รองเท้าเซฟตี้ดูดซับแรงกระแทกทำงานอย่างไร?

รองเท้าเซฟตี้ดูดซับแรงกระแทกทำงานอย่างไร?

รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกทำงานอย่างไร ช่วยลดแรงที่เท้าได้จริงไหม

การทำงานในโรงงาน คลังสินค้า หรือพื้นที่ก่อสร้าง หลายตำแหน่งต้องเดินและยืนบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน แม้รองเท้าเซฟตี้จะมีหัวนิรภัยช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งของตกกระแทก แต่ความสบายระหว่างการเดินยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นรองเท้า โดยเฉพาะระบบที่ช่วยรองรับแรงกระแทกในแต่ละก้าว

รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกจึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การลงน้ำหนักขณะเดินมีความนุ่มนวลและเหมาะสมกับลักษณะงานมากขึ้น

รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกคืออะไร?

รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทก คือรองเท้านิรภัยที่ออกแบบพื้นรองเท้าให้ช่วยรองรับและกระจายแรงเมื่อเท้าสัมผัสพื้น โดยอาศัยวัสดุหรือโครงสร้าง เช่น EVA, PU และ Heel Cushion ที่สามารถยุบตัวและคืนรูปได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดความรู้สึกกระแทกบริเวณส้นเท้าขณะเดิน แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับการออกแบบรองเท้า สภาพการใช้งาน และความเหมาะสมกับผู้สวมใส่

การดูดซับแรงกระแทกแตกต่างจากการป้องกันของตกกระแทกอย่างไร?

คำว่าแรงกระแทกในรองเท้าเซฟตี้มีความหมายที่ต้องแยกจากกัน

  • Impact Protection: การป้องกันเท้าจากวัตถุตกหรือแรงอัด เช่น หัวรองเท้านิรภัยที่ผ่านข้อกำหนดด้านความต้านทานแรงกระแทก

  • Shock Absorption: การดูดซับพลังงานจากการสัมผัสพื้นในขณะเดินหรือเคลื่อนไหว เพื่อให้แรงถูกส่งผ่านอย่างเหมาะสม

ตัวอย่างเช่น พนักงานที่ทำงานใกล้พาเลทและเครื่องจักรต้องการหัวรองเท้าที่ป้องกันแรงกระแทกจากภายนอก ขณะเดียวกัน หากต้องเดินบนพื้นคอนกรีตทั้งวัน ระบบรองรับแรงใต้ฝ่าเท้าก็เป็นคุณสมบัติที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม

ดังนั้น รองเท้าเซฟตี้ที่มีหัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิตไม่ได้หมายความว่าจะมีระบบรองรับแรงกระแทกจากการเดินที่เหมาะกับทุกคนเสมอไป

ระบบดูดซับแรงกระแทกในรองเท้าเซฟตี้ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานอยู่ที่การจัดการแรงและพลังงานระหว่างเท้ากับพื้น เมื่อเท้าสัมผัสพื้น พื้นรองเท้าจะรับน้ำหนักและเปลี่ยนรูปตามคุณสมบัติของวัสดุ ช่วยเปลี่ยนลักษณะการส่งผ่านแรงเข้าสู่ฝ่าเท้า ubuy.et

1. ระยะที่ส้นเท้าสัมผัสพื้น

ขณะเดิน ส้นเท้ามักเป็นบริเวณแรกที่สัมผัสพื้นในรูปแบบการเดินทั่วไป แรงจากการลงน้ำหนักจะส่งผ่านพื้นรองเท้าชั้นนอกเข้าสู่วัสดุรองรับแรง

หากบริเวณส้นถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและรองรับแรงได้เหมาะสม วัสดุจะยุบตัวเมื่อรับน้ำหนัก ทำให้ผู้สวมใส่อาจรู้สึกถึงการกระแทกที่นุ่มนวลกว่าพื้นรองเท้าที่แข็งมาก

อย่างไรก็ตาม การยุบตัวมากไม่ใช่สิ่งที่ดีกว่าเสมอไป เพราะพื้นรองเท้าต้องรักษาความมั่นคงของเท้าร่วมด้วย

2. ระยะที่น้ำหนักเคลื่อนผ่านฝ่าเท้า

เมื่อร่างกายเคลื่อนไปข้างหน้า น้ำหนักจะถ่ายจากส้นไปยังกลางเท้าและหน้าเท้า

พื้นรองเท้าชั้นกลางหรือ Midsole มีบทบาทสำคัญในการรับแรงและควบคุมการเปลี่ยนรูปของวัสดุ ส่วนแผ่นรองด้านในช่วยจัดการแรงกดที่สัมผัสฝ่าเท้า

รองเท้าที่ออกแบบดีจึงต้องพิจารณาทั้งความนุ่ม ความมั่นคง ความยืดหยุ่นบริเวณจุดพับเท้า และความพอดีในการสวมใส่

3. ระยะที่พื้นรองเท้าคืนตัว

หลังแรงกดลดลง วัสดุบางส่วนจะคืนรูปและบางส่วนของพลังงานจะถูกกระจายออกไป เช่น ในรูปของความร้อนภายในวัสดุ

จุดสำคัญคือ การดูดซับพลังงานกับการคืนพลังงานไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

วัสดุที่คืนพลังงานมากอาจให้ความรู้สึกเด้ง ขณะที่วัสดุที่ช่วยกระจายพลังงานอาจให้ความรู้สึกนุ่มและลดความกระด้างขณะลงเท้า ทั้งสองคุณสมบัติต้องออกแบบให้เหมาะกับงาน ไม่ใช่พิจารณาจากความเด้งเพียงอย่างเดียว

ส่วนประกอบใดของรองเท้าเซฟตี้ที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก?

Heel Cushion: จุดรองรับแรงบริเวณส้นเท้า

Heel Cushion คือส่วนที่ช่วยรองรับแรงในบริเวณส้นเท้า อาจเป็นวัสดุเสริมภายในแผ่นรองเท้า โครงสร้างของพื้นชั้นกลาง หรือการออกแบบเฉพาะตำแหน่งส้น

หน้าที่หลักคือช่วยรองรับการลงน้ำหนักในช่วงที่ส้นสัมผัสพื้น เหมาะสำหรับผู้ที่เดินบนพื้นแข็งเป็นประจำ

แต่ Heel Cushion ไม่ใช่คุณสมบัติที่ใช้ยืนยันว่ารองเท้าจะช่วยรักษาอาการปวดส้นเท้าหรือโรครองช้ำได้ การเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บควรคำนึงถึงคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ด้วย

Midsole: พื้นชั้นกลางที่ช่วยจัดการแรง

Midsole เป็นส่วนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกในการเดิน โดยอาจผลิตจาก EVA, PU หรือวัสดุผสมอื่น ขึ้นอยู่กับรูปแบบรองเท้า

พื้นชั้นกลางที่เหมาะสมควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • ยุบตัวได้อย่างเหมาะสมเมื่อรับน้ำหนัก

  • ไม่ยวบจนผู้สวมใส่เสียความมั่นคง

  • มีการคืนตัวหลังรับแรง

  • ทนต่อการใช้งานซ้ำตามเงื่อนไขที่ออกแบบ

  • ทำงานร่วมกับพื้นชั้นนอกและแผ่นรองด้านในได้ดี

Insole: แผ่นรองด้านในที่สัมผัสเท้า

Insole คือแผ่นรองบริเวณภายในรองเท้า มีหน้าที่ช่วยเพิ่มความสบาย รองรับรูปเท้า และจัดการแรงกดสัมผัส

แผ่นรองที่ออกแบบตามรูปทรงเท้าอาจช่วยให้การกระจายน้ำหนักดีขึ้น แต่ประสิทธิภาพจะแตกต่างตามลักษณะฝ่าเท้าและความพอดีของรองเท้า

หากเปลี่ยนแผ่นรองด้านในเอง ควรตรวจสอบว่าเป็นชนิดที่ผู้ผลิตอนุญาต เพราะแผ่นรองที่หนาหรือมีรูปทรงแตกต่างจากเดิมอาจกระทบพื้นที่ภายในรองเท้าและความเหมาะสมของอุปกรณ์นิรภัย

Outsole: พื้นชั้นนอกที่สัมผัสพื้น

Outsole ทำหน้าที่สัมผัสกับพื้นโดยตรง จึงต้องพิจารณาความทนทาน ดอกยาง และความสามารถในการยึดเกาะพื้นควบคู่กัน

แม้พื้นชั้นนอกจะมีส่วนต่อความแข็งและความยืดหยุ่นโดยรวม แต่ไม่ควรใช้คุณสมบัติกันลื่นเป็นหลักฐานแทนการทดสอบการดูดซับพลังงานบริเวณส้นเท้า

เปรียบเทียบวัสดุรองรับแรงกระแทก EVA, PU และวัสดุโฟมชนิดอื่น

วัสดุพื้นรองเท้าแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับสูตรการผลิต ความหนา ความหนาแน่น และโครงสร้างของรองเท้าทั้งคู่

วัสดุ

ลักษณะทั่วไป

จุดที่ควรพิจารณา

EVA

วัสดุโฟมน้ำหนักเบา ปรับความนุ่มได้

การยุบถาวรและการคงรูปหลังใช้งาน

PU

ปรับความแข็งและความยืดหยุ่นได้หลากหลาย

สูตรวัสดุ ความทนทาน และสภาพแวดล้อม

โฟมผสม / วัสดุเฉพาะ

ออกแบบให้มีคุณสมบัติเฉพาะตามรุ่น

ข้อมูลทดสอบจากผู้ผลิต

ยาง

มักใช้เป็นพื้นชั้นนอกเพื่อความทนทานและการยึดเกาะ

น้ำหนัก ความแข็ง และคุณสมบัติกันลื่น

รองเท้าเซฟตี้พื้น EVA หรือ PU แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีคำตอบว่าวัสดุชนิดใดดีกว่าทุกกรณี EVA สามารถออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและนุ่มได้ ขณะที่ PU สามารถปรับสูตรให้มีความทนทานและความยืดหยุ่นได้หลายระดับ

ตัวอย่างเช่น รองเท้าพื้น EVA ที่มีโครงสร้างเหมาะสมอาจรองรับแรงได้ดีกว่ารองเท้าพื้น PU บางรุ่น และในทางกลับกันก็เป็นไปได้เช่นกัน

จึงควรเปรียบเทียบจากผลทดสอบและความเหมาะสมขณะสวมจริง มากกว่าตัดสินจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว

รองเท้าเซฟตี้ที่ดูดซับแรงกระแทกได้ดี มีประโยชน์อย่างไร?

ช่วยให้การลงเท้าบนพื้นแข็งนุ่มนวลขึ้น

พื้นที่ทำงานอย่างโรงงานและคลังสินค้ามักใช้พื้นคอนกรีตซึ่งมีความแข็งสูง เมื่อเดินต่อเนื่อง แรงจากการสัมผัสพื้นจะเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง

รองเท้าที่มีโครงสร้างรองรับแรงเหมาะสมสามารถช่วยจัดการแรงในช่วงที่เท้าสัมผัสพื้นได้ จึงอาจทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรองเท้าที่พื้นแข็งและไม่มีการรองรับแรงเพียงพอ

ช่วยเพิ่มความสบายระหว่างการทำงาน

สำหรับผู้ที่ต้องเดินระหว่างจุดทำงาน เช่น พนักงานคลังสินค้า ช่างซ่อมบำรุง หรือพนักงานตรวจสอบสินค้า การรองรับแรงใต้ฝ่าเท้าเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ควรพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ความเมื่อยล้ายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักรองเท้า รูปทรง การรองรับอุ้งเท้า ขนาดที่พอดี และลักษณะการทำงานด้วย ไม่ใช่เฉพาะเทคโนโลยีดูดซับแรงกระแทก

ช่วยเสริมความสบายโดยไม่ละเลยความปลอดภัย

รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันอันตรายจากหน้างานก่อน เช่น วัตถุตกหล่น ของมีคม หรือการลื่น

หน่วยงาน OSHA ระบุว่าการเลือกรองเท้าป้องกันเท้าควรพิจารณาอันตรายที่เกิดขึ้นจริงในสถานที่ทำงาน ไม่ใช่เลือกจากคุณสมบัติเพียงอย่างเดียว 

มาตรฐาน EN ISO 20345 เกี่ยวข้องกับการดูดซับแรงกระแทกอย่างไร?

มาตรฐาน ISO 20345 เป็นมาตรฐานสำหรับรองเท้านิรภัยที่ครอบคลุมข้อกำหนดพื้นฐานและข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น ความเสี่ยงทางกล การกันลื่น ความร้อน และองค์ประกอบด้านการยศาสตร์

ISO ระบุว่าฉบับ ISO 20345:2021 เป็นมาตรฐานที่เผยแพร่แล้ว และมีการแก้ไขเพิ่มเติม Amendment 1:2024 ส่วนการรับรองสินค้าที่อ้างอิง EN ISO 20345 ต้องตรวจสอบเอกสารของรุ่นนั้นและฉบับมาตรฐานที่ระบุจริง 

ค่า Energy Absorption ที่ส้นเท้าอ่านอย่างไร?

การทดสอบ Energy Absorption บริเวณส้นเท้าใช้ประเมินความสามารถของโครงสร้างรองเท้าในการรับและดูดซับพลังงานภายใต้เงื่อนไขทดสอบที่กำหนด

ตัวอย่างเอกสารผลทดสอบของผู้ผลิต FTG Safety ที่อ้างอิง EN ISO 20345:2022 แสดงข้อกำหนดการดูดซับพลังงานบริเวณส้นเท้าไม่น้อยกว่า 20 จูล โดยเป็นการทดสอบเฉพาะตามมาตรฐาน ไม่ใช่การวัดแรงที่หัวรองเท้า 

สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ค่า Energy Absorption จากการทดสอบ ไม่สามารถแปลตรงตัวว่ารองเท้าช่วยลดแรงกระแทกที่เข่าหรือหลังได้กี่เปอร์เซ็นต์ และไม่ใช่หลักฐานว่าผู้สวมใส่ทุกคนจะรู้สึกสบายเท่ากัน

หากมีรองเท้าสองรุ่นที่ผ่านมาตรฐานเดียวกัน ก็ยังควรเปรียบเทียบจากการสวมจริง ความพอดี และรายละเอียดวัสดุเพิ่มเติม

เลือกรองเท้าเซฟตี้ดูดซับแรงกระแทกให้เหมาะกับงานอย่างไร?

ไม่จำเป็นต้องเลือกรองเท้าที่นุ่มที่สุด แต่ควรเลือกคู่ที่มีความสมดุลระหว่างความสบาย ความมั่นคง และความสามารถในการป้องกันอันตราย

ตารางเลือกรองเท้าตามสภาพการทำงาน

ลักษณะงาน

คุณสมบัติที่ควรเน้น

สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม

เดินในคลังสินค้า

รองรับส้นเท้า น้ำหนักเหมาะสม

กันลื่น หัวนิรภัย

ยืนหน้าไลน์ผลิต

รองรับแรงกดและอุ้งเท้า

ความพอดีและความมั่นคง

งานก่อสร้าง

พื้นทนทานและรองรับแรง

กันทะลุ กันลื่น ตามความเสี่ยง

งานช่างซ่อมบำรุง

ความยืดหยุ่นขณะเดินและก้ม

อันตรายทางไฟฟ้าและเครื่องจักร

งานพื้นเปียก

การยึดเกาะพื้นและความมั่นคง

ระดับการกันน้ำและสารเคมี

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบสภาพพื้นที่ทำงาน

เริ่มจากดูว่าผู้สวมใส่ต้องทำงานบนพื้นประเภทใด เช่น พื้นคอนกรีตเรียบ พื้นกระเบื้อง พื้นโลหะ หรือพื้นที่เปียก

รองเท้าที่เหมาะกับพื้นแห้งอาจไม่เหมาะกับพื้นที่มีน้ำมันหรือของเหลว เพราะนอกจากการรองรับแรงกระแทกแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการยึดเกาะพื้นด้วย

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบโครงสร้างพื้นรองเท้า

พิจารณาข้อมูลวัสดุของพื้นชั้นกลางและส่วนรองรับส้นเท้า หากผู้ผลิตมีข้อมูลทดสอบการดูดซับพลังงาน ควรนำมาใช้ประกอบการเปรียบเทียบ

ไม่ควรตัดสินจากคำโฆษณา เช่น พื้นนุ่มพิเศษ หรือรองรับแรงกระแทกสูง โดยไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 3: ทดลองสวมกับถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง

ขณะทดลองรองเท้า ควรเดินบนพื้นที่ปลอดภัยและสังเกตความรู้สึกขณะเคลื่อนไหว

ตรวจสอบว่าส้นไม่หลวม เท้าไม่เลื่อนไปด้านหน้า ปลายเท้าไม่บีบ และไม่มีจุดกดที่ทำให้รู้สึกไม่สบาย

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบการยุบตัวของพื้น

พื้นรองเท้าที่มีการใช้งานต่อเนื่องอาจเกิดการเปลี่ยนรูปถาวรหรือ Compression Set ซึ่งทำให้คุณสมบัติการรองรับแรงเปลี่ยนไป

จึงควรสังเกตทั้งความหนาของพื้น ความสมดุลของรองเท้า และความรู้สึกขณะเดิน ไม่ใช่ดูเฉพาะดอกยางที่ยังเหลืออยู่

Checklist ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทก

วิธีดูแลรักษาระบบดูดซับแรงกระแทกของรองเท้าเซฟตี้

แม้รองเท้าจะมีวัสดุรองรับแรงกระแทกที่เหมาะสม แต่หากไม่ได้รับการดูแล โครงสร้างพื้นอาจเสื่อมสภาพก่อนเวลา

แนวทางดูแลรักษาที่ควรปฏิบัติ ได้แก่

  1. ทำความสะอาดหลังใช้งาน: กำจัดเศษฝุ่น ดิน และสารปนเปื้อนตามคำแนะนำของผู้ผลิต

  2. ทำให้แห้งอย่างเหมาะสม: หลีกเลี่ยงการนำรองเท้าไปตากกับแหล่งความร้อนสูงโดยตรง เว้นแต่ผู้ผลิตอนุญาต

  3. ตรวจสอบพื้นรองเท้า: สังเกตรอยแตกร้าว การแยกชั้น การทรุดตัว และการเอียงผิดรูป

  4. ตรวจสอบแผ่นรองด้านใน: หากเสียรูปหรือเสื่อมสภาพ ให้เลือกอะไหล่ที่ผู้ผลิตรับรองว่าทดแทนได้

  5. หยุดใช้เมื่อพบความเสียหายที่กระทบความปลอดภัย: โดยเฉพาะรองเท้าที่ได้รับแรงกระแทกรุนแรงหรือมีโครงสร้างนิรภัยเสียหาย

ไม่ควรกำหนดอายุเปลี่ยนรองเท้าตายตัวโดยไม่พิจารณาสภาพใช้งาน เนื่องจากปัจจัยอย่างความถี่ น้ำหนักบรรทุก ความชื้น และสารเคมีส่งผลต่ออายุวัสดุแตกต่างกัน

สรุป รองเท้าดูดซับแรงกระแทกเหมาะกับใคร?

รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินหรือยืนบนพื้นแข็งเป็นประจำ โดยเฉพาะพนักงานโรงงาน คลังสินค้า และงานที่ต้องเคลื่อนไหวระหว่างวัน

ระบบดังกล่าวทำงานผ่านโครงสร้างพื้นรองเท้าที่ช่วยรับแรง กระจายพลังงาน และรองรับการลงน้ำหนัก แต่การเลือกใช้งานควรพิจารณาร่วมกับมาตรฐานความปลอดภัย ความพอดี และลักษณะงานจริง

รองเท้าที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่รองเท้าที่นุ่มที่สุด แต่เป็นรองเท้าที่ให้ความปลอดภัย ความมั่นคง และความสบายเหมาะสมกับผู้สวมใส่

สำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบรุ่น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รองเท้าเซฟตี้ Master Safety และตรวจสอบรายละเอียดวัสดุ มาตรฐาน และคุณสมบัติของแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจซื้อ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. รองเท้าเซฟตี้ที่มีระบบดูดซับแรงกระแทกช่วยอะไร?

ช่วยรองรับและจัดการแรงที่เกิดขึ้นระหว่างเท้าสัมผัสพื้น ทำให้การเดินอาจรู้สึกนุ่มนวลขึ้น โดยเฉพาะบนพื้นแข็ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและความเหมาะสมกับผู้สวมใส่

2. รองเท้าเซฟตี้พื้นนุ่มมากจะดูดซับแรงกระแทกได้ดีกว่าหรือไม่?

ไม่จำเป็น ความนุ่มไม่ได้บ่งบอกประสิทธิภาพทั้งหมด พื้นต้องมีความมั่นคง คืนตัวเหมาะสม และผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องด้วย

3. EVA กับ PU แตกต่างกันอย่างไร?

EVA เป็นวัสดุโฟมที่สามารถออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ส่วน PU สามารถปรับคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นและความทนทานได้หลากหลาย ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับสูตรวัสดุและโครงสร้างรองเท้า

4. รองเท้าเซฟตี้ที่มีหัวเหล็กมีระบบดูดซับแรงกระแทกหรือไม่?

อาจมีหรือไม่มีก็ได้ เพราะหัวเหล็กมีหน้าที่ป้องกันอุบัติเหตุบริเวณนิ้วเท้า ขณะที่ระบบดูดซับแรงจากการเดินอยู่ในส่วนพื้นรองเท้า จึงต้องตรวจสอบคุณสมบัติแยกกัน

5. รองเท้าเซฟตี้ดูดซับแรงกระแทกช่วยลดอาการปวดเข่าได้ไหม?

อาจช่วยปรับลักษณะแรงที่เกิดขึ้นขณะเดิน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะลดอาการปวดเข่าสำหรับทุกคน อาการปวดมีหลายสาเหตุและควรได้รับการประเมินหากเกิดขึ้นต่อเนื่อง

6. จะรู้ได้อย่างไรว่าพื้นรองเท้าเริ่มเสื่อมสภาพ?

สังเกตว่าพื้นยุบไม่คืนตัว รองเท้าทรุดหรือเอียงผิดปกติ พื้นแตกร้าว หรือสวมแล้วรู้สึกถึงแรงกระแทกมากกว่าเดิม หากพบความเสียหายที่กระทบความปลอดภัยควรหยุดใช้งาน

7. รองเท้าดูดซับแรงกระแทกจำเป็นสำหรับงานคลังสินค้าหรือไม่?

เป็นคุณสมบัติที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะงานที่ต้องเดินบนพื้นคอนกรีตต่อเนื่อง แต่ต้องเลือกคุณสมบัติป้องกันอันตรายตามการประเมินความเสี่ยงหน้างานเป็นหลัก


#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้าลดแรงกระแทก #SafetyShoes #ShockAbsorption #EnergyAbsorption #รองเท้าทำงาน #MasterSafety

ความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเผยแพร่

เพิ่มบันทึกการสั่งซื้อ

    กำลังมองหาสินค้าใช่ไหม?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE