รองเท้าเซฟตี้งานเศษโลหะร้อน เลือกแบบไหนให้ปลอดภัย?

รองเท้าเซฟตี้ สำหรับงานที่มีเศษโลหะร้อน ควรดูคุณสมบัติอะไร?

งานเชื่อม งานตัดโลหะ งานเจียร งานหล่อ หรือพื้นที่ผลิตที่มี สะเก็ดไฟ เศษโลหะร้อน และความร้อนจากพื้นผิว เป็นงานที่เลือกรองเท้าเซฟตี้จากแค่ “มีหัวนิรภัย” อย่างเดียวไม่ได้ เพราะความเสี่ยงไม่ได้มีเพียงของหนักตกใส่เท้า แต่ยังรวมถึงเศษโลหะร้อนที่อาจตกบนรองเท้า เข้าไปด้านใน หรือสัมผัสกับพื้นรองเท้าจนวัสดุเสียหายได้
ดังนั้น หากต้องเลือก รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานที่มีเศษโลหะร้อน ควรพิจารณาพร้อมกันทั้งความสามารถในการทนความร้อน รูปทรงรองเท้า วัสดุส่วนบน พื้นรองเท้า การป้องกันการเจาะทะลุ และลักษณะความเสี่ยงจริงในพื้นที่ทำงาน
ทำไมรองเท้าเซฟตี้ทั่วไปอาจไม่เพียงพอสำหรับงานโลหะร้อน?
หลายคนเข้าใจว่าเพียงเลือกรองเท้าหัวเหล็กหรือหัว Composite ก็สามารถใช้ในงานเชื่อมและงานโลหะได้แล้ว แต่ความจริงหัวนิรภัยมีหน้าที่หลักในการลดความเสี่ยงจากแรงกระแทกและแรงกดบริเวณปลายเท้า ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าคู่นั้นจะเหมาะกับความร้อนหรือสะเก็ดโลหะโดยอัตโนมัติ
OSHA ระบุว่างาน Hot Work เช่น งานเชื่อม สามารถทำให้ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสกับทั้งวัตถุตกหล่น สะเก็ดไฟ และตะกรันร้อน โดยแนะนำรองเท้าเซฟตี้ทรงสูง และให้สวมขากางเกงป้องกันคลุมด้านนอกรองเท้าเพื่อช่วยลดโอกาสที่ตะกรันจะตกเข้าไปภายในรองเท้า
จึงควรมองรองเท้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบ PPE ทั้งชุด ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ทำงานแยกจากกางเกง ถุงมือ หรืออุปกรณ์ป้องกันงานเชื่อมอื่น ๆ
7 คุณสมบัติสำคัญของรองเท้าเซฟตี้สำหรับงานที่มีเศษโลหะร้อน
1. พื้นรองเท้าควรทนความร้อน และควรมองหาสัญลักษณ์ HRO
คุณสมบัติแรกที่ควรให้ความสำคัญคือ การทนความร้อนจากการสัมผัสของพื้นรองเท้า
รองเท้าเซฟตี้บางรุ่นจะระบุสัญลักษณ์ HRO – Heat Resistant Outsole ซึ่งใช้บ่งบอกคุณสมบัติของพื้นรองเท้าในการทนความร้อนจากการสัมผัส โดยผู้ผลิตรองเท้านิรภัยที่อ้างอิงมาตรฐาน EN ISO 20345 ระบุ HRO สำหรับการทนความร้อนจากการสัมผัสที่ประมาณ 300°C ในช่วงเวลาสั้น ๆ
ตัวอย่างเช่น หากทำงานในพื้นที่ที่มี
-
สะเก็ดจากการเชื่อมตกบนพื้น
-
เศษโลหะจากการเจียร
-
พื้นหรือชิ้นงานที่มีอุณหภูมิสูง
-
งานแปรรูปโลหะ
-
งานซ่อมบำรุงใกล้แหล่งความร้อน
การเลือกรองเท้าที่มี HRO ย่อมเหมาะกว่าการเลือกรองเท้าเซฟตี้ทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับความร้อนจากการสัมผัส
ข้อควรเข้าใจ: HRO ไม่ได้หมายความว่าสามารถยืนบนพื้นอุณหภูมิ 300°C ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีข้อจำกัด แต่เป็นคุณสมบัติด้านการทนความร้อนของพื้นรองเท้าภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ
2. ดูคุณสมบัติ HI หากต้องทำงานในพื้นที่ร้อนต่อเนื่อง
HRO กับ HI ไม่ใช่คุณสมบัติเดียวกัน
HRO เน้นการทนความร้อนของพื้นรองเท้าจาก การสัมผัสกับพื้นผิวร้อน ขณะที่ HI – Heat Insulation เกี่ยวข้องกับความสามารถของโครงสร้างพื้นรองเท้าในการช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่เท้า
รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานอุณหภูมิสูงบางรุ่นจึงมีทั้ง HI + HRO เพื่อรองรับทั้งความร้อนจากสภาพแวดล้อมและความร้อนจากพื้นที่รองเท้าสัมผัส ผู้ผลิตอย่าง uvex มีรองเท้าบางรุ่นที่ระบุคุณสมบัติทั้ง HI และ HRO สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับความร้อน
HRO กับ HI ต่างกันอย่างไร?
| คุณสมบัติ | เน้นป้องกันอะไร | เหมาะกับงาน |
|---|---|---|
| HRO | ความร้อนจากการสัมผัสที่พื้นรองเท้า | เชื่อม ตัด เจียร งานบนพื้นร้อน |
| HI | ลดการถ่ายเทความร้อนผ่านชุดพื้นรองเท้า | พื้นที่ทำงานอุณหภูมิสูง |
| HRO + HI | ทั้งความร้อนสัมผัสและความร้อนผ่านพื้น | งานโลหะและพื้นที่ร้อนที่มีความเสี่ยงสูง |
หากทำงานใกล้เตาหลอม โรงหล่อ หรือบริเวณที่พื้นมีอุณหภูมิสูงเป็นระยะเวลานาน ควรประเมินความเสี่ยงมากกว่าการดู HRO เพียงอย่างเดียว
3. รองเท้าทรงหุ้มข้อช่วยลดโอกาสที่สะเก็ดร้อนจะเข้าไปในรองเท้า
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ ความสูงและรูปทรงของรองเท้า
รองเท้าเซฟตี้ทรง Low-cut อาจใส่สบายและคล่องตัว แต่สำหรับงานที่มีสะเก็ดไฟหรือตะกรันจากงานเชื่อมตกจากด้านบน รองเท้าทรง Mid-cut หรือ High-cut มักเหมาะสมกว่า เพราะช่วยครอบคลุมบริเวณข้อเท้าได้มากขึ้น
OSHA แนะนำรองเท้าเซฟตี้ทรงสูงสำหรับงาน Hot Work และระบุว่าควรผูกเชือกหรือปิดซิปให้เรียบร้อย พร้อมสวมขากางเกงป้องกันคลุมรองเท้า เพื่อลดโอกาสที่สะเก็ดและตะกรันร้อนจะตกเข้าไปด้านใน
ดังนั้นในงานเชื่อมจริง รูปทรงรองเท้าอาจมีผลต่อความปลอดภัยพอ ๆ กับวัสดุของพื้นรองเท้า
4. ส่วนบนควรมีดีไซน์ที่ไม่ทำให้เศษโลหะร้อนค้างอยู่
ลองนึกภาพสะเก็ดโลหะร้อนตกลงบนรองเท้า หากรองเท้ามีร่อง ลิ้นรองเท้าเปิดกว้าง หรือมีช่องที่เศษโลหะสามารถเข้าไปติดอยู่ได้ ความร้อนอาจสัมผัสวัสดุบริเวณเดิมนานกว่าการตกแล้วหลุดออกทันที
สำหรับงานเชื่อมจึงมักพบรองเท้าที่ออกแบบให้บริเวณหลังเท้าถูกปิดมากขึ้น เช่น
-
มีแผ่นปิดเชือกรองเท้า
-
มีฝาปิดบริเวณหลังเท้า
-
ใช้หัวเข็มขัดหรือระบบปิดที่ป้องกันสะเก็ด
-
ลดช่องเปิดบริเวณลิ้นรองเท้า
-
ใช้วัสดุส่วนบนที่เหมาะกับความร้อนและงานหนัก
รองเท้าสำหรับงานเชื่อมโดยเฉพาะจึงมีรูปแบบต่างจากรองเท้าเซฟตี้ทรงสปอร์ตทั่วไปค่อนข้างชัดเจน
5. ต้องมีหัวนิรภัย เพราะงานโลหะไม่ได้เสี่ยงเฉพาะความร้อน
แม้หัวนิรภัยจะไม่ได้มีหน้าที่ป้องกันสะเก็ดร้อนโดยตรง แต่ก็ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะงานโลหะมักมีความเสี่ยงจาก
-
เหล็กตก
-
ชิ้นงานหล่น
-
เครื่องมือกระแทก
-
วัสดุกลิ้งทับเท้า
ISO 20345 เป็นมาตรฐานสำหรับรองเท้าเซฟตี้ที่ครอบคลุมข้อกำหนดพื้นฐานและข้อกำหนดเพิ่มเติมหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงทางกล การลื่น และความเสี่ยงด้านความร้อน
ดังนั้นรองเท้าสำหรับงานโลหะร้อนที่ดีควรจัดการทั้ง ความร้อน + แรงกระแทก ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
6. ถ้ามีเศษโลหะแหลมบนพื้น ควรมีคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุ
งานตัด เจียร และงานประกอบโลหะไม่ได้ทำให้เกิดเพียงเศษโลหะร้อน แต่ยังสามารถมีเศษเหล็ก ลวด สกรู หรือชิ้นส่วนแหลมตกอยู่บนพื้นได้
ในพื้นที่ลักษณะนี้ควรพิจารณา รองเท้าเซฟตี้ที่มีแผ่นป้องกันการเจาะทะลุ เพิ่มเติม OSHA ระบุว่าพื้นที่ซึ่งมีวัตถุแหลม เช่น ลวด สกรู และเศษโลหะที่อาจถูกเหยียบ ควรใช้รองเท้าที่มีการป้องกันการเจาะทะลุ
สำหรับมาตรฐานรองเท้ารุ่นใหม่อาจพบรหัสเกี่ยวกับการป้องกันการเจาะ เช่น P, PL หรือ PS ขึ้นอยู่กับชนิดของแผ่นป้องกันและข้อกำหนดของมาตรฐานที่รองเท้ารุ่นนั้นผ่าน
7. พื้นต้องกันลื่นด้วย เพราะพื้นโรงงานอาจมีน้ำมันและเศษโลหะปะปนกัน
การเลือกพื้นทนความร้อนอย่างเดียวไม่ควรทำให้มองข้ามเรื่อง การยึดเกาะพื้น
พื้นที่งานโลหะบางแห่งอาจมีทั้ง
-
น้ำมันหล่อลื่น
-
น้ำ
-
ฝุ่นโลหะ
-
เศษวัสดุ
-
พื้นผิวเรียบ
ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการลื่นหกล้มได้
รองเท้าที่ผ่าน EN ISO 20345 รุ่นใหม่อาจพบสัญลักษณ์ SR สำหรับคุณสมบัติด้านการต้านการลื่นเพิ่มเติม ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานรุ่นเก่าอาจพบ SRA, SRB หรือ SRC จึงควรดูปีของมาตรฐานประกอบด้วย ไม่ควรเทียบสัญลักษณ์ต่างรุ่นกันตรง ๆ
ตารางสรุป: รองเท้างานโลหะร้อนควรมีอะไรบ้าง?
| คุณสมบัติ | ความสำคัญ | เหตุผล |
|---|---|---|
| พื้นทนความร้อน HRO | ★★★★★ | เหมาะกับความร้อนจากการสัมผัส |
| Heat Insulation (HI) | ★★★★☆ | ช่วยในพื้นที่ที่มีความร้อนสูง |
| รองเท้าหุ้มข้อ | ★★★★★ | ลดโอกาสสะเก็ดตกเข้ารองเท้า |
| วัสดุส่วนบนเหมาะกับงานร้อน | ★★★★★ | ลดความเสียหายจากสะเก็ดและความร้อน |
| หัวนิรภัย | ★★★★★ | ป้องกันวัตถุตกและแรงกระแทก |
| ป้องกันการเจาะทะลุ | ★★★★☆ | เหมาะกับพื้นที่มีเศษโลหะแหลม |
| พื้นกันลื่น | ★★★★★ | ลดความเสี่ยงลื่นในพื้นที่โรงงาน |
| ดีไซน์ปิดบริเวณหลังเท้า | ★★★★☆ | ลดจุดที่สะเก็ดโลหะสามารถตกค้าง |
| ISO 20349-2 | ★★★★★ สำหรับงานเชื่อมโดยตรง | มาตรฐานเฉพาะสำหรับงานเชื่อมและกระบวนการเกี่ยวข้อง |
รองเท้า S3 หรือ S3S ใช้กับงานที่มีเศษโลหะร้อนได้ไหม?
ใช้ได้ในบางสภาพงาน แต่คำว่า S3 หรือ S3S เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถบอกได้ว่ารองเท้าคู่นั้นเหมาะกับงานที่มีความร้อนหรือสะเก็ดโลหะ
ในมาตรฐาน EN ISO 20345 รุ่นใหม่ กลุ่ม S3, S3L และ S3S มีคุณสมบัติด้านการป้องกันการเจาะทะลุและพื้นมีดอก แต่การทนความร้อนแบบสัมผัสจะต้องดู HRO เพิ่มเติม
ตัวอย่างเช่น
S3S + HRO + HI + SR
ย่อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานร้อนมากกว่าการเห็นเพียง
S3S
ดังนั้นเวลาเลือกรองเท้า อย่าดูเพียง Safety Class ตัวใหญ่ที่สุดบนฉลาก แต่ควรอ่าน Additional Requirements หรือสัญลักษณ์คุณสมบัติเสริมประกอบด้วย
แล้วงานเชื่อมควรเลือก ISO 20345 หรือ ISO 20349-2?
หากเป็นงานอุตสาหกรรมทั่วไปที่มีความร้อนเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว รองเท้าตาม ISO/EN ISO 20345 พร้อมคุณสมบัติ HRO และคุณสมบัติอื่นที่ตรงกับ Hazard Assessment อาจเพียงพอ ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง
แต่ถ้าเป็น งานเชื่อมและกระบวนการที่เกี่ยวข้องโดยตรง ควรพิจารณามาตรฐานที่ออกแบบสำหรับความเสี่ยงประเภทนั้นโดยเฉพาะ
ISO ระบุว่า ISO 20349-2:2017 ครอบคลุมข้อกำหนดและวิธีทดสอบรองเท้าที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงซึ่งพบในงานเชื่อมและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยมาตรฐานนี้ยังมี Amendment 1:2020 และยังปรากฏอยู่ในรายการมาตรฐานด้านการป้องกันเท้าของ ISO ในปัจจุบัน
เลือกรองเท้าตามลักษณะงานแบบง่าย ๆ
| ลักษณะงาน | คุณสมบัติที่ควรเน้น |
|---|---|
| งานเจียรโลหะทั่วไป | หัวนิรภัย + กันลื่น + ป้องกันการเจาะ |
| งานตัดโลหะมีสะเก็ดร้อน | HRO + หุ้มข้อ + หัวนิรภัย |
| งานเชื่อม | HRO + รองเท้าทรงสูง/สำหรับงานเชื่อม + พิจารณา ISO 20349-2 |
| งานบนพื้นที่มีความร้อน | HRO + HI |
| โรงงานมีเศษเหล็กบนพื้น | HRO + ป้องกันการเจาะ + กันลื่น |
| งานหล่อหรือโลหะหลอม | ต้องประเมินมาตรฐานเฉพาะสำหรับความเสี่ยงจากโลหะหลอม ไม่ควรเลือกรองเท้าจาก HRO เพียงอย่างเดียว |
สำหรับงานโรงหล่อ ISO มี ISO 20349-1:2017 แยกจาก Part 2 ซึ่งใช้กับงานเชื่อม เนื่องจากลักษณะความเสี่ยงต่างกัน
เช็กลิสต์ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้สำหรับงานโลหะร้อน
ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองตอบคำถามเหล่านี้ก่อน
1. ความร้อนมาจากไหน?
ถ้าเป็นความร้อนจากพื้นที่เหยียบ ควรให้ความสำคัญกับ HRO และอาจพิจารณา HI เพิ่มเติม
2. มีสะเก็ดตกจากด้านบนหรือไม่?
ถ้ามี ควรเลือกรองเท้าหุ้มข้อและดีไซน์ที่ลดช่องทางให้สะเก็ดเข้าไปในรองเท้า
3. มีเศษเหล็กแหลมบนพื้นหรือไม่?
ถ้ามี ควรเพิ่มคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุ
4. มีชิ้นงานหนักหรือโลหะตกหล่นหรือไม่?
ควรเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่มีหัวนิรภัยตามมาตรฐานที่เหมาะสม
5. พื้นมีน้ำมันหรือลื่นหรือไม่?
ควรดูคุณสมบัติด้านการกันลื่นและความเหมาะสมของดอกยางกับพื้นที่จริง
6. เป็นงานเชื่อมโดยตรงหรือไม่?
ถ้าใช่ ควรพิจารณารองเท้าที่ออกแบบสำหรับ Welding และมาตรฐาน ISO 20349-2 โดยเฉพาะ
จุดที่คนมักเลือกผิด: เห็นพื้นยางแล้วคิดว่าทนความร้อนทั้งหมด
คำว่า “พื้นยาง” ไม่ได้เท่ากับ “พื้นทนความร้อน” เสมอไป
วัสดุพื้นรองเท้าแต่ละสูตรมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ถึงแม้หน้าตาจะคล้ายกันก็ตาม ดังนั้นควรตรวจจากเอกสาร Technical Data, Certification หรือสัญลักษณ์มาตรฐานของรองเท้ารุ่นนั้น ไม่ควรตัดสินจากวัสดุหรือรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
เช่นเดียวกับ HRO หากรองเท้าไม่ได้ระบุหรือรับรองคุณสมบัตินี้ ไม่ควรสรุปเองว่าพื้นสามารถรับความร้อนระดับเดียวกับรองเท้าที่ผ่านการทดสอบ HRO
รองเท้าหัวเหล็กหรือ Composite แบบไหนเหมาะกับงานโลหะร้อน?
สำหรับคำถามนี้ไม่ควรใช้คำว่า “งานร้อน” เป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว เพราะหน้าที่หลักของหัวนิรภัยคือป้องกันแรงกระแทกและแรงกด
ควรพิจารณาร่วมกับ
-
น้ำหนักรองเท้า
-
ความเสี่ยงจากวัตถุตก
-
ข้อกำหนดของสถานที่ทำงาน
-
ความต้องการ Metal Free
-
ความเสี่ยงทางไฟฟ้า
-
สภาพแวดล้อมจริง
ส่วนการป้องกันเศษโลหะร้อนควรกลับไปให้ความสำคัญกับ โครงสร้างรองเท้า วัสดุ Upper ความสูงของรองเท้า HRO, HI และมาตรฐานเฉพาะสำหรับงานเชื่อม มากกว่า
สรุป: รองเท้างานเศษโลหะร้อน อย่าดูแค่หัวเซฟตี้
การเลือก รองเท้าเซฟตี้สำหรับงานที่มีเศษโลหะร้อน ควรเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงจริงในหน้างานก่อน ไม่ว่าจะเป็นงานเชื่อม งานตัด งานเจียร งานประกอบโลหะ หรือพื้นที่อุณหภูมิสูง
หากมีความร้อนจากการสัมผัส ควรมองหา HRO หากสภาพแวดล้อมมีความร้อนสูงอาจพิจารณา HI เพิ่มเติม หากมีเศษโลหะแหลมควรมีระบบป้องกันการเจาะ และถ้ามีสะเก็ดหรือตะกรันตกจากด้านบน รองเท้าทรงหุ้มข้อและการสวมชุดป้องกันให้คลุมด้านนอกรองเท้าจะเหมาะสมกว่า
ส่วนงานเชื่อมที่มีความเสี่ยงชัดเจน ควรพิจารณารองเท้าที่ออกแบบสำหรับงานประเภทนี้และตรวจสอบ ISO 20349-2 เพิ่มเติม แทนที่จะเลือกจากคำว่า “รองเท้าเซฟตี้” หรือ Safety Class เพียงอย่างเดียว
หลักง่าย ๆ คือ เลือกรองเท้าให้ตรงกับอันตรายที่เท้าต้องเจอจริง ไม่ใช่เลือกจากสเปกที่สูงที่สุดแต่ไม่ตรงกับลักษณะงาน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเท้าเซฟตี้สำหรับงานโลหะร้อน
รองเท้างานเชื่อมควรมี HRO หรือไม่?
หากมีโอกาสที่พื้นรองเท้าจะสัมผัสกับพื้นหรือเศษวัสดุที่มีความร้อน คุณสมบัติ HRO เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ควรพิจารณา โดย HRO ใช้ระบุการทนความร้อนจากการสัมผัสของพื้นรองเท้า
HRO 300°C หมายความว่าสามารถยืนบนพื้น 300°C ได้นานหรือไม่?
ไม่ควรตีความเช่นนั้น HRO เป็นการทดสอบความสามารถของพื้นรองเท้าต่อความร้อนจากการสัมผัสภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยแหล่งข้อมูลจากผู้ผลิตระบุการทดสอบ HRO ที่ประมาณ 300°C เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นประมาณ 1 นาที ไม่ใช่การรับรองให้ยืนบนพื้นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
รองเท้า S3 ใช้งานเชื่อมได้ไหม?
ต้องดูคุณสมบัติเสริมด้วย เพราะ S3 เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าพื้นรองเท้าผ่าน HRO หรือรองเท้าได้รับการออกแบบสำหรับงานเชื่อมโดยเฉพาะ
รองเท้าหุ้มข้อจำเป็นสำหรับงานเชื่อมหรือไม่?
สำหรับงานที่มีสะเก็ดและตะกรันร้อน รองเท้าทรงสูงช่วยลดช่องเปิดบริเวณข้อเท้า OSHA แนะนำรองเท้าเซฟตี้ทรงสูงสำหรับ Hot Work และให้สวมขากางเกงป้องกันคลุมรองเท้า
HRO กับ HI ต่างกันอย่างไร?
HRO เกี่ยวข้องกับการทนความร้อนจากการสัมผัสของพื้นรองเท้า ส่วน HI เกี่ยวข้องกับการเป็นฉนวนความร้อนของชุดพื้นรองเท้า จึงสามารถพบรองเท้าที่มีทั้ง HI และ HRO ในรุ่นเดียวกันได้
งานเจียรโลหะต้องมีแผ่นกันเจาะหรือไม่?
หากพื้นที่มีเศษโลหะ ลวด สกรู หรือวัตถุแหลมที่สามารถเหยียบทะลุพื้นรองเท้าได้ ควรพิจารณาคุณสมบัติป้องกันการเจาะเพิ่มเติม
ISO 20349-2 คืออะไร?
ISO 20349-2:2017 เป็นมาตรฐานสำหรับรองเท้าที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากงานเชื่อมและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง และรองเท้าที่ผ่านมาตรฐานนี้ยังมีการป้องกันด้านอื่นตาม ISO 20345 ด้วย
งานโรงหล่อใช้รองเท้ามาตรฐานเดียวกับงานเชื่อมไหม?
ไม่ควรเหมารวม ISO แยก ISO 20349 เป็น Part 1 สำหรับความเสี่ยงในงาน Foundry และ Part 2 สำหรับงาน Welding และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้างานเชื่อม #รองเท้าเซฟตี้ทนความร้อน #รองเท้าHRO #รองเท้าเซฟตี้งานเชื่อม #รองเท้าเซฟตี้โรงงาน #SafetyShoes #SafetyFootwear #PPE #งานเชื่อม #งานโลหะ
- ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
- สนใจสินค้ารองเท้าเซฟตี้ >> ดูรายละเอียด <<
- Facebook : Master Safety ตัวแทนนำเข้า Safety Jogger รายใหญ่ที่สุดในไทย
- บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ : รองเท้าเซฟตี้
-
โพสต์ใน
รองเท้านิรภัย, รองเท้าหัวเหล็ก, รองเท้าเซฟตี้





