วิธีใส่หน้ากากกันฝุ่นให้ถูกต้อง ป้องกันฝุ่นได้เต็มประสิทธิภาพ

วิธีใส่หน้ากากกันฝุ่นให้ถูกต้อง ป้องกันฝุ่นได้เต็มประสิทธิภาพ

วิธีใส่หน้ากากกันฝุ่นให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันฝุ่นได้เต็มประสิทธิภาพ

การใส่ หน้ากากกันฝุ่น ให้ป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่นำหน้ากากมาปิดจมูกและปาก แต่ต้องให้ขอบหน้ากากแนบสนิทกับใบหน้า ตั้งแต่บริเวณสันจมูก แก้ม ไปจนถึงใต้คาง พร้อมปรับสายรัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และทำ User Seal Check ทุกครั้งหลังสวม

หากรู้สึกว่ามีลมรั่วบริเวณขอบหน้ากาก ควรปรับตำแหน่ง แถบจมูก หรือสายรัดใหม่ก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่มีฝุ่น เพราะฝุ่นสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจผ่านช่องว่างรอบหน้ากากได้ แม้ว่าวัสดุกรองของหน้ากากจะมีประสิทธิภาพสูงก็ตาม


ทำไมวิธีใส่หน้ากากกันฝุ่นจึงสำคัญ?

หลายคนเลือกซื้อหน้ากากโดยดูเฉพาะมาตรฐานหรือประสิทธิภาพของแผ่นกรอง แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ความกระชับของหน้ากากกับใบหน้า

สำหรับหน้ากากหรือ Respirator แบบ Tight-fitting อากาศที่เราหายใจควรผ่านวัสดุกรองของหน้ากาก หากมีช่องว่างบริเวณขอบ อากาศปนเปื้อนสามารถไหลเข้าทางช่องว่างเหล่านั้นแทนที่จะผ่านตัวกรองได้

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหน้ากากที่มีมาตรฐานดี แต่เลือกขนาดไม่เหมาะหรือใส่ไม่ถูกวิธี ก็อาจให้การป้องกันต่ำกว่าที่ควรจะเป็น


7 ขั้นตอน วิธีใส่หน้ากากกันฝุ่นให้ถูกต้อง

1. ล้างมือและตรวจสภาพหน้ากากก่อนใส่

ก่อนจับหน้ากาก ควรทำความสะอาดมือและเช็ดให้แห้ง จากนั้นตรวจสอบหน้ากากว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น

  • หน้ากากฉีกหรือเป็นรู

  • ตัวหน้ากากเสียรูป

  • สายรัดหย่อนหรือขาด

  • หน้ากากเปียกหรือมีความชื้น

  • หน้ากากสกปรกมาก

  • แถบปรับบริเวณจมูกเสียหาย

หากพบความเสียหาย ไม่ควรฝืนใช้งาน เพราะอาจส่งผลต่อความสามารถในการกรองหรือการแนบสนิทกับใบหน้า แนวทางของ NIOSH แนะนำให้ตรวจสภาพ Respirator ก่อนสวม และไม่ใช้หากเสียหาย สกปรก เปียก หรือสายรัดเสื่อมสภาพ


2. หันด้านของหน้ากากให้ถูกต้อง

ก่อนสวมให้ดูว่าด้านใดเป็นด้านบนและด้านล่าง

หน้ากากกรองอนุภาคหลายรุ่นจะมี แถบปรับรูปบริเวณสันจมูก (Nose Clip/Nosepiece) อยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างต้องคลุมลงมาจนถึงใต้คาง

อย่ากลับด้านหน้ากาก เพราะรูปทรงที่ออกแบบมาสำหรับรับกับจมูก แก้ม และคางอาจไม่สามารถแนบกับใบหน้าได้อย่างเหมาะสม


3. วางหน้ากากให้ครอบจมูก ปาก และใต้คาง

นำหน้ากากมาวางบนใบหน้าโดยให้

  • ด้านบนคลุมเหนือจมูก

  • หน้ากากคลุมปากทั้งหมด

  • ด้านล่างครอบลงมาถึงใต้คาง

ควรวางหน้ากากให้อยู่กึ่งกลางใบหน้า ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง และไม่ควรมีขอบหน้ากากพับเข้าไปด้านใน


4. จัดตำแหน่งสายรัดให้ถูกต้อง

หากเป็นหน้ากากกรองอนุภาคแบบมี สายรัดศีรษะ 2 เส้น โดยทั่วไปควรจัดตำแหน่งดังนี้

สายรัด ตำแหน่งที่เหมาะสม
สายด้านบน บริเวณด้านหลังศีรษะเหนือระดับหูหรือใกล้กระหม่อม
สายด้านล่าง ด้านหลังคอ ต่ำกว่าระดับหู

สายควรวางราบ ไม่บิด ไม่ไขว้ และไม่หลวมจนหน้ากากเคลื่อนขณะพูดหรือขยับศีรษะ แนวทางของ NIOSH ระบุให้วางสายด้านบนบริเวณส่วนบนของศีรษะและสายด้านล่างบริเวณด้านหลังคอ

ข้อควรจำ: สำหรับหน้ากากแต่ละรุ่น ควรปฏิบัติตามคู่มือของผู้ผลิตเป็นหลัก เพราะรูปแบบสายและวิธีสวมอาจแตกต่างกัน


5. ปรับแถบจมูกด้วยมือทั้งสองข้าง

หลังวางหน้ากากแล้ว ให้ใช้ปลายนิ้วของ มือทั้งสองข้าง กดแถบจมูกจากบริเวณกึ่งกลางออกไปด้านข้าง เพื่อให้เข้ากับรูปทรงของสันจมูก

ไม่ควรบีบเฉพาะจุดตรงกลางด้วยมือเดียว เพราะอาจทำให้เกิดมุมหรือช่องว่างข้างจมูก

บริเวณนี้เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่เกิดการรั่วได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ใส่แว่นและพบว่ามีฝ้าขึ้นบนเลนส์บ่อย ๆ


6. ตรวจความแนบสนิทด้วย User Seal Check

ขั้นตอนนี้สำคัญมากและควรทำ ทุกครั้งที่ใส่หน้ากากแบบ Tight-fitting

OSHA กำหนดให้ผู้ใช้ Tight-fitting Respirator ทำ User Seal Check ทุกครั้งที่สวม เพื่อดูว่าหน้ากากอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและไม่มีการรั่วที่สังเกตได้

Positive Pressure Check

วิธีทั่วไปคือ

  1. ใช้มือทั้งสองข้างครอบบริเวณหน้ากากตามคำแนะนำของผู้ผลิต

  2. หายใจออกเบา ๆ

  3. สังเกตว่ามีอากาศออกบริเวณขอบหน้ากากหรือไม่

หากรู้สึกว่าลมออกบริเวณจมูก แก้ม หรือคาง แสดงว่าหน้ากากยังไม่แนบสนิท ควรปรับใหม่

Negative Pressure Check

สำหรับหน้ากากหรือ Respirator บางประเภทสามารถตรวจโดย

  1. ปิดบริเวณทางเข้าของอากาศตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด

  2. หายใจเข้า

  3. สังเกตว่าหน้ากากยุบเข้าหาใบหน้าเล็กน้อยหรือไม่

หากยังรู้สึกว่ามีอากาศรั่วเข้า แสดงว่าควรปรับหน้ากากใหม่

วิธี Seal Check ต้องยึดตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพราะหน้ากากแต่ละรูปแบบอาจมีวิธีตรวจแตกต่างกัน


7. ทดลองขยับศีรษะก่อนเริ่มทำงาน

หลังตรวจรอยรั่วแล้ว ลอง

  • หันหน้าไปทางซ้ายและขวา

  • เงยหน้า

  • ก้มหน้า

  • พูด

  • หายใจลึก ๆ

หน้ากากควรยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่เลื่อนขึ้นลงง่าย และไม่เกิดช่องว่างรอบขอบหน้ากาก

หากหน้ากากเลื่อนหรือเกิดรอยรั่วเมื่อเคลื่อนไหว อาจหมายความว่าขนาดหรือรูปทรงหน้ากากไม่เหมาะกับใบหน้า


ตารางเช็ก ใส่หน้ากากกันฝุ่นถูกหรือยัง?

จุดตรวจ ถูกต้อง ควรแก้ไข
จมูก หน้ากากคลุมจมูกทั้งหมด จมูกโผล่ออกมานอกหน้ากาก
ปาก ปิดปากทั้งหมด หน้ากากเลื่อนจนเห็นปาก
คาง ขอบหน้ากากอยู่ใต้คาง หน้ากากวางอยู่เหนือคาง
Nose Clip แนบตามรูปสันจมูก มีช่องว่างข้างจมูก
สายรัด อยู่ในตำแหน่งตามคู่มือ สายบิด ไขว้ หรือหลวม
ขอบหน้ากาก แนบกับผิวหน้า มีช่องว่างบริเวณแก้มหรือคาง
Seal Check ไม่รู้สึกถึงลมรั่ว มีลมออกหรือเข้าโดยรอบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาใส่หน้ากากกันฝุ่น

ใส่หน้ากากไว้ใต้จมูก

เป็นข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย เพราะผู้ใช้อาจรู้สึกหายใจสะดวกขึ้น แต่การเปิดจมูกทำให้สูดอากาศโดยไม่ผ่านวัสดุกรองโดยตรง

หน้ากากจึงต้องคลุม ทั้งจมูกและปากพร้อมกัน


สายรัดหลวมเกินไป

หน้ากากอาจดูเหมือนอยู่ในตำแหน่งปกติ แต่หากสายหลวม ขอบหน้ากากจะไม่แนบกับแก้มและคาง ทำให้อากาศสามารถไหลผ่านขอบได้


กดแถบจมูกไม่เข้ารูป

ช่องเล็ก ๆ บริเวณข้างจมูกก็สามารถเป็นเส้นทางให้อากาศผ่านได้

ดังนั้นหลังสวมทุกครั้งควรปรับ Nose Clip ให้รับกับรูปทรงของจมูก


มีหนวดหรือเคราอยู่บริเวณขอบหน้ากาก

สำหรับ Tight-fitting Respirator หนวด เครา หรือขนบนใบหน้าที่อยู่ระหว่างผิวกับพื้นผิวซีลของหน้ากากสามารถรบกวนการแนบสนิทได้ OSHA ระบุว่าการทำ Fit Test ไม่ควรดำเนินการเมื่อมีขนบนใบหน้าขวางบริเวณที่หน้ากากต้องซีลกับผิว


ใช้หน้ากากผิดประเภทกับความเสี่ยง

คำว่า หน้ากากกันฝุ่น มีหลายประเภท และไม่ใช่ทุกรุ่นจะเหมาะกับทุกสภาพแวดล้อม

หากพื้นที่ทำงานมีทั้งฝุ่น ก๊าซ ไอระเหยสารเคมี หรือสารปนเปื้อนอื่น ควรประเมินอันตรายและเลือก Respirator รวมถึงไส้กรองให้เหมาะสม ไม่ควรเลือกจากคำว่า “กันฝุ่น” เพียงอย่างเดียว


User Seal Check กับ Fit Test ต่างกันอย่างไร?

สองคำนี้มักถูกเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วต่างกัน

หัวข้อ User Seal Check Fit Test
จุดประสงค์ ตรวจว่าครั้งนี้ใส่หน้ากากแนบหน้าหรือไม่ ตรวจว่ารุ่นและขนาดเหมาะกับผู้สวมหรือไม่
ทำเมื่อไร ทุกครั้งหลังใส่ ก่อนใช้งานตามระบบงานและตามระยะที่กำหนด
ผู้ทำ ผู้สวมสามารถตรวจเอง ดำเนินการตามขั้นตอนการ Fit Test
ใช้แทนกันได้ไหม ไม่ได้ ไม่ได้

User Seal Check ไม่สามารถใช้แทน Fit Test ได้ โดย OSHA ระบุให้ผู้ที่ใช้ Tight-fitting Respirator ในงานที่อยู่ภายใต้มาตรฐาน Respiratory Protection ผ่าน Fit Test ที่เหมาะสม และทำ Seal Check ทุกครั้งที่สวม


ใส่หน้ากากแล้วแว่นเป็นฝ้า แปลว่าหน้ากากรั่วหรือไม่?

มีโอกาสเป็นไปได้ โดยเฉพาะหากลมหายใจพุ่งขึ้นบริเวณข้างจมูก

NIOSH ระบุในการแนะนำการทำ Positive User Seal Check ว่า หากรู้สึกถึงอากาศรั่วออกบริเวณขอบ หรือแว่นเกิดฝ้า ควรปรับ Respirator แล้วตรวจ Seal Check ใหม่

อย่างไรก็ตาม แว่นเป็นฝ้าอาจเกิดจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย จึงควรตรวจความแนบสนิทของหน้ากากทั้งหมด ไม่ควรดูจากฝ้าที่แว่นเพียงอย่างเดียว


หน้ากากแน่นมาก แปลว่าป้องกันได้ดีกว่าหรือไม่?

ไม่จำเป็น

หน้ากากที่เหมาะสมควร กระชับและแนบกับใบหน้า แต่ไม่จำเป็นต้องรัดแน่นจนเจ็บ

OSHA ใช้ความตึงของสายรัดที่เหมาะสมและไม่รัดมากเกินไปเป็นหนึ่งในเกณฑ์ประเมินความเหมาะสมของ Respirator ระหว่างการ Fit Test

หากต้องดึงสายให้แน่นมากถึงจะปิดช่องว่างได้ อาจเป็นสัญญาณว่ารูปทรงหรือขนาดของหน้ากากไม่เหมาะกับใบหน้า


วิธีถอดหน้ากากกันฝุ่นให้ถูกต้อง

การถอดหน้ากากก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะหลังเข้าไปในบริเวณที่มีฝุ่นจำนวนมาก

ควรหลีกเลี่ยงการจับบริเวณด้านหน้าของหน้ากากโดยตรง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอาจมีฝุ่นหรือสิ่งปนเปื้อนสะสมอยู่

สำหรับ Respirator แบบสายรัดศีรษะ NIOSH แนะนำให้ถอดโดยจับสายรัดแทนการจับพื้นผิวด้านหน้าของหน้ากาก

หลังถอดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตเกี่ยวกับการทิ้ง การเก็บ หรือการนำกลับมาใช้งาน


สรุป วิธีใส่หน้ากากกันฝุ่นให้ป้องกันได้เต็มประสิทธิภาพ

การเลือก หน้ากากกันฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของการป้องกัน อีกครึ่งหนึ่งคือการใส่ให้ถูกต้อง

จำหลักง่าย ๆ ว่า

ครอบจมูก → ปิดปาก → คลุมคาง → จัดสาย → กดจมูก → เช็กรอยรั่ว

และก่อนเข้าไปในพื้นที่ที่มีฝุ่น ควรตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างบริเวณจมูก แก้ม และคาง

โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้ Respirator ในโรงงาน งานก่อสร้าง งานขัด งานเจียร งานไม้ หรือพื้นที่ที่มีฝุ่นเป็นประจำ การเลือกหน้ากากให้เหมาะกับความเสี่ยงและทำ User Seal Check ทุกครั้งก่อนใช้งาน จะช่วยให้หน้ากากสามารถทำหน้าที่ได้อย่างที่ควรจะเป็น


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีใส่หน้ากากกันฝุ่น

1. วิธีใส่หน้ากากกันฝุ่นที่ถูกต้องต้องคลุมตรงไหนบ้าง?

หน้ากากควรคลุมจมูกและปากทั้งหมด พร้อมให้ขอบด้านล่างอยู่ใต้คาง และขอบโดยรอบแนบกับใบหน้าโดยไม่มีช่องว่างที่เห็นหรือรู้สึกถึงลมรั่ว

2. ใส่หน้ากากกันฝุ่นแล้วต้องเช็กทุกครั้งหรือไม่?

สำหรับ Tight-fitting Respirator ควรทำ User Seal Check ทุกครั้งหลังสวม เพื่อดูว่าหน้ากากอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและไม่มีการรั่วบริเวณขอบ

3. หน้ากาก N95 ใส่ใต้จมูกได้หรือไม่?

ไม่ควร เพราะจมูกจะสัมผัสอากาศโดยไม่ผ่านวัสดุกรอง หน้ากากต้องคลุมทั้งจมูกและปากเพื่อให้สามารถทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้

4. หนวดหรือเครามีผลต่อหน้ากากกันฝุ่นหรือไม่?

มีผลได้ หากหนวดหรือเคราอยู่บริเวณที่ขอบของ Tight-fitting Respirator ต้องสัมผัสกับผิวหน้า เพราะสามารถทำให้เกิดช่องว่างและรบกวนการซีลของหน้ากากได้

5. ทำไมใส่หน้ากากแล้วแว่นเป็นฝ้า?

สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากลมหายใจรั่วขึ้นบริเวณข้างจมูก ควรปรับ Nose Clip และตำแหน่งหน้ากาก จากนั้นทำ Seal Check ใหม่

6. User Seal Check เหมือนกับ Fit Test หรือไม่?

ไม่เหมือนกัน User Seal Check เป็นการตรวจความแนบสนิททุกครั้งที่ใส่ ส่วน Fit Test ใช้ประเมินว่ารุ่น รูปทรง และขนาดของ Respirator เหมาะกับใบหน้าของผู้สวมหรือไม่ และ User Seal Check ไม่สามารถใช้แทน Fit Test ได้

7. หน้ากากกันฝุ่นใช้ป้องกันสารเคมีได้หรือไม่?

ไม่ควรสรุปว่าป้องกันได้จากคำว่า “หน้ากากกันฝุ่น” เพียงอย่างเดียว เพราะหน้ากากกรองอนุภาคถูกออกแบบสำหรับอนุภาคตามขอบเขตที่กำหนด หากมีไอระเหย ก๊าซ หรือสารเคมี ต้องเลือก Respirator และตลับ/ไส้กรองตามชนิดและระดับของอันตราย

8. ถ้าหน้ากากไม่แนบกับหน้า ควรทำอย่างไร?

ลองปรับตำแหน่งหน้ากาก สายรัด และแถบจมูก จากนั้นทำ Seal Check อีกครั้ง หากยังเกิดรอยรั่ว อาจต้องเปลี่ยนขนาด รุ่น หรือรูปทรงของหน้ากากให้เหมาะกับใบหน้ามากขึ้น


#หน้ากากกันฝุ่น #วิธีใส่หน้ากากกันฝุ่น #หน้ากากN95 #วิธีใส่N95 #หน้ากากป้องกันฝุ่น #ป้องกันฝุ่น #PM25 #Respirator #UserSealCheck #FitTest #อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ #ความปลอดภัยในการทำงาน #PPE

ความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นต้องได้รับอนุญาตก่อนถึงจะเผยแพร่

เพิ่มบันทึกการสั่งซื้อ

    กำลังมองหาสินค้าใช่ไหม?

    Popular Searches:  Jeans  Dress  Top  Summer  SALE  

    LINE