที่ใช้เมมเบรน
หากช่างทำงานในอาคาร 80–90% ของเวลาและเจอน้ำเพียงเล็กน้อย การเลือกรองเท้า Waterproof Boot หนัก ๆ อาจกลายเป็นภาระมากกว่าประโยชน์
สรุปเลือกรองเท้าเซฟตี้ช่างประปาแบบง่ายที่สุด
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดี ให้เริ่มจากคำถามว่า “ระหว่างทำงาน เท้าต้องอยู่กับน้ำมากแค่ไหน?”
น้ำกระเด็นเป็นครั้งคราว
เลือก
S2 / WPA
เหมาะกับงาน Maintenance ภายในอาคารและงานซ่อมทั่วไป
พื้นเปียก + มีของแหลม
เลือก
S3 / S3L / S3S
เหมาะกับงานเดินท่อและไซต์ก่อสร้าง
เปียกต่อเนื่องหรือทำงานกลางฝน
เลือก
S6 หรือ S7 / WR
ถ้ามีความเสี่ยงของแหลมร่วมด้วยให้เอนเอียงไปทาง S7
ต้องเดินหรือลุยน้ำ
เลือก
PVC/PU Safety Boot
หากมีความเสี่ยงจากเศษโลหะ ตะปู หรือของแหลม ควรพิจารณารุ่นที่มีชั้นป้องกันการเจาะ เช่นกลุ่ม S5
Checklist ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้สำหรับช่างประปา
ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองเช็ก 7 ข้อนี้
-
งานเจอน้ำกระเด็นหรือต้องลุยน้ำ?
-
ต้องยืนในพื้นที่เปียกนานหรือไม่?
-
มีตะปูหรือเศษโลหะบนพื้นหรือไม่?
-
พื้นเป็นกระเบื้องหรือพื้นเรียบที่ลื่นง่ายหรือไม่?
-
ต้องเดินหรือยืนหลายชั่วโมงต่อวันหรือไม่?
-
ต้องการ Low Cut, Mid Cut หรือ Safety Boot?
-
รองเท้ามีมาตรฐานและรหัสคุณสมบัติที่ตรวจสอบได้หรือไม่?
ตอบครบ 7 ข้อนี้จะช่วยลดโอกาสเลือกรองเท้าที่ “กันน้ำดี แต่ใส่ทำงานจริงไม่เหมาะ”
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเท้าเซฟตี้สำหรับช่างประปา
รองเท้าช่างประปาจำเป็นต้อง Waterproof 100% ไหม?
ไม่จำเป็นทุกงาน หากเป็นงานภายในอาคารและมีเพียงน้ำกระเด็น รองเท้าที่มีคุณสมบัติ WPA หรือกลุ่ม S2/S3 อาจเพียงพอ แต่ถ้าต้องทำงานในพื้นที่น้ำขังหรือสัมผัสน้ำต่อเนื่อง ควรเลือก WR หรือ S6/S7
S2 กับ S3 แบบไหนเหมาะกับช่างประปามากกว่า?
หากเป็นงาน Maintenance ในพื้นที่สะอาด S2 สามารถใช้งานได้ แต่ถ้าเข้าไซต์ก่อสร้างหรือมีความเสี่ยงจากตะปูและเศษวัสดุ S3 จะเหมาะกว่าเพราะเพิ่มการป้องกันการเจาะทะลุ
S3 Waterproof หรือไม่?
S3 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการต้านการซึมและการดูดซับน้ำของส่วนบน แต่ไม่ควรตีความว่าเป็นรองเท้ากันน้ำเต็มรูปแบบเหมือน WR หากต้องสัมผัสน้ำต่อเนื่องควรดู S7 หรือเครื่องหมาย WR เพิ่มเติม
S6 และ S7 ต่างกันอย่างไร?
ทั้งคู่เป็นกลุ่มที่มีคุณสมบัติ Water Resistance แต่ S7 เพิ่มการป้องกันการเจาะทะลุของพื้นรองเท้า จึงเหมาะกับไซต์งานหรือพื้นที่ที่มีของแหลมมากกว่า
ช่างประปาควรใส่รองเท้าบูทยางไหม?
ควรใช้เมื่อจำเป็นต้องเดินหรือลุยน้ำ เช่น งานท่อระบายน้ำ บ่อพัก หรืองานระบบน้ำเสีย แต่สำหรับงานซ่อมทั่วไป รองเท้าบูทยางอาจหนักและร้อนเกินความจำเป็น
รองเท้าเซฟตี้กันน้ำใช้ทำงานไฟฟ้าได้ไหม?
ไม่ควรสรุปจากคุณสมบัติกันน้ำเพียงอย่างเดียว เพราะ การกันน้ำและการป้องกันอันตรายทางไฟฟ้าเป็นคนละคุณสมบัติ หากพื้นที่มีความเสี่ยงทางไฟฟ้า ต้องเลือก PPE และรองเท้าที่ได้รับการรับรองให้ตรงกับความเสี่ยงนั้นโดยเฉพาะ
ช่างประปาควรเลือกพื้นรองเท้าแบบไหน?
ควรเลือกรุ่นที่ยึดเกาะพื้นเปียกได้ดี มีดอกพื้นช่วยรีดน้ำ และหากทำงานบนพื้นลื่นเป็นประจำควรตรวจสอบข้อมูลการทดสอบ Slip Resistance ของรุ่นนั้น เช่น เครื่องหมาย SR ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้าช่างประปา #รองเท้าเซฟตี้กันน้ำ #รองเท้ากันน้ำ #รองเท้าSafety #SafetyShoes #รองเท้าทำงาน #รองเท้ากันลื่น #อุปกรณ์เซฟตี้ #PPE
- ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
- สนใจสินค้ารองเท้าเซฟตี้ >> ดูรายละเอียด <<
- Facebook : Master Safety ตัวแทนนำเข้า Safety Jogger รายใหญ่ที่สุดในไทย
- บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ : รองเท้าเซฟตี้
-
โพสต์ใน
รองเท้านิรภัย, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าเซฟตี้





