รองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะ ผ่านเครื่องตรวจโลหะได้ไหม?

รองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะ ผ่านเครื่องตรวจโลหะได้ไหม?

รองเท้าเซฟตี้แบบไม่มีส่วนประกอบโลหะ ผ่านเครื่องตรวจโลหะได้หรือไม่?

รองเท้าเซฟตี้แบบไม่มีส่วนประกอบโลหะ หรือ Metal-Free Safety Shoes มีโอกาสผ่านเครื่องตรวจโลหะโดยไม่ทำให้เกิดสัญญาณเตือน เนื่องจากใช้วัสดุที่ไม่ใช่โลหะในส่วนประกอบสำคัญ เช่น หัวคอมโพสิตและแผ่นกันทะลุสังเคราะห์ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถรับประกันว่าจะผ่านทุกเครื่องได้ เพราะยังขึ้นอยู่กับส่วนประกอบทั้งหมดของรองเท้า ความไวของเครื่องตรวจ และเงื่อนไขการตรวจในแต่ละพื้นที่

รองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะ (Metal Free) คืออะไร?

รองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะ คือรองเท้านิรภัยที่ออกแบบโดยหลีกเลี่ยงส่วนประกอบโลหะ และเลือกใช้วัสดุทางเลือกเพื่อให้รองเท้ายังคงมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยตามที่กำหนด

รองเท้าประเภทนี้อาจใช้หัวรองเท้าคอมโพสิต (Composite Toe Cap) แทนหัวเหล็ก และใช้แผ่นกันทะลุที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์แทนแผ่นเหล็ก

สิ่งสำคัญคือคำว่า Metal Free ควรครอบคลุมทั้งรองเท้า ไม่ใช่เฉพาะส่วนหัว เพราะรองเท้าบางรุ่นแม้ใช้หัวคอมโพสิต แต่ยังมีส่วนประกอบโลหะอื่นซ่อนอยู่

ตัวอย่างส่วนประกอบที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ หัวรองเท้า แผ่นกันทะลุ ตาไก่ร้อยเชือก ซิป ตะขอ หรือชิ้นส่วนเสริมโครงสร้างรองเท้า

รองเท้าไม่มีโลหะยังเป็นรองเท้าเซฟตี้ได้หรือไม่?

ได้ หากรองเท้านั้นผ่านข้อกำหนดของมาตรฐานรองเท้านิรภัยที่เกี่ยวข้อง

วัสดุหัวรองเท้าไม่จำเป็นต้องเป็นเหล็กเสมอไป แต่ต้องมีคุณสมบัติป้องกันอันตรายตามข้อกำหนดของมาตรฐานและระดับการป้องกันที่ระบุสำหรับรุ่นนั้น

มาตรฐาน ISO 20345:2021 ครอบคลุมข้อกำหนดพื้นฐานและข้อกำหนดเพิ่มเติมของรองเท้านิรภัยสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น ความเสี่ยงทางกล การลื่น และความร้อน 

รองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะผ่านเครื่องตรวจโลหะได้จริงไหม?

โดยหลักการแล้ว เครื่องตรวจโลหะใช้ตรวจจับการมีอยู่ของวัสดุโลหะที่ส่งผลต่อสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของอุปกรณ์ รองเท้าแบบ Metal Free ที่ไม่มีชิ้นส่วนโลหะจริงจึงมีแนวโน้มทำให้เกิดสัญญาณเตือนจากตัวรองเท้าน้อยกว่ารองเท้าที่มีหัวเหล็กหรือแผ่นเหล็กกันทะลุ

อย่างไรก็ตาม การตรวจจริงมีปัจจัยมากกว่าชนิดหัวรองเท้า เช่น ระดับความไวที่ตั้งไว้ รูปแบบเครื่องตรวจ สิ่งของที่ติดตัวพนักงาน และวัตถุโลหะที่อาจติดมากับรองเท้า

ไม่ควรนำคุณสมบัติ Metal Free ไปตีความว่าเครื่องตรวจจะไม่ส่งสัญญาณเตือนอย่างแน่นอน

ปัจจัยที่อาจทำให้เครื่องตรวจโลหะยังส่งสัญญาณเตือน

  1. ส่วนประกอบโลหะที่ไม่ได้ตรวจสอบ เช่น ตะไบหรือชิ้นส่วนเสริมความแข็งแรงภายในรองเท้า

  2. อุปกรณ์เสริมที่เป็นโลหะ เช่น ตาไก่ ตะขอ หรือซิปบางประเภท

  3. สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่กับรองเท้า เช่น เศษลวดหรือเศษเหล็กในร่องพื้น

  4. วัตถุที่อยู่กับตัวผู้สวมใส่ เช่น กุญแจหรือหัวเข็มขัด

  5. ความไวของเครื่องตรวจ ซึ่งอาจตั้งค่าแตกต่างกันไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของพื้นที่

เพราะฉะนั้น หากโรงงานกำหนดให้พนักงานต้องผ่านเครื่องตรวจโลหะทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติงาน ควรเลือกจากข้อมูลส่วนประกอบของรองเท้าและทดสอบกับอุปกรณ์จริง

Metal Free, Composite Toe และ Non-Magnetic ต่างกันอย่างไร?

คำศัพท์ทั้งสามคำมักปรากฏในรายละเอียดรองเท้าเซฟตี้ แต่ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทั้งหมด

คำศัพท์

ความหมาย

สิ่งที่ต้องระวัง

Metal Free

รองเท้าออกแบบให้ไม่มีส่วนประกอบโลหะ

ตรวจสอบว่าครอบคลุมทั้งคู่จริงหรือไม่

Composite Toe

หัวนิรภัยผลิตจากวัสดุคอมโพสิต

ส่วนอื่นของรองเท้าอาจมีโลหะ

Non-Metallic

ระบุว่าส่วนประกอบหรือผลิตภัณฑ์ไม่ใช่โลหะ

ต้องดูว่าคำนี้อ้างถึงส่วนใด

Non-Magnetic

ไม่แสดงคุณสมบัติแม่เหล็กแบบวัสดุเฟอร์โรแมกเนติก หรือมีการตอบสนองทางแม่เหล็กต่ำตามบริบทที่ระบุ

ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโลหะหรือเครื่องตรวจจะตรวจไม่พบ

ตัวอย่างที่ควรทำความเข้าใจคือ รองเท้าเซฟตี้หัวคอมโพสิตอาจยังใช้แผ่นเหล็กกันทะลุใต้ฝ่าเท้าได้

ในกรณีนี้รองเท้ามี Composite Toe แต่ไม่ใช่รองเท้า Metal Free ทั้งคู่

ในทางกลับกัน รองเท้าที่ผู้ผลิตยืนยันว่าปราศจากชิ้นส่วนโลหะทั้งหมดจะตอบโจทย์การหลีกเลี่ยงโลหะได้ตรงกว่า แต่ยังต้องผ่านการตรวจสอบประสิทธิภาพกับระบบจริง

เปรียบเทียบรองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กกับหัวคอมโพสิต

หัวรองเท้าทั้งสองประเภทออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายจากแรงกระแทกหรือแรงบีบอัดเมื่อผ่านการรับรองที่เกี่ยวข้อง แต่มีลักษณะวัสดุแตกต่างกัน

คุณสมบัติ

Steel Toe

Composite Toe

วัสดุ

เหล็ก

วัสดุคอมโพสิตที่ไม่ใช่โลหะ

มีโลหะในส่วนหัว

มี

ไม่มี

น้ำหนักหัวรองเท้า

ขึ้นกับรูปทรงและความหนา

อาจเบากว่า ขึ้นกับการออกแบบ

การนำความร้อน

นำความร้อนได้ดี

โดยทั่วไปนำความร้อนต่ำกว่า

การผ่านเครื่องตรวจโลหะ

มีโอกาสกระตุ้นการตรวจจับ

ส่วนหัวไม่มีโลหะ แต่ต้องตรวจส่วนอื่น

ความสามารถในการป้องกัน

ตามผลทดสอบและการรับรองของรุ่น

ตามผลทดสอบและการรับรองของรุ่น

รองเท้าหัวคอมโพสิตไม่ควรถูกมองว่าปลอดภัยกว่าหรือด้อยกว่าหัวเหล็กโดยอัตโนมัติ เพราะสิ่งที่ต้องพิจารณาคือมาตรฐานและผลการทดสอบของรองเท้าแต่ละรุ่น

อีกประเด็นหนึ่งคือ น้ำหนักของรองเท้าทั้งคู่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุหัวรองเท้าเพียงอย่างเดียว พื้นรองเท้า หนัง ผ้า และส่วนเสริมต่าง ๆ ล้วนมีผลต่อน้ำหนักรวม

ส่วนประกอบใดบ้างที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้ Metal Free?

การตรวจสอบรองเท้าอย่างละเอียดช่วยลดความเสี่ยงในการจัดซื้อผิดประเภท โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องซื้อให้พนักงานจำนวนมาก

1. หัวรองเท้า (Safety Toe Cap)

ควรตรวจสอบว่าหัวรองเท้าผลิตจากวัสดุอะไร และมีเอกสารยืนยันคุณสมบัติด้านความปลอดภัยหรือไม่

หัวคอมโพสิตอาจผลิตจากไฟเบอร์กลาสหรือวัสดุสังเคราะห์ชนิดต่าง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต

2. แผ่นกันทะลุ (Puncture-Resistant Insert)

ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเหยียบวัตถุแหลมคม รองเท้าควรมีคุณสมบัติป้องกันการทะลุตามความเหมาะสม

รองเท้าแบบไม่มีโลหะสามารถใช้แผ่นกันทะลุจากสิ่งทอทางเทคนิคหรือวัสดุสังเคราะห์ที่ผ่านการทดสอบได้ แต่ต้องตรวจสอบมาตรฐานและความสามารถในการป้องกันตามรุ่น

ไม่ควรสรุปว่าแผ่นกันทะลุจากวัสดุสังเคราะห์ทุกชนิดมีประสิทธิภาพเท่ากัน

3. อุปกรณ์ประกอบรองเท้า

ส่วนเล็ก ๆ มักเป็นจุดที่ถูกมองข้าม เช่น

  • ตาไก่สำหรับร้อยเชือก

  • ตะขอเกี่ยวเชือก

  • หัวซิปหรือหัวเข็มขัด

  • ชิ้นส่วนเสริมความแข็งแรงภายใน

  • อุปกรณ์ตกแต่งที่เป็นโลหะ

การตรวจสอบเอกสาร Technical Data Sheet จากผู้ผลิตจะให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือกว่าการดูจากภาพสินค้าอย่างเดียว

4. พื้นรองเท้าและคุณสมบัติเฉพาะทาง

นอกเหนือจากการไม่มีโลหะ ยังต้องดูว่าพื้นรองเท้ารองรับสภาพหน้างานหรือไม่ เช่น พื้นลื่น พื้นเปียก น้ำมัน หรือพื้นที่ควบคุมไฟฟ้าสถิต

รองเท้า Metal Free ไม่ได้หมายความว่าเป็นรองเท้า ESD หรือรองเท้าฉนวนไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ คุณสมบัติเหล่านี้ต้องตรวจสอบแยกตามมาตรฐานและเอกสารของรุ่น

รองเท้าเซฟตี้ Metal Free เหมาะกับงานประเภทใด?

รองเท้าเซฟตี้ที่ไม่มีโลหะเหมาะกับองค์กรที่ต้องการลดปัญหาจากส่วนประกอบโลหะในรองเท้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการตรวจคัดกรองก่อนเข้าออก

โรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่ม

บางโรงงานอาจมีมาตรการควบคุมวัตถุแปลกปลอมหรือกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับวัสดุที่พนักงานนำเข้าพื้นที่ผลิต

รองเท้า Metal Free อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ที่ต้องผ่านเครื่องตรวจโลหะแบบตรวจบุคคล แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างเครื่องตรวจโลหะสำหรับพนักงานกับเครื่องตรวจสิ่งปนเปื้อนในสายการผลิต เพราะอุปกรณ์ทั้งสองประเภทมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

สำหรับพื้นที่ผลิตอาหาร ยังต้องพิจารณาความสะอาด พื้นกันลื่น และข้อกำหนดด้านสุขอนามัยของโรงงานร่วมด้วย

โรงงานอิเล็กทรอนิกส์

โรงงานอิเล็กทรอนิกส์บางแห่งกำหนดให้พนักงานใช้รองเท้าที่ควบคุมการสะสมหรือการคายประจุไฟฟ้าสถิต เพื่อช่วยปกป้องชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อประจุไฟฟ้า

หากพื้นที่นั้นมีเครื่องตรวจโลหะด้วย ผู้รับผิดชอบควรตรวจสอบทั้งคุณสมบัติ Metal Free และ ESD แยกจากกัน ไม่ควรใช้คุณสมบัติอย่างหนึ่งแทนการรับรองอีกอย่างหนึ่ง

คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า

พนักงานคลังสินค้ามักต้องเดิน ทำงานกับพาเลท รถยก หรืออุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า จึงมีความเสี่ยงจากวัตถุหนักตกกระแทกเท้าหรือพื้นลื่น

หากมีจุดตรวจโลหะบริเวณทางเข้าออก รองเท้าที่ไม่มีโลหะอาจช่วยลดสาเหตุหนึ่งของการแจ้งเตือน แต่ไม่ควรละเลยคุณสมบัติป้องกันการกระแทก การบีบอัด และการลื่น

พื้นที่ควบคุมการเข้าออก

สถานที่ที่กำหนดให้พนักงานผ่านเครื่องตรวจโลหะเป็นประจำ อาจพิจารณาใช้รองเท้า Metal Free เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการแต่งกาย

อย่างไรก็ตาม รองเท้าไม่มีโลหะไม่ใช่สิทธิยกเว้นการตรวจ พนักงานยังต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยตามปกติ

วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะสำหรับโรงงานอย่างเป็นขั้นตอน

การเลือกรองเท้าให้เหมาะกับโรงงานควรเริ่มจากความปลอดภัยของพนักงาน แล้วจึงพิจารณาข้อจำกัดของระบบตรวจโลหะ

ขั้นตอนที่ 1 ประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ทำงาน

พิจารณาว่าหน้างานมีอันตรายอะไรบ้าง เช่น วัตถุหนักตกใส่เท้า ของแหลมคม พื้นเปียก น้ำมัน ความร้อน หรือความเสี่ยงทางไฟฟ้า

รองเท้าที่ผ่านเครื่องตรวจโลหะได้แต่ป้องกันอันตรายในพื้นที่ทำงานได้ไม่เพียงพอ ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 2 กำหนดคุณสมบัติรองเท้าที่ต้องการ

ระบุว่าต้องการรองเท้าไม่มีโลหะทั้งหมด หรือเพียงต้องการหัวรองเท้าแบบคอมโพสิต พร้อมกำหนดคุณสมบัติอื่นตามผลประเมินความเสี่ยง เช่น กันลื่น กันทะลุ หรือ ESD

ขั้นตอนที่ 3 ขอเอกสารจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย

ขอ Technical Data Sheet และหลักฐานมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นข้อมูลวัสดุหัวรองเท้า แผ่นกันทะลุ และชิ้นส่วนประกอบทั้งหมด

หากเอกสารระบุเพียง Composite Toe โดยไม่ได้ระบุ Metal Free ไม่ควรสรุปว่ารองเท้าไม่มีโลหะทั้งคู่

ขั้นตอนที่ 4 ทดลองใช้กับเครื่องตรวจโลหะจริง

ก่อนจัดซื้อจำนวนมาก ให้ประสานฝ่ายรักษาความปลอดภัยเพื่อดำเนินการทดสอบตามข้อกำหนดที่ได้รับอนุญาต โดยใช้เครื่องตรวจและขั้นตอนปฏิบัติจริงของสถานที่

การทดสอบควรควบคุมปัจจัยรบกวนที่ไม่เกี่ยวข้องกับรองเท้า และบันทึกผลอย่างเป็นระบบ โดยไม่ปรับลดระดับความปลอดภัยของเครื่องตรวจเพียงเพื่อให้รองเท้าผ่าน

ขั้นตอนที่ 5 ทดลองสวมใส่ในงานจริง

ให้พนักงานทดลองขนาดและความกระชับ ตรวจสอบการยึดเกาะพื้น และประเมินความสบายระหว่างการใช้งานตามสภาพงาน

รองเท้าที่สวมไม่พอดีอาจทำให้เกิดการเสียดสีหรือรบกวนการเดิน แม้จะมีคุณสมบัติความปลอดภัยตรงตามข้อกำหนดก็ตาม

ขั้นตอนที่ 6 กำหนดรุ่นที่ผ่านการอนุมัติ

หลังตรวจสอบเอกสารและผลทดสอบแล้ว ควรบันทึกรหัสรุ่น ขนาด เอกสารอ้างอิง และเงื่อนไขการอนุมัติไว้ในรายการรองเท้าที่อนุญาตให้ใช้งาน

หากผู้ผลิตเปลี่ยนส่วนประกอบหรือองค์กรเปลี่ยนเครื่องตรวจโลหะ ควรทบทวนความเหมาะสมอีกครั้ง

Checklist ก่อนสั่งซื้อรองเท้าเซฟตี้ Metal Free

รายการตรวจสอบสำหรับฝ่ายจัดซื้อและ จป.


ข้อดีและข้อจำกัดของรองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะ

ข้อดีที่ควรพิจารณา

รองเท้า Metal Free ช่วยลดการใช้ส่วนประกอบโลหะในรองเท้า เหมาะกับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการตรวจจับโลหะ และบางรุ่นอาจมีน้ำหนักหรือคุณสมบัติด้านการนำความร้อนที่แตกต่างจากรุ่นหัวเหล็ก

รองเท้าแบบนี้จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับองค์กรที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้รองเท้าทั่วไปที่ไม่มีหัวนิรภัย

ข้อจำกัดที่ไม่ควรมองข้าม

แม้รองเท้าจะระบุ Metal Free แต่ไม่สามารถยืนยันการผ่านเครื่องตรวจโลหะทุกระบบได้โดยอาศัยคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ไม่ใช่รองเท้า Metal Free ทุกรุ่นจะกันทะลุ กันน้ำ กันลื่น หรือป้องกันไฟฟ้าสถิตได้ตามระดับที่แต่ละหน้างานต้องการ

ต้นทุนการจัดซื้อและความสบายก็แตกต่างกันตามรุ่น จึงควรเปรียบเทียบข้อมูลสินค้าจริงมากกว่าตัดสินจากประเภทวัสดุเพียงอย่างเดียว

มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ที่ควรตรวจสอบ

สำหรับรองเท้านิรภัยที่ใช้ในโรงงาน การดูมาตรฐานเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาคุณสมบัติป้องกันอันตราย

ISO 20345:2021 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับรองเท้านิรภัย ซึ่งครอบคลุมข้อกำหนดพื้นฐานและข้อกำหนดเพิ่มเติมของรองเท้า โดยมีฉบับแก้ไขเพิ่มเติม Amd 1:2024 

ส่วน ASTM F2413-24 เป็นมาตรฐานด้านข้อกำหนดสมรรถนะของรองเท้าหัวนิรภัย ครอบคลุมข้อกำหนดที่เกี่ยวกับอันตรายหลายประเภท เช่น แรงกระแทก แรงบีบอัด และความเสี่ยงเฉพาะทางตามการระบุของผลิตภัณฑ์ 

ต้องทำความเข้าใจว่า การผ่านมาตรฐานรองเท้านิรภัยไม่ใช่ใบรับรองว่าจะผ่านเครื่องตรวจโลหะ เพราะเป็นคนละเรื่องกับการตรวจจับของระบบรักษาความปลอดภัย

นอกจากนั้น มาตรฐานแต่ละฉบับมีรุ่นปีและข้อกำหนดต่างกัน ควรตรวจสอบเอกสารที่ผู้ผลิตออกให้ตรงกับรองเท้ารุ่นที่จัดซื้อจริง

สรุป: รองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะเหมาะกับโรงงานของคุณหรือไม่?

หากโรงงานมีเครื่องตรวจโลหะอยู่บริเวณทางเข้าออก รองเท้าเซฟตี้ Metal Free เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา เพราะช่วยลดการมีชิ้นส่วนโลหะจากตัวรองเท้า ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจทำให้เครื่องตรวจส่งสัญญาณเตือน

แต่การตัดสินใจไม่ควรหยุดอยู่แค่การเลือกหัวคอมโพสิต ต้องตรวจสอบวัสดุทั้งหมดของรองเท้า มาตรฐานความปลอดภัย และทดสอบการใช้งานตามขั้นตอนจริงของโรงงานด้วย

สิ่งสำคัญที่สุดคือเลือกรองเท้าที่ปลอดภัยสำหรับงานและสอดคล้องกับข้อกำหนดของสถานที่ ไม่ใช่เลือกรองเท้าที่เพียงแค่ไม่ทำให้เครื่องตรวจโลหะส่งสัญญาณเตือน

สำหรับองค์กรที่กำลังจัดซื้อรองเท้านิรภัยให้พนักงาน สามารถศึกษาประเภทและคุณสมบัติของรองเท้าเพิ่มเติมได้ที่ รองเท้าเซฟตี้ Master Safety และสอบถามข้อมูลวัสดุหรือมาตรฐานของรุ่นที่สนใจก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

1. รองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะผ่านเครื่องตรวจโลหะได้ 100% หรือไม่?

ไม่สามารถรับประกันได้ 100% แม้ตัวรองเท้าไม่มีโลหะจริง เพราะผลการตรวจยังขึ้นอยู่กับเครื่องตรวจ การตั้งค่าความไว และสิ่งของอื่นที่อยู่กับผู้สวมใส่

2. รองเท้าเซฟตี้หัวคอมโพสิตมีโลหะหรือไม่?

หัวคอมโพสิตที่เป็นวัสดุ Non-Metallic ไม่มีโลหะในส่วนหัว แต่รองเท้าทั้งคู่อาจมีแผ่นเหล็กกันทะลุ ตาไก่ หรืออุปกรณ์ประกอบที่เป็นโลหะได้

3. รองเท้า Metal Free กับรองเท้า Non-Magnetic เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน Metal Free หมายถึงไม่มีส่วนประกอบโลหะตามขอบเขตที่ผู้ผลิตระบุ ขณะที่ Non-Magnetic เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางแม่เหล็ก ซึ่งไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีโลหะทั้งหมด

4. รองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะป้องกันแรงกระแทกได้หรือไม่?

ได้ หากเป็นรองเท้านิรภัยที่ใช้หัวป้องกันชนิดไม่มีโลหะและผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง โดยต้องตรวจสอบเอกสารรับรองของรุ่นนั้น

5. รองเท้าเซฟตี้ Metal Free จำเป็นต้องมีแผ่นกันทะลุไหม?

ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของหน้างาน หากมีความเสี่ยงจากการเหยียบวัตถุแหลมคม ควรเลือกรุ่นที่มีคุณสมบัติกันทะลุตามมาตรฐานที่เหมาะสม โดยสามารถใช้แผ่นกันทะลุชนิดไม่มีโลหะได้

6. รองเท้า Metal Free ใช้ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่?

ใช้ได้เมื่อรองเท้ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของพื้นที่ หากโรงงานกำหนดรองเท้า ESD ต้องตรวจสอบการรับรอง ESD แยกต่างหาก เพราะการไม่มีโลหะไม่ได้หมายความว่ารองเท้าควบคุมไฟฟ้าสถิตได้

7. ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้สำหรับผ่านเครื่องตรวจโลหะควรตรวจอะไร?

ควรตรวจวัสดุหัวรองเท้า แผ่นกันทะลุ ส่วนประกอบอื่น เอกสารมาตรฐาน และทดสอบกับเครื่องตรวจของสถานที่ตามขั้นตอนที่ได้รับอนุญาต ก่อนอนุมัติจัดซื้อจำนวนมาก


#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้าเซฟตี้ไม่มีโลหะ #MetalFreeSafetyShoes #CompositeToe #รองเท้านิรภัย #อุปกรณ์เซฟตี้ #ความปลอดภัยในโรงงาน

ความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเผยแพร่

เพิ่มบันทึกการสั่งซื้อ

    กำลังมองหาสินค้าใช่ไหม?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE