รองเท้าเซฟตี้ดูดซับแรงกระแทกทำงานอย่างไร?

รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกทำงานอย่างไร ช่วยลดแรงที่เท้าได้จริงไหม
การทำงานในโรงงาน คลังสินค้า หรือพื้นที่ก่อสร้าง หลายตำแหน่งต้องเดินและยืนบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน แม้รองเท้าเซฟตี้จะมีหัวนิรภัยช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งของตกกระแทก แต่ความสบายระหว่างการเดินยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นรองเท้า โดยเฉพาะระบบที่ช่วยรองรับแรงกระแทกในแต่ละก้าว
รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกจึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การลงน้ำหนักขณะเดินมีความนุ่มนวลและเหมาะสมกับลักษณะงานมากขึ้น
รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกคืออะไร?
รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทก คือรองเท้านิรภัยที่ออกแบบพื้นรองเท้าให้ช่วยรองรับและกระจายแรงเมื่อเท้าสัมผัสพื้น โดยอาศัยวัสดุหรือโครงสร้าง เช่น EVA, PU และ Heel Cushion ที่สามารถยุบตัวและคืนรูปได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดความรู้สึกกระแทกบริเวณส้นเท้าขณะเดิน แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับการออกแบบรองเท้า สภาพการใช้งาน และความเหมาะสมกับผู้สวมใส่
การดูดซับแรงกระแทกแตกต่างจากการป้องกันของตกกระแทกอย่างไร?
คำว่าแรงกระแทกในรองเท้าเซฟตี้มีความหมายที่ต้องแยกจากกัน
-
Impact Protection: การป้องกันเท้าจากวัตถุตกหรือแรงอัด เช่น หัวรองเท้านิรภัยที่ผ่านข้อกำหนดด้านความต้านทานแรงกระแทก
-
Shock Absorption: การดูดซับพลังงานจากการสัมผัสพื้นในขณะเดินหรือเคลื่อนไหว เพื่อให้แรงถูกส่งผ่านอย่างเหมาะสม
ตัวอย่างเช่น พนักงานที่ทำงานใกล้พาเลทและเครื่องจักรต้องการหัวรองเท้าที่ป้องกันแรงกระแทกจากภายนอก ขณะเดียวกัน หากต้องเดินบนพื้นคอนกรีตทั้งวัน ระบบรองรับแรงใต้ฝ่าเท้าก็เป็นคุณสมบัติที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม
ดังนั้น รองเท้าเซฟตี้ที่มีหัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิตไม่ได้หมายความว่าจะมีระบบรองรับแรงกระแทกจากการเดินที่เหมาะกับทุกคนเสมอไป
ระบบดูดซับแรงกระแทกในรองเท้าเซฟตี้ทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานอยู่ที่การจัดการแรงและพลังงานระหว่างเท้ากับพื้น เมื่อเท้าสัมผัสพื้น พื้นรองเท้าจะรับน้ำหนักและเปลี่ยนรูปตามคุณสมบัติของวัสดุ ช่วยเปลี่ยนลักษณะการส่งผ่านแรงเข้าสู่ฝ่าเท้า ubuy.et
1. ระยะที่ส้นเท้าสัมผัสพื้น
ขณะเดิน ส้นเท้ามักเป็นบริเวณแรกที่สัมผัสพื้นในรูปแบบการเดินทั่วไป แรงจากการลงน้ำหนักจะส่งผ่านพื้นรองเท้าชั้นนอกเข้าสู่วัสดุรองรับแรง
หากบริเวณส้นถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและรองรับแรงได้เหมาะสม วัสดุจะยุบตัวเมื่อรับน้ำหนัก ทำให้ผู้สวมใส่อาจรู้สึกถึงการกระแทกที่นุ่มนวลกว่าพื้นรองเท้าที่แข็งมาก
อย่างไรก็ตาม การยุบตัวมากไม่ใช่สิ่งที่ดีกว่าเสมอไป เพราะพื้นรองเท้าต้องรักษาความมั่นคงของเท้าร่วมด้วย
2. ระยะที่น้ำหนักเคลื่อนผ่านฝ่าเท้า
เมื่อร่างกายเคลื่อนไปข้างหน้า น้ำหนักจะถ่ายจากส้นไปยังกลางเท้าและหน้าเท้า
พื้นรองเท้าชั้นกลางหรือ Midsole มีบทบาทสำคัญในการรับแรงและควบคุมการเปลี่ยนรูปของวัสดุ ส่วนแผ่นรองด้านในช่วยจัดการแรงกดที่สัมผัสฝ่าเท้า
รองเท้าที่ออกแบบดีจึงต้องพิจารณาทั้งความนุ่ม ความมั่นคง ความยืดหยุ่นบริเวณจุดพับเท้า และความพอดีในการสวมใส่
3. ระยะที่พื้นรองเท้าคืนตัว
หลังแรงกดลดลง วัสดุบางส่วนจะคืนรูปและบางส่วนของพลังงานจะถูกกระจายออกไป เช่น ในรูปของความร้อนภายในวัสดุ
จุดสำคัญคือ การดูดซับพลังงานกับการคืนพลังงานไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
วัสดุที่คืนพลังงานมากอาจให้ความรู้สึกเด้ง ขณะที่วัสดุที่ช่วยกระจายพลังงานอาจให้ความรู้สึกนุ่มและลดความกระด้างขณะลงเท้า ทั้งสองคุณสมบัติต้องออกแบบให้เหมาะกับงาน ไม่ใช่พิจารณาจากความเด้งเพียงอย่างเดียว
ส่วนประกอบใดของรองเท้าเซฟตี้ที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก?
Heel Cushion: จุดรองรับแรงบริเวณส้นเท้า
Heel Cushion คือส่วนที่ช่วยรองรับแรงในบริเวณส้นเท้า อาจเป็นวัสดุเสริมภายในแผ่นรองเท้า โครงสร้างของพื้นชั้นกลาง หรือการออกแบบเฉพาะตำแหน่งส้น
หน้าที่หลักคือช่วยรองรับการลงน้ำหนักในช่วงที่ส้นสัมผัสพื้น เหมาะสำหรับผู้ที่เดินบนพื้นแข็งเป็นประจำ
แต่ Heel Cushion ไม่ใช่คุณสมบัติที่ใช้ยืนยันว่ารองเท้าจะช่วยรักษาอาการปวดส้นเท้าหรือโรครองช้ำได้ การเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บควรคำนึงถึงคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ด้วย
Midsole: พื้นชั้นกลางที่ช่วยจัดการแรง
Midsole เป็นส่วนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกในการเดิน โดยอาจผลิตจาก EVA, PU หรือวัสดุผสมอื่น ขึ้นอยู่กับรูปแบบรองเท้า
พื้นชั้นกลางที่เหมาะสมควรมีคุณสมบัติดังนี้
-
ยุบตัวได้อย่างเหมาะสมเมื่อรับน้ำหนัก
-
ไม่ยวบจนผู้สวมใส่เสียความมั่นคง
-
มีการคืนตัวหลังรับแรง
-
ทนต่อการใช้งานซ้ำตามเงื่อนไขที่ออกแบบ
-
ทำงานร่วมกับพื้นชั้นนอกและแผ่นรองด้านในได้ดี
Insole: แผ่นรองด้านในที่สัมผัสเท้า
Insole คือแผ่นรองบริเวณภายในรองเท้า มีหน้าที่ช่วยเพิ่มความสบาย รองรับรูปเท้า และจัดการแรงกดสัมผัส
แผ่นรองที่ออกแบบตามรูปทรงเท้าอาจช่วยให้การกระจายน้ำหนักดีขึ้น แต่ประสิทธิภาพจะแตกต่างตามลักษณะฝ่าเท้าและความพอดีของรองเท้า
หากเปลี่ยนแผ่นรองด้านในเอง ควรตรวจสอบว่าเป็นชนิดที่ผู้ผลิตอนุญาต เพราะแผ่นรองที่หนาหรือมีรูปทรงแตกต่างจากเดิมอาจกระทบพื้นที่ภายในรองเท้าและความเหมาะสมของอุปกรณ์นิรภัย
Outsole: พื้นชั้นนอกที่สัมผัสพื้น
Outsole ทำหน้าที่สัมผัสกับพื้นโดยตรง จึงต้องพิจารณาความทนทาน ดอกยาง และความสามารถในการยึดเกาะพื้นควบคู่กัน
แม้พื้นชั้นนอกจะมีส่วนต่อความแข็งและความยืดหยุ่นโดยรวม แต่ไม่ควรใช้คุณสมบัติกันลื่นเป็นหลักฐานแทนการทดสอบการดูดซับพลังงานบริเวณส้นเท้า
เปรียบเทียบวัสดุรองรับแรงกระแทก EVA, PU และวัสดุโฟมชนิดอื่น
วัสดุพื้นรองเท้าแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับสูตรการผลิต ความหนา ความหนาแน่น และโครงสร้างของรองเท้าทั้งคู่
|
วัสดุ |
ลักษณะทั่วไป |
จุดที่ควรพิจารณา |
|---|---|---|
|
EVA |
วัสดุโฟมน้ำหนักเบา ปรับความนุ่มได้ |
การยุบถาวรและการคงรูปหลังใช้งาน |
|
PU |
ปรับความแข็งและความยืดหยุ่นได้หลากหลาย |
สูตรวัสดุ ความทนทาน และสภาพแวดล้อม |
|
โฟมผสม / วัสดุเฉพาะ |
ออกแบบให้มีคุณสมบัติเฉพาะตามรุ่น |
ข้อมูลทดสอบจากผู้ผลิต |
|
ยาง |
มักใช้เป็นพื้นชั้นนอกเพื่อความทนทานและการยึดเกาะ |
น้ำหนัก ความแข็ง และคุณสมบัติกันลื่น |
รองเท้าเซฟตี้พื้น EVA หรือ PU แบบไหนดีกว่า?
ไม่มีคำตอบว่าวัสดุชนิดใดดีกว่าทุกกรณี EVA สามารถออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและนุ่มได้ ขณะที่ PU สามารถปรับสูตรให้มีความทนทานและความยืดหยุ่นได้หลายระดับ
ตัวอย่างเช่น รองเท้าพื้น EVA ที่มีโครงสร้างเหมาะสมอาจรองรับแรงได้ดีกว่ารองเท้าพื้น PU บางรุ่น และในทางกลับกันก็เป็นไปได้เช่นกัน
จึงควรเปรียบเทียบจากผลทดสอบและความเหมาะสมขณะสวมจริง มากกว่าตัดสินจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว
รองเท้าเซฟตี้ที่ดูดซับแรงกระแทกได้ดี มีประโยชน์อย่างไร?
ช่วยให้การลงเท้าบนพื้นแข็งนุ่มนวลขึ้น
พื้นที่ทำงานอย่างโรงงานและคลังสินค้ามักใช้พื้นคอนกรีตซึ่งมีความแข็งสูง เมื่อเดินต่อเนื่อง แรงจากการสัมผัสพื้นจะเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง
รองเท้าที่มีโครงสร้างรองรับแรงเหมาะสมสามารถช่วยจัดการแรงในช่วงที่เท้าสัมผัสพื้นได้ จึงอาจทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรองเท้าที่พื้นแข็งและไม่มีการรองรับแรงเพียงพอ
ช่วยเพิ่มความสบายระหว่างการทำงาน
สำหรับผู้ที่ต้องเดินระหว่างจุดทำงาน เช่น พนักงานคลังสินค้า ช่างซ่อมบำรุง หรือพนักงานตรวจสอบสินค้า การรองรับแรงใต้ฝ่าเท้าเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ควรพิจารณา
อย่างไรก็ตาม ความเมื่อยล้ายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักรองเท้า รูปทรง การรองรับอุ้งเท้า ขนาดที่พอดี และลักษณะการทำงานด้วย ไม่ใช่เฉพาะเทคโนโลยีดูดซับแรงกระแทก
ช่วยเสริมความสบายโดยไม่ละเลยความปลอดภัย
รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันอันตรายจากหน้างานก่อน เช่น วัตถุตกหล่น ของมีคม หรือการลื่น
หน่วยงาน OSHA ระบุว่าการเลือกรองเท้าป้องกันเท้าควรพิจารณาอันตรายที่เกิดขึ้นจริงในสถานที่ทำงาน ไม่ใช่เลือกจากคุณสมบัติเพียงอย่างเดียว
มาตรฐาน EN ISO 20345 เกี่ยวข้องกับการดูดซับแรงกระแทกอย่างไร?
มาตรฐาน ISO 20345 เป็นมาตรฐานสำหรับรองเท้านิรภัยที่ครอบคลุมข้อกำหนดพื้นฐานและข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น ความเสี่ยงทางกล การกันลื่น ความร้อน และองค์ประกอบด้านการยศาสตร์
ISO ระบุว่าฉบับ ISO 20345:2021 เป็นมาตรฐานที่เผยแพร่แล้ว และมีการแก้ไขเพิ่มเติม Amendment 1:2024 ส่วนการรับรองสินค้าที่อ้างอิง EN ISO 20345 ต้องตรวจสอบเอกสารของรุ่นนั้นและฉบับมาตรฐานที่ระบุจริง
ค่า Energy Absorption ที่ส้นเท้าอ่านอย่างไร?
การทดสอบ Energy Absorption บริเวณส้นเท้าใช้ประเมินความสามารถของโครงสร้างรองเท้าในการรับและดูดซับพลังงานภายใต้เงื่อนไขทดสอบที่กำหนด
ตัวอย่างเอกสารผลทดสอบของผู้ผลิต FTG Safety ที่อ้างอิง EN ISO 20345:2022 แสดงข้อกำหนดการดูดซับพลังงานบริเวณส้นเท้าไม่น้อยกว่า 20 จูล โดยเป็นการทดสอบเฉพาะตามมาตรฐาน ไม่ใช่การวัดแรงที่หัวรองเท้า
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ค่า Energy Absorption จากการทดสอบ ไม่สามารถแปลตรงตัวว่ารองเท้าช่วยลดแรงกระแทกที่เข่าหรือหลังได้กี่เปอร์เซ็นต์ และไม่ใช่หลักฐานว่าผู้สวมใส่ทุกคนจะรู้สึกสบายเท่ากัน
หากมีรองเท้าสองรุ่นที่ผ่านมาตรฐานเดียวกัน ก็ยังควรเปรียบเทียบจากการสวมจริง ความพอดี และรายละเอียดวัสดุเพิ่มเติม
เลือกรองเท้าเซฟตี้ดูดซับแรงกระแทกให้เหมาะกับงานอย่างไร?
ไม่จำเป็นต้องเลือกรองเท้าที่นุ่มที่สุด แต่ควรเลือกคู่ที่มีความสมดุลระหว่างความสบาย ความมั่นคง และความสามารถในการป้องกันอันตราย
ตารางเลือกรองเท้าตามสภาพการทำงาน
|
ลักษณะงาน |
คุณสมบัติที่ควรเน้น |
สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม |
|---|---|---|
|
เดินในคลังสินค้า |
รองรับส้นเท้า น้ำหนักเหมาะสม |
กันลื่น หัวนิรภัย |
|
ยืนหน้าไลน์ผลิต |
รองรับแรงกดและอุ้งเท้า |
ความพอดีและความมั่นคง |
|
งานก่อสร้าง |
พื้นทนทานและรองรับแรง |
กันทะลุ กันลื่น ตามความเสี่ยง |
|
งานช่างซ่อมบำรุง |
ความยืดหยุ่นขณะเดินและก้ม |
อันตรายทางไฟฟ้าและเครื่องจักร |
|
งานพื้นเปียก |
การยึดเกาะพื้นและความมั่นคง |
ระดับการกันน้ำและสารเคมี |
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบสภาพพื้นที่ทำงาน
เริ่มจากดูว่าผู้สวมใส่ต้องทำงานบนพื้นประเภทใด เช่น พื้นคอนกรีตเรียบ พื้นกระเบื้อง พื้นโลหะ หรือพื้นที่เปียก
รองเท้าที่เหมาะกับพื้นแห้งอาจไม่เหมาะกับพื้นที่มีน้ำมันหรือของเหลว เพราะนอกจากการรองรับแรงกระแทกแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการยึดเกาะพื้นด้วย
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบโครงสร้างพื้นรองเท้า
พิจารณาข้อมูลวัสดุของพื้นชั้นกลางและส่วนรองรับส้นเท้า หากผู้ผลิตมีข้อมูลทดสอบการดูดซับพลังงาน ควรนำมาใช้ประกอบการเปรียบเทียบ
ไม่ควรตัดสินจากคำโฆษณา เช่น พื้นนุ่มพิเศษ หรือรองรับแรงกระแทกสูง โดยไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 3: ทดลองสวมกับถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง
ขณะทดลองรองเท้า ควรเดินบนพื้นที่ปลอดภัยและสังเกตความรู้สึกขณะเคลื่อนไหว
ตรวจสอบว่าส้นไม่หลวม เท้าไม่เลื่อนไปด้านหน้า ปลายเท้าไม่บีบ และไม่มีจุดกดที่ทำให้รู้สึกไม่สบาย
ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบการยุบตัวของพื้น
พื้นรองเท้าที่มีการใช้งานต่อเนื่องอาจเกิดการเปลี่ยนรูปถาวรหรือ Compression Set ซึ่งทำให้คุณสมบัติการรองรับแรงเปลี่ยนไป
จึงควรสังเกตทั้งความหนาของพื้น ความสมดุลของรองเท้า และความรู้สึกขณะเดิน ไม่ใช่ดูเฉพาะดอกยางที่ยังเหลืออยู่
Checklist ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทก
วิธีดูแลรักษาระบบดูดซับแรงกระแทกของรองเท้าเซฟตี้
แม้รองเท้าจะมีวัสดุรองรับแรงกระแทกที่เหมาะสม แต่หากไม่ได้รับการดูแล โครงสร้างพื้นอาจเสื่อมสภาพก่อนเวลา
แนวทางดูแลรักษาที่ควรปฏิบัติ ได้แก่
-
ทำความสะอาดหลังใช้งาน: กำจัดเศษฝุ่น ดิน และสารปนเปื้อนตามคำแนะนำของผู้ผลิต
-
ทำให้แห้งอย่างเหมาะสม: หลีกเลี่ยงการนำรองเท้าไปตากกับแหล่งความร้อนสูงโดยตรง เว้นแต่ผู้ผลิตอนุญาต
-
ตรวจสอบพื้นรองเท้า: สังเกตรอยแตกร้าว การแยกชั้น การทรุดตัว และการเอียงผิดรูป
-
ตรวจสอบแผ่นรองด้านใน: หากเสียรูปหรือเสื่อมสภาพ ให้เลือกอะไหล่ที่ผู้ผลิตรับรองว่าทดแทนได้
-
หยุดใช้เมื่อพบความเสียหายที่กระทบความปลอดภัย: โดยเฉพาะรองเท้าที่ได้รับแรงกระแทกรุนแรงหรือมีโครงสร้างนิรภัยเสียหาย
ไม่ควรกำหนดอายุเปลี่ยนรองเท้าตายตัวโดยไม่พิจารณาสภาพใช้งาน เนื่องจากปัจจัยอย่างความถี่ น้ำหนักบรรทุก ความชื้น และสารเคมีส่งผลต่ออายุวัสดุแตกต่างกัน
สรุป รองเท้าดูดซับแรงกระแทกเหมาะกับใคร?
รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินหรือยืนบนพื้นแข็งเป็นประจำ โดยเฉพาะพนักงานโรงงาน คลังสินค้า และงานที่ต้องเคลื่อนไหวระหว่างวัน
ระบบดังกล่าวทำงานผ่านโครงสร้างพื้นรองเท้าที่ช่วยรับแรง กระจายพลังงาน และรองรับการลงน้ำหนัก แต่การเลือกใช้งานควรพิจารณาร่วมกับมาตรฐานความปลอดภัย ความพอดี และลักษณะงานจริง
รองเท้าที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่รองเท้าที่นุ่มที่สุด แต่เป็นรองเท้าที่ให้ความปลอดภัย ความมั่นคง และความสบายเหมาะสมกับผู้สวมใส่
สำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบรุ่น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รองเท้าเซฟตี้ Master Safety และตรวจสอบรายละเอียดวัสดุ มาตรฐาน และคุณสมบัติของแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจซื้อ
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกช่วยอะไร?
ช่วยรองรับและจัดการแรงที่เกิดขึ้นระหว่างเท้าสัมผัสพื้น ทำให้การเดินอาจรู้สึกนุ่มนวลขึ้น โดยเฉพาะบนพื้นแข็ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและความเหมาะสมกับผู้สวมใส่
2. รองเท้าเซฟตี้พื้นนุ่มมากจะดูดซับแรงกระแทกได้ดีกว่าหรือไม่?
ไม่จำเป็น ความนุ่มไม่ได้บ่งบอกประสิทธิภาพทั้งหมด พื้นต้องมีความมั่นคง คืนตัวเหมาะสม และผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องด้วย
3. EVA กับ PU แตกต่างกันอย่างไร?
EVA เป็นวัสดุโฟมที่สามารถออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ส่วน PU สามารถปรับคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นและความทนทานได้หลากหลาย ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับสูตรวัสดุและโครงสร้างรองเท้า
4. รองเท้าเซฟตี้ที่มีหัวเหล็กมีระบบดูดซับแรงกระแทกหรือไม่?
อาจมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะหัวเหล็กมีหน้าที่ป้องกันอุบัติเหตุบริเวณนิ้วเท้า ขณะที่ระบบดูดซับแรงจากการเดินอยู่ในส่วนพื้นรองเท้า จึงต้องตรวจสอบคุณสมบัติแยกกัน
5. รองเท้าเซฟตี้ดูดซับแรงกระแทกช่วยลดอาการปวดเข่าได้ไหม?
อาจช่วยปรับลักษณะแรงที่เกิดขึ้นขณะเดิน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะลดอาการปวดเข่าสำหรับทุกคน อาการปวดมีหลายสาเหตุและควรได้รับการประเมินหากเกิดขึ้นต่อเนื่อง
6. จะรู้ได้อย่างไรว่าพื้นรองเท้าเริ่มเสื่อมสภาพ?
สังเกตว่าพื้นยุบไม่คืนตัว รองเท้าทรุดหรือเอียงผิดปกติ พื้นแตกร้าว หรือสวมแล้วรู้สึกถึงแรงกระแทกมากกว่าเดิม หากพบความเสียหายที่กระทบความปลอดภัยควรหยุดใช้งาน
7. รองเท้าดูดซับแรงกระแทกจำเป็นสำหรับงานคลังสินค้าหรือไม่?
เป็นคุณสมบัติที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะงานที่ต้องเดินบนพื้นคอนกรีตต่อเนื่อง แต่ต้องเลือกคุณสมบัติป้องกันอันตรายตามการประเมินความเสี่ยงหน้างานเป็นหลัก
#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้าลดแรงกระแทก #SafetyShoes #ShockAbsorption #EnergyAbsorption #รองเท้าทำงาน #MasterSafety
- ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
- สนใจสินค้ารองเท้าเซฟตี้ >> ดูรายละเอียด <<
- Facebook : Master Safety ตัวแทนนำเข้า Safety Jogger รายใหญ่ที่สุดในไทย
- บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ : รองเท้าเซฟตี้
-
โพสต์ใน
รองเท้านิรภัย, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าเซฟตี้





