ตลับกรอง A1/A2, B, E, K คืออะไร? จำง่าย เลือกเร็ว ไม่พลาด

ตลับกรอง A1/A2, B, E, K คืออะไร? จำง่าย เลือกเร็ว ไม่พลาด
1) อ่านรหัสให้เป็นใน 10 วินาที (สูตรจำง่าย)
ให้จำเป็น “ชนิดสาร + ระดับความจุ”
ตัวอักษร = ชนิดสาร
-
A (น้ำตาล) = Organic → ไอระเหยสารอินทรีย์ (boiling point > 65°C) เช่น ตัวทำละลาย/ทินเนอร์/สี/กาว
-
B (เทา) = Inorganic → ก๊าซ/ไอระเหยอนินทรีย์ (ไม่รวม CO) เช่น คลอรีน, H₂S, HCN
-
E (เหลือง) = Acid gas → ก๊าซ/ไอระเหยกรด เช่น SO₂ และก๊าซกรดอื่น ๆ
-
K (เขียว) = Ammonia → แอมโมเนีย และอนุพันธ์แอมโมเนีย/เอมีนบางชนิด
ตัวเลข 1/2/3 = ระดับความจุ (Capacity)
-
1 = ต่ำ, 2 = กลาง, 3 = สูง (ยิ่งเลขมาก ยิ่งรองรับความเข้มข้น/ระยะใช้งานได้มากขึ้นตามการทดสอบมาตรฐาน)
จำสั้นสุด: A=อินทรีย์, B=อนินทรีย์, E=กรด, K=แอมโมเนีย | 1-2-3 = เล็ก-กลาง-ใหญ่
2) เลือกเร็วตาม “งานยอดฮิต” (ใช้จริงในโรงงาน)
งานพ่นสี/ทินเนอร์/กาว/เรซิ่น
-
โฟกัส A1 หรือ A2 (งานกลิ่นแรง/นาน/เข้มข้นขึ้น → ขยับเป็น A2)
งานสารทำความสะอาดกรด/ไอกรด/ก๊าซกรด
-
โฟกัส E1 หรือ E2
งานคลอรีน/ก๊าซอนินทรีย์/ก๊าซพิษบางชนิด
-
โฟกัส B1 หรือ B2
งานแอมโมเนีย (เช่น ห้องเย็นบางระบบ/สารทำความสะอาดบางชนิด)
-
โฟกัส K1 หรือ K2
3) ทำไม “A1 vs A2” สำคัญ (หลายคนพลาดตรงนี้)
A1 กับ A2 ไม่ได้แปลว่ากันคนละสาร แต่คือ “กันสารกลุ่ม A เหมือนกัน” ต่างกันที่ ความจุการดูดซับ/ความทนต่อความเข้มข้นและระยะเวลา
-
งานสั้น ๆ/กลิ่นไม่แรงมาก → A1 มักพอ
-
งานนานขึ้น/กลิ่นแรง/พื้นที่อากาศนิ่ง → A2 ปลอดภัยกว่า (เพราะความจุสูงกว่า)
4) เลือกแบบ “รวมหลายชนิด” ให้จบในตลับเดียว (ABEK)
ในหน้างานจริงเจอสารปนกันบ่อย จึงมีตลับแบบรวม เช่น ABEK1 (น้ำตาล-เทา-เหลือง-เขียว)
-
ABEK = กันได้ทั้ง A + B + E + K
-
เลข 1/2/3 = ระดับความจุของชุดนั้น
ถ้ามี “ฝุ่น/ละออง” ร่วมด้วย ต้องเลือกแบบ ผสมกรองฝุ่น (P) เพิ่ม เช่น ABEK1P3 (ชื่ออาจต่างกันตามแบรนด์) หลักคือ “ก๊าซ + อนุภาค” ต้องมีทั้งสองส่วน
5) เช็กลิสต์ “ไม่พลาด” ก่อนซื้อ/ก่อนใช้
-
รู้สารให้ชัด (ชื่อสาร/กลุ่มสาร) แล้วค่อยเลือก A/B/E/K
-
เลือก ระดับ 1/2/3 ตาม “เข้มข้น + ระยะเวลา + การระบายอากาศ”
-
ทำ Seal check ทุกครั้ง (หน้ากากรั่ว = ตลับดีแค่ไหนก็ไม่ช่วย)
-
อย่ารอให้ได้กลิ่น แล้วค่อยเปลี่ยนตลับ—ต้องมีแผนเปลี่ยนตามงาน/ผู้ผลิต
-
ถ้าเป็น ที่อับอากาศ/ออกซิเจนต่ำ/สารเข้มข้นมาก → มักต้องใช้ระบบอากาศจ่าย (ไม่ใช่ตลับกรอง)
FAQ
Q1: A1 กับ A2 ต่างกันอะไร?
A: ต่างกันที่ “ความจุการดูดซับ” ของตลับ (Class 1 ต่ำกว่า Class 2) สารที่กรองเป็นกลุ่ม A เหมือนกัน แต่ A2 เหมาะกับงานเข้มข้น/นานกว่า
Q2: B ใช้กับสารอะไรบ้าง?
A: B ใช้กับก๊าซ/ไอระเหย “อนินทรีย์” เช่น คลอรีน ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และบางกลุ่มที่ระบุในแนวทางการเลือกตลับกรอง (ไม่รวม CO)
Q3: E คืออะไร?
A: E คือก๊าซ/ไอระเหย “กรด” เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) และก๊าซกรดบางประเภท
Q4: K คืออะไร?
A: K คือแอมโมเนียและอนุพันธ์แอมโมเนีย/เอมีนบางชนิด สังเกตสีเขียวและตัวอักษร K
Q5: เลือก ABEK ไปเลยได้ไหม จะได้จบ?
A: ได้ในหลายหน้างานที่มีความเสี่ยงปนกัน แต่ต้องดูว่า “สารจริง ๆ” อยู่ในกลุ่มที่ ABEK ครอบคลุม และยังต้องพิจารณาเรื่อง ฝุ่น/ละออง (ต้องมี P เพิ่ม) และความจุ 1/2/3 ให้เหมาะกับงาน
Q6: ทำไมใส่แล้วเวียนหัวทั้งที่มีตลับกรอง?
A: สาเหตุหลักคือ เลือกชนิดตลับผิดกลุ่ม, หน้ากากรั่ว, ตลับอิ่มตัว/หมดอายุ หรือความเข้มข้นสูงเกินขีดจำกัดการใช้งาน—ควรหยุดงานและประเมินความเสี่ยงทันที
#ตลับกรองสารเคมี #ตลับกรองA1A2 #ตลับกรองABEK #หน้ากากกันสารเคมี #หน้ากากกรองไอระเหย #EN14387 #PPE #ความปลอดภัยในการทำงาน #งานพ่นสี #งานสารเคมี #โรงงานอุตสาหกรรม #อาชีวอนามัย #SafetyThailand #RespiratorFilters #ChemicalSafety
ปรึกษาฟรีทาง Line : @516hquje
ดูรายละเอียดรองเท้าเซฟตี้ทั้งหมด >> รองเท้าเซฟตี้ <<
ดูรายละเอียดหน้ากากเซฟตี้ทั้งหมด >> หน้ากากเซฟตี้ <<
ดูรายละเอียดหน้ากากกันสารเคมี >> หน้ากากกันสารเคมี <<






