เหยียบของมีคมในคลังสินค้า ทำไมควรมี รองเท้าเซฟตี้ ที่เหมาะสม

เหยียบของมีคมในคลังสินค้า ทำไมควรมี รองเท้าเซฟตี้ ที่เหมาะสม

เหยียบของมีคมในคลังสินค้า ทำไมควรมีรองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะสม

การเหยียบตะปู เศษเหล็ก ลวดเย็บกล่อง หรือเศษพาเลทในคลังสินค้า อาจทำให้เกิดบาดแผลลึก การติดเชื้อ และต้องหยุดงานได้ รองเท้าทั่วไปหรือรองเท้าเซฟตี้ที่มีเพียงหัวป้องกันนิ้วเท้า อาจไม่สามารถป้องกันวัตถุแหลมแทงทะลุจากใต้ฝ่าเท้าได้

ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจึงควรใช้ รองเท้าเซฟตี้ที่มีคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุของพื้นรองเท้า ควบคู่กับหัวรองเท้านิรภัย พื้นกันลื่น และรูปทรงที่เหมาะกับการเดินหรือยืนเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม รองเท้านิรภัยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการควบคุมความเสี่ยง องค์กรยังต้องดูแลความสะอาด จัดเก็บวัสดุ และตรวจสอบพื้นที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ


ของมีคมในคลังสินค้ามาจากไหน

แม้คลังสินค้าจะดูเป็นพื้นที่ที่มีการจัดระเบียบ แต่ในระหว่างการรับสินค้า จัดเก็บ หยิบสินค้า แพ็กสินค้า และเคลื่อนย้ายพาเลท อาจมีวัตถุขนาดเล็กหล่นอยู่บนพื้นโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เช่น

  • ตะปูและเศษตะปูจากพาเลทไม้
  • สกรู นอต และเศษชิ้นส่วนโลหะ
  • ลวดรัดสินค้าและปลายลวดที่ถูกตัด
  • ลวดเย็บกล่องและใบมีดคัตเตอร์ที่หัก
  • เศษไม้แหลมจากพาเลทแตก
  • เศษแก้วหรือพลาสติกแข็ง
  • เศษวัสดุจากงานซ่อมบำรุง
  • ของมีคมที่ซ่อนอยู่ใต้กล่องหรือวัสดุบรรจุภัณฑ์

สิ่งเหล่านี้อาจมีขนาดเล็กจนมองเห็นได้ยาก โดยเฉพาะในบริเวณที่มีแสงน้อย ทางเดินระหว่างชั้นวาง จุดรับสินค้า หรือบริเวณรวบรวมพาเลทที่ชำรุด

มาตรฐานด้านความปลอดภัยของ OSHA ระบุว่าควรใช้รองเท้าป้องกันเมื่อพื้นที่ทำงานมีความเสี่ยงจากวัตถุตกหล่น วัตถุกลิ้ง หรือวัตถุที่อาจแทงทะลุพื้นรองเท้า


ทำไมการเหยียบของมีคมจึงอันตรายกว่าที่คิด

บาดแผลจากการเหยียบของมีคมอาจไม่ได้เกิดเพียงรอยถลอกเล็กน้อย หากวัตถุมีความแหลมและรับแรงกดจากน้ำหนักตัว อาจแทงผ่านพื้นรองเท้าเข้าไปถึงฝ่าเท้าได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

1. เกิดบาดแผลลึก

ตะปูหรือเศษโลหะอาจแทงลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อ ทำให้เดินลำบากและต้องหยุดปฏิบัติงานทันที

2. เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ของมีคมที่ตกอยู่บนพื้นคลังสินค้าอาจมีฝุ่น สนิม น้ำมัน หรือสิ่งสกปรกปนเปื้อน เมื่อแทงเข้าสู่ผิวหนังจึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

3. กระทบต่อเส้นเอ็นหรือเส้นประสาท

หากวัตถุแทงลึกหรืออยู่ในตำแหน่งสำคัญ อาจส่งผลต่อเส้นเอ็น ข้อต่อ หรือเส้นประสาทบริเวณเท้า

4. เกิดการล้มและบาดเจ็บซ้ำ

เมื่อเหยียบของมีคม ผู้ปฏิบัติงานมักยกเท้าหรือเสียหลักอย่างฉับพลัน จึงอาจล้ม กระแทกชั้นวาง หรือชนกับอุปกรณ์เคลื่อนย้ายสินค้าได้

5. ทำให้ต้องหยุดงาน

แม้บาดแผลจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ตำแหน่งฝ่าเท้าเป็นบริเวณที่ต้องรับน้ำหนัก การบาดเจ็บจึงอาจทำให้ไม่สามารถเดิน ยืน หรือทำงานได้ตามปกติ


รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก ป้องกันการเหยียบตะปูได้หรือไม่

ไม่ใช่รองเท้าเซฟตี้ทุกคู่จะป้องกันการแทงทะลุจากใต้ฝ่าเท้าได้

รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิตมีหน้าที่หลักในการช่วยป้องกันนิ้วเท้าจากแรงกระแทกและแรงกดทับ แต่ไม่ได้หมายความว่าพื้นรองเท้าจะมีแผ่นป้องกันการเจาะทะลุเสมอไป

ดังนั้น หากพื้นที่ทำงานมีตะปู เศษเหล็ก หรือลวดแหลม ควรตรวจสอบว่ารองเท้ารุ่นนั้นมีคุณสมบัติ Puncture Resistance หรือ Penetration Resistance ตามมาตรฐานที่ระบุจริง

ISO 20345 กำหนดข้อกำหนดพื้นฐานและคุณสมบัติเสริมของรองเท้าเซฟตี้ รวมถึงความเสี่ยงทางกล การลื่น ความร้อน และคุณสมบัติด้านการใช้งาน แต่ผู้ซื้อต้องตรวจสอบคุณสมบัติเสริมของรองเท้าแต่ละรุ่น ไม่ควรพิจารณาจากคำว่า “รองเท้าเซฟตี้” เพียงอย่างเดียว


เปรียบเทียบรองเท้าแต่ละประเภทเมื่อต้องเจอกับของมีคม

ประเภทรองเท้า ป้องกันแรงกระแทกที่นิ้วเท้า ป้องกันของมีคมแทงพื้น เหมาะกับคลังสินค้า
รองเท้าผ้าใบทั่วไป ไม่ได้ออกแบบมาโดยเฉพาะ ต่ำ ไม่เหมาะกับพื้นที่เสี่ยง
รองเท้าหนังทั่วไป ไม่ได้ออกแบบมาโดยเฉพาะ ต่ำถึงปานกลาง เหมาะเฉพาะพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ
รองเท้าเซฟตี้หัวนิรภัยอย่างเดียว มี ไม่แน่นอน ต้องตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติม
รองเท้าเซฟตี้กันพื้นทะลุ มีในรุ่นที่ระบุ มีตามระดับมาตรฐานของรุ่น เหมาะกับพื้นที่ที่มีตะปูและเศษโลหะ
รองเท้าเซฟตี้กันพื้นทะลุและกันลื่น มีในรุ่นที่ระบุ มีตามระดับมาตรฐานของรุ่น เหมาะกับงานคลังสินค้าส่วนใหญ่

ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่รองเท้าผ่าน โครงสร้างพื้นรองเท้า สภาพการใช้งาน และการดูแลรักษา


รองเท้ากันพื้นทะลุทำงานอย่างไร

รองเท้าเซฟตี้กันพื้นทะลุมักมีชั้นวัสดุป้องกันอยู่ระหว่างพื้นชั้นนอกกับแผ่นรองเท้าด้านใน ทำหน้าที่ลดโอกาสที่ตะปูหรือวัตถุแหลมจะทะลุเข้าสู่ฝ่าเท้า

วัสดุที่พบได้บ่อยมี 2 กลุ่มหลัก

แผ่นป้องกันแบบโลหะ

มักใช้แผ่นเหล็กหรือโลหะที่มีความแข็งแรงติดตั้งอยู่ภายในพื้นรองเท้า

ข้อดี

  • เหมาะกับสภาพงานหนัก
  • ให้ความมั่นคงในการป้องกันวัตถุปลายแหลมหลายประเภท
  • ทนทานต่อการใช้งานในพื้นที่อุตสาหกรรม

ข้อควรพิจารณา

  • อาจมีน้ำหนักมากกว่า
  • ความยืดหยุ่นอาจน้อยกว่าแบบผ้า
  • ไม่ครอบคลุมพื้นที่ขอบพื้นทั้งหมดในรองเท้าบางรุ่น

แผ่นป้องกันแบบ Non-metallic

ผลิตจากเส้นใยหรือวัสดุคอมโพสิตหลายชั้น เช่น เส้นใยความแข็งแรงสูง

ข้อดี

  • น้ำหนักเบา
  • ยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของเท้า
  • ไม่เป็นโลหะ
  • เหมาะกับงานที่ต้องเดินเป็นระยะเวลานาน

ข้อควรพิจารณา

  • ประสิทธิภาพแตกต่างกันตามวัสดุและมาตรฐาน
  • ต้องตรวจสอบข้อมูลการทดสอบของแต่ละรุ่น
  • ไม่ควรเลือกจากคำว่า “พื้นเคฟลาร์” หรือ “พื้นผ้า” โดยไม่มีข้อมูลรับรอง

ตารางเปรียบเทียบแผ่นป้องกันพื้นรองเท้า

คุณสมบัติ แผ่นโลหะ แผ่น Non-metallic
น้ำหนัก มากกว่าโดยทั่วไป เบากว่า
ความยืดหยุ่น ปานกลาง สูงกว่า
การตรวจจับโลหะ อาจถูกตรวจพบ ไม่ใช่โลหะ
ความรู้สึกขณะเดิน แข็งกว่าเล็กน้อย ใกล้เคียงรองเท้าทั่วไป
การใช้งานที่เหมาะสม งานหนัก พื้นที่เศษโลหะจำนวนมาก งานเดินคลังสินค้าและงานที่ต้องการความคล่องตัว
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ มาตรฐานและพื้นที่ป้องกัน มาตรฐานและผลทดสอบของรุ่น

ไม่ว่าจะใช้วัสดุชนิดใด ควรพิจารณาจากผลการรับรองและความเหมาะสมกับหน้างาน มากกว่าการเลือกจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว


วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้สำหรับพื้นที่เสี่ยงเหยียบของมีคม

1. สำรวจอันตรายในพื้นที่ก่อนเลือกซื้อ

เริ่มจากตรวจสอบว่าพื้นที่ทำงานมีของมีคมประเภทใด เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน และพนักงานต้องเดินผ่านบริเวณใดบ้าง เช่น

  • จุดรื้อและซ่อมพาเลท
  • จุดรับสินค้า
  • บริเวณแพ็กสินค้า
  • จุดรวบรวมขยะบรรจุภัณฑ์
  • พื้นที่ซ่อมบำรุง
  • ทางเดินหลังชั้นวาง
  • พื้นที่โหลดสินค้าเข้าสู่รถขนส่ง

การเลือกรองเท้า PPE ควรมาจากการประเมินอันตรายของสถานที่ทำงาน และต้องเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับความเสี่ยงที่ตรวจพบ

2. ตรวจสอบคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุ

อ่านฉลาก กล่องสินค้า เอกสารรับรอง หรือข้อมูลทางเทคนิคของรุ่นนั้นโดยละเอียด โดยมองหาข้อมูลเกี่ยวกับ

  • Puncture Resistance
  • Penetration Resistance
  • Protective Midsole
  • Anti-perforation Midsole
  • มาตรฐาน ISO, EN ISO หรือ ASTM ที่เกี่ยวข้อง
  • รหัสและเครื่องหมายคุณสมบัติของรองเท้า

อย่าตัดสินจากรูปลักษณ์ ความหนาของพื้น หรือคำโฆษณาว่า “พื้นหนา” เพราะพื้นหนาไม่ได้แปลว่าผ่านการทดสอบป้องกันการเจาะทะลุ

3. เลือกหัวรองเท้านิรภัยให้เหมาะกับงาน

ในคลังสินค้ายังมีความเสี่ยงจากกล่อง พาเลท และสินค้าตกใส่เท้า จึงควรเลือกรองเท้าที่มีหัวนิรภัยด้วย เช่น

  • หัวเหล็ก
  • หัวอะลูมิเนียม
  • หัวคอมโพสิต

วัสดุแต่ละชนิดมีน้ำหนักและคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือควรผ่านมาตรฐานที่เหมาะกับงาน

4. พิจารณาคุณสมบัติกันลื่น

พื้นคลังสินค้าอาจมีฝุ่น พลาสติก น้ำ น้ำมัน หรือฟิล์มห่อสินค้าตกอยู่บนพื้น รองเท้าจึงควรมีดอกยางและคุณสมบัติการยึดเกาะที่เหมาะสม

รองเท้าที่กันพื้นทะลุได้ดีแต่ลื่นง่าย อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุอีกประเภทหนึ่งแทน

5. เลือกรองเท้าที่สวมพอดี

รองเท้าคับเกินไปอาจทำให้เจ็บนิ้วและเกิดแผลกดทับ ส่วนรองเท้าหลวมเกินไปอาจทำให้เท้าเลื่อน เสียสมดุล หรือสะดุดขณะเดิน

OSHA ระบุว่าการเลือก PPE ควรคำนึงถึงความพอดีกับผู้สวมใส่ด้วย

6. คำนึงถึงระยะเวลาการยืนและเดิน

พนักงานคลังสินค้าบางตำแหน่งต้องเดินหลายชั่วโมงต่อวัน จึงควรดูองค์ประกอบเพิ่มเติม เช่น

  • น้ำหนักรองเท้า
  • การรองรับอุ้งเท้า
  • การลดแรงกระแทก
  • ความยืดหยุ่นของพื้น
  • การระบายอากาศ
  • รูปทรงหน้าเท้า
  • ความนุ่มบริเวณข้อเท้า

รองเท้าที่ป้องกันได้ดีแต่สวมไม่สบาย อาจทำให้พนักงานหลีกเลี่ยงการสวมใส่หรือใส่ไม่ถูกวิธี

7. เลือกรองเท้าให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมอื่นด้วย

คลังสินค้าแต่ละแห่งมีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน เช่น

สภาพแวดล้อม คุณสมบัติที่ควรพิจารณา
มีตะปูและเศษพาเลท พื้นป้องกันการเจาะทะลุ
มีสินค้าหนัก หัวรองเท้านิรภัย
มีพื้นเปียกหรือมัน พื้นกันลื่น
มีสารเคมี วัสดุพื้นและหน้ารองเท้าที่ทนสารเคมีตามชนิด
ห้องเย็น ฉนวนกันความเย็นและวัสดุที่เหมาะกับอุณหภูมิ
ต้องผ่านเครื่องตรวจโลหะ รองเท้าที่ใช้ส่วนประกอบ Non-metallic ตามข้อกำหนดพื้นที่
มีความเสี่ยงด้านไฟฟ้า เลือกคุณสมบัติทางไฟฟ้าให้ตรงกับการประเมินความเสี่ยง

ตัวอย่างการเลือกรองเท้าตามตำแหน่งงานในคลังสินค้า

ตำแหน่งงาน ความเสี่ยงหลัก คุณสมบัติรองเท้าที่ควรพิจารณา
พนักงานรับสินค้า พาเลทแตก สินค้าตก รถเข็น หัวนิรภัย พื้นกันทะลุ พื้นกันลื่น
พนักงานหยิบสินค้า เดินมาก สะดุด เศษวัสดุ น้ำหนักเบา กันลื่น และรองรับเท้า
พนักงานแพ็กสินค้า ใบมีด ลวดเย็บกล่อง เศษบรรจุภัณฑ์ พื้นกันทะลุและหัวนิรภัย
พนักงานซ่อมบำรุง สกรู เศษโลหะ น้ำมัน พื้นกันทะลุ กันลื่น และทนน้ำมันตามรุ่น
พนักงานจัดการพาเลท ตะปู เศษไม้ ของหนัก พื้นกันทะลุ หัวนิรภัย และวัสดุทนทาน
พนักงานโหลดสินค้า พื้นต่างระดับ ของตก รถขนส่ง หัวนิรภัย พื้นยึดเกาะดี และรองรับข้อเท้า

รองเท้าพื้นหนาเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่

ไม่เพียงพอ

พื้นรองเท้าที่มีความหนาอาจช่วยลดแรงสัมผัสได้บางส่วน แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะต้านทานตะปูหรือเศษเหล็กปลายแหลมได้

วัตถุปลายเล็กสามารถสร้างแรงกดบนพื้นที่แคบมาก จึงอาจแทงผ่านยางหรือโฟมที่หนาได้ รองเท้าที่ต้องใช้ในพื้นที่เสี่ยงควรมีชั้นป้องกันการเจาะทะลุซึ่งผ่านการทดสอบ ไม่ใช่อาศัยความหนาของพื้นเพียงอย่างเดียว


รองเท้ากันพื้นทะลุป้องกันได้ 100% หรือไม่

รองเท้าเซฟตี้ช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของการบาดเจ็บ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นการป้องกันได้ทุกกรณี

ประสิทธิภาพอาจขึ้นอยู่กับ

  • รูปร่างและเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุแหลม
  • มุมที่วัตถุแทงเข้าสู่พื้นรองเท้า
  • แรงกดและน้ำหนักของผู้สวมใส่
  • ตำแหน่งที่วัตถุสัมผัสกับรองเท้า
  • อายุและสภาพของรองเท้า
  • ความเสียหายของพื้นหรือแผ่นป้องกันภายใน
  • มาตรฐานที่รองเท้าผ่านการทดสอบ

จึงต้องใช้รองเท้าร่วมกับมาตรการควบคุมอื่น ไม่ควรปล่อยให้มีตะปูหรือเศษโลหะอยู่บนพื้นเพราะคิดว่าพนักงานสวมรองเท้าเซฟตี้แล้ว


รองเท้าเซฟตี้ไม่สามารถทดแทนการจัดการพื้นที่ได้

รองเท้าเซฟตี้เป็นแนวป้องกันส่วนบุคคล แต่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุยังสำคัญกว่า องค์กรควรมีมาตรการ เช่น

  1. กำหนดรอบตรวจสอบและทำความสะอาดพื้น
  2. แยกพื้นที่เก็บพาเลทชำรุด
  3. จัดถังทิ้งใบมีด ลวด และเศษโลหะโดยเฉพาะ
  4. ห้ามวางอุปกรณ์ซ่อมบำรุงบนทางเดิน
  5. เพิ่มแสงสว่างในจุดอับ
  6. จัดทำระบบแจ้งของตกหล่นหรือพื้นที่ไม่ปลอดภัย
  7. ตรวจสอบรองเท้าเซฟตี้ของพนักงานเป็นระยะ
  8. ฝึกอบรมให้พนักงานทราบวิธีรายงานอันตราย

แนวทางของ OSHA ระบุว่าองค์กรไม่ควรพึ่งพา PPE เพียงอย่างเดียว แต่ควรประเมินว่ามีมาตรการควบคุมอันตรายประเภทอื่นที่สามารถนำมาใช้ได้หรือไม่


วิธีตรวจสอบรองเท้าเซฟตี้ก่อนเริ่มงาน

ควรตรวจสอบรองเท้าเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในพื้นที่ซึ่งมีของมีคมจำนวนมาก

เช็กลิสต์ก่อนสวมใส่

  • พื้นรองเท้ามีรอยแตกหรือรอยแยกหรือไม่
  • มีตะปู เศษแก้ว หรือเศษโลหะติดอยู่หรือไม่
  • ดอกยางสึกจนเรียบหรือไม่
  • พื้นรองเท้าเริ่มแยกออกจากตัวรองเท้าหรือไม่
  • หัวรองเท้าหรือโครงสร้างภายในเสียรูปหรือไม่
  • เชือก ซิป หรือตัวล็อกยังใช้งานได้หรือไม่
  • มีความชื้น สารเคมี หรือน้ำมันซึมเข้าไปภายในหรือไม่
  • รองเท้ายังมีขนาดพอดีกับเท้าหรือไม่

หากพบว่าพื้นรองเท้าถูกแทงจนทะลุหรือโครงสร้างภายในเสียหาย ไม่ควรซ่อมเฉพาะจุดแล้วนำกลับมาใช้ในพื้นที่เสี่ยง ควรให้ผู้รับผิดชอบประเมินและเปลี่ยนรองเท้าตามความเหมาะสม


หากเหยียบตะปูหรือของมีคม ควรทำอย่างไร

แม้รองเท้าจะช่วยลดแรงแทง แต่หากพบว่ามีของมีคมทะลุเข้าถึงเท้า ควรดำเนินการทันที

  1. หยุดทำงานและออกจากพื้นที่อย่างระมัดระวัง
  2. หลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่เท้าข้างที่บาดเจ็บ
  3. แจ้งหัวหน้างานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
  4. รับการปฐมพยาบาลตามขั้นตอนขององค์กร
  5. เข้ารับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
  6. เก็บข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุและพื้นที่เกิดเหตุ
  7. กั้นพื้นที่และนำของมีคมออกอย่างปลอดภัย
  8. ตรวจหาสาเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดซ้ำ

ไม่ควรประเมินบาดแผลจากขนาดรอยภายนอกเพียงอย่างเดียว เพราะบาดแผลแทงอาจมีความลึกมากกว่าที่มองเห็น


แนวทางเลือกรองเท้าเซฟตี้สำหรับองค์กร

สำหรับการจัดซื้อรองเท้าเซฟตี้จำนวนมาก ไม่ควรใช้รองเท้ารุ่นเดียวกับพนักงานทุกตำแหน่งโดยอัตโนมัติ แต่ควรเริ่มจากการแบ่งพื้นที่และความเสี่ยง

ขั้นตอนที่แนะนำ

ขั้นที่ 1: แบ่งพื้นที่ทำงาน

แยกพื้นที่รับสินค้า จัดเก็บ แพ็กสินค้า ซ่อมบำรุง ห้องเย็น และพื้นที่โหลดสินค้า

ขั้นที่ 2: ระบุอันตรายของแต่ละพื้นที่

ตรวจสอบของมีคม ของหนัก พื้นลื่น สารเคมี อุณหภูมิ และความเสี่ยงทางไฟฟ้า

ขั้นที่ 3: กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำ

ระบุให้ชัดว่าต้องมีหัวนิรภัย พื้นกันทะลุ กันลื่น ทนน้ำมัน หรือคุณสมบัติอื่นใด

ขั้นที่ 4: ทดลองสวมใส่

ให้พนักงานหลายขนาดเท้าทดลองสวม เดิน ก้ม ยกของ และขึ้นลงบันได

ขั้นที่ 5: ตรวจสอบเอกสารมาตรฐาน

ขอเอกสารข้อมูลสินค้า ผลการทดสอบ หรือใบรับรองที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

ขั้นที่ 6: วางแผนตรวจสอบและเปลี่ยนรองเท้า

ไม่ควรกำหนดอายุการใช้งานจากระยะเวลาเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาความถี่ในการใช้งาน สภาพพื้นที่ และสภาพรองเท้าร่วมด้วย


สรุป

การเหยียบตะปู เศษโลหะ หรือลวดแหลมในคลังสินค้าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ แม้วัตถุเหล่านั้นจะมีขนาดเล็กและมองเห็นได้ยาก รองเท้าทั่วไปหรือรองเท้าเซฟตี้ที่มีเฉพาะหัวนิรภัยอาจไม่เพียงพอสำหรับความเสี่ยงจากการแทงทะลุใต้ฝ่าเท้า

การเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะสมควรพิจารณาอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่

  • มีคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุ
  • มีหัวรองเท้านิรภัยตามความเสี่ยง
  • มีพื้นยึดเกาะที่เหมาะกับสภาพพื้นที่
  • สวมพอดีและเหมาะกับระยะเวลาการทำงาน

อย่างไรก็ตาม การสวมรองเท้าเซฟตี้ไม่ใช่เหตุผลที่จะลดความสำคัญของการทำความสะอาด การจัดเก็บพาเลทชำรุด และการตรวจสอบพื้นที่ การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดต้องทำทั้งที่ต้นเหตุ สภาพแวดล้อม และตัวผู้ปฏิบัติงานพร้อมกัน


FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. รองเท้าเซฟตี้ทุกคู่ป้องกันตะปูได้หรือไม่

ไม่ใช่ รองเท้าบางรุ่นมีเพียงหัวรองเท้านิรภัยสำหรับป้องกันแรงกระแทกหรือแรงกดทับ หากต้องการป้องกันตะปูหรือเศษโลหะแทงพื้น ต้องเลือกรุ่นที่ระบุคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุอย่างชัดเจน

2. รองเท้าหัวเหล็กกับรองเท้ากันตะปูเหมือนกันหรือไม่

ไม่เหมือนกัน หัวเหล็กป้องกันบริเวณนิ้วเท้าจากของตกและแรงกด ส่วนแผ่นป้องกันการเจาะทะลุจะอยู่บริเวณพื้นรองเท้า รองเท้าสำหรับคลังสินค้าที่มีความเสี่ยงทั้งสองด้านควรมีทั้งหัวนิรภัยและพื้นป้องกันการเจาะทะลุ

3. พื้นรองเท้าหนาแปลว่ากันตะปูได้หรือไม่

ไม่เสมอไป ความหนาของยางไม่ได้ยืนยันว่ารองเท้าผ่านการทดสอบการเจาะทะลุ ควรตรวจสอบมาตรฐาน เครื่องหมาย และข้อมูลทางเทคนิคของรองเท้าแต่ละรุ่น

4. แผ่นกันตะปูแบบเหล็กหรือแบบผ้าดีกว่ากัน

ขึ้นอยู่กับสภาพงาน แผ่นโลหะเหมาะกับงานหนักและมีความแข็งแรง ส่วนวัสดุ Non-metallic มักเบาและยืดหยุ่นกว่า สิ่งสำคัญคือทั้งสองแบบต้องมีผลการทดสอบหรือมาตรฐานที่เหมาะสมกับความเสี่ยง

5. พนักงานคลังสินค้าจำเป็นต้องใส่รองเท้าเซฟตี้หรือไม่

ควรพิจารณาจากการประเมินความเสี่ยง หากมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บจากสินค้าตก พาเลท รถเข็น พื้นลื่น หรือวัตถุแทงทะลุพื้นรองเท้า ควรเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่ป้องกันอันตรายเหล่านั้นได้

6. รองเท้าเซฟตี้กันพื้นทะลุใช้ได้นานกี่ปี

ไม่มีระยะเวลาตายตัว อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับความถี่ สภาพพื้นที่ น้ำหนักผู้สวมใส่ การดูแล และความเสียหายของรองเท้า หากพื้นแตก แยก สึกมาก หรือเคยถูกแทงอย่างรุนแรง ควรหยุดใช้และตรวจสอบทันที

7. รองเท้ากันพื้นทะลุจำเป็นต้องมีพื้นกันลื่นด้วยหรือไม่

ควรมีหากทำงานในคลังสินค้าที่มีฝุ่น น้ำ น้ำมัน หรือวัสดุบรรจุภัณฑ์ตกบนพื้น เพราะการลื่นเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญ การเลือกรองเท้าควรครอบคลุมอันตรายหลายด้าน ไม่ใช่เน้นการกันตะปูเพียงอย่างเดียว

8. องค์กรควรเลือกรองเท้าเซฟตี้รุ่นเดียวให้พนักงานทุกคนหรือไม่

ไม่จำเป็น ตำแหน่งงานและพื้นที่ปฏิบัติงานมีความเสี่ยงแตกต่างกัน ควรแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานและกำหนดคุณสมบัติรองเท้าตามลักษณะงานจริง


#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้าเซฟตี้งานกลางแจ้ง #รองเท้าเซฟตี้กันน้ำ #รองเท้าเซฟตี้กันลื่น #รองเท้าเซฟตี้ทนแดด #รองเท้าเซฟตี้ทนฝน #อุปกรณ์เซฟตี้ #PPE #SafetyShoes #รองเท้าทำงาน #รองเท้า safety

ความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเผยแพร่

เพิ่มบันทึกการสั่งซื้อ

    กำลังมองหาสินค้าใช่ไหม?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE